บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลาย อ.ใน จ.สุราษฎร์ ยังมีน้ำเข้าท่วมสูง ชาวบ้านบอกรุนแรงกว่าปี 31

มวลน้ำจากเมืองคอนไหลเข้า อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ชาวบ้านอพยพมาอยู่ในที่ปลอดภัย เนื่องจากน้ำท่วมมิดหลังคาบ้าน ส่วนเจ้าหน้าที่อีกชุดเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน และค้นหาร่างสาวเคราะห์ร้ายน้ำป่าพัด 3 วันยังไม่พบที่ อ.พระแสง

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.60 นายถาวร พรหมฉิม นายอำเภอบ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำถุงยังชีพมาเยียวยาเบื้องต้นให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ม.5 บ้านยูงงาม ต.ท่าชี หลังถูกมวลน้ำจากนครศรีธรรมราชเข้าท่วมสูงกว่า 50-200 เซนติเมตร รถไม่สามารถสัญจรได้ บ้านเรือนจมน้ำกว่า 1 เมตร ประชาชนส่วนหนึ่งต้องมาอาศัยศูนย์อพยพของหมู่บ้านหรือบ้านญาติ 

ส่วนภาพรวมในพื้นที่อำเภอบ้านนาสาร มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำตาปี จำนวน 2 ตำบล คือ ต.ท่าชี ต.ควนศรี 7 หมู่บ้าน ประชาชนต้องย้ายออกจากบ้านของตน 310 ครัวเรือน ขณะนี้มวลน้ำก้อนใหญ่ในแม่น้ำตาปี ได้ไหลถึง อำเภอเคียนซา อำเภอบ้านนาเดิม และมีมวลน้ำก้อนแรกเริ่มไหลถึงพื้นที่อำเภอพุนพินบางส่วนแล้ว

ด้านนายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และนายวิชวุทย์ จินโต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปตรวจดูภารกิจการส่งถุงยังชีพทางอากาศช่วยเหลือผู้ประสบภัยของกองบิน 7 โดยใช้อากาศยานขึ้นสำรวจในพื้นที่ที่รถยนต์และเรือไม่สามารถเข้าถึง และจัดส่งเฮลิคอปเตอร์บรรทุกถุงยังชีพบินไปหย่อนทางอากาศลงจุดจ่ายแก่ผู้ประสบภัย

ส่วน พ.อ.พิสุทธิ์ มณฑานุช ผบ.หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 46 นำกำลัง 20 นาย ค้นหานางนงเยาว์ คาน อายุ 46 ปี ภรรยานายสุมิตร คาน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง ที่ถูกน้ำป่าพัดหายไปพร้อมรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ที่บริเวณหัวสะพานหน้าหน่วยป่าไม้คลองสวนหนัง ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา พบแต่รถยนต์อยู่ในคลอง ห่างจากสะพาน 3 กิโลเมตร ยังหาไม่พบตัว

นายธรรมรงค์ มณีโชติ นายก อบต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ ได้นำชาวบ้านชุดแรกเดินเท้าข้ามสะพานบ้านห้วยหอย เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่บ้านห้วยหอย หมู่ 10 ต.คลองสระ กับพื้นที่บ้านหน้าเขาล่าง หมู่ 7 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ทั้งนี้พบว่า สภาพความเสียหายกระจายกินพื้นที่เป็นวงกว้างประมาณ 100 ไร่ เหมือนเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่ อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2531

โดยบ้านหน้าเขา ไม่เหลือสภาพหมู่บ้านเดิม มีบ้านพังเสียหายประมาณ 10 หลังคาเรือน ถนนภายในหมู่บ้านถูกทรายทับถมสูง และไม้ซุงขนาดใหญ่ไหลมากองจำนวนมาก รวมทั้งซากต้นไม้ที่ถูกน้ำป่าพัดล้มทั้งต้นล้มระเนระนาด และเสาไฟฟ้าจมใต้พื้นทรายอีกหลายสิบต้น ซึ่งยังไม่สามารถฟื้นฟูสภาพพื้นที่ได้

นายสุนทร โจมฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า น้ำป่าไหลมารุนแรงมากจนตั้งตัวไม่ทัน และไม่เคยเห็นความรุนแรงแบบนี้มาก่อนในรอบกว่า 50 ปี โดยพื้นที่ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิงทันทีตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. ซึ่งคณะของนายธรรมรงค์ เป็นชุดแรกที่เดินทางเข้ามาได้ ซึ่งดีใจที่มีเพื่อนบ้านฝั่งสุราษฎร์ธานีมาดูแล และจะได้หาแนวทางช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป อย่างไรก็ตามจะต้องขอกำลังเจ้าหน้าที่มาช่วย เนื่องจากสภาพทั้งหมู่บ้านแปรสภาพเป็นดินทรายและรากไม้จำนวนมาก.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่