บริการข่าวไทยรัฐ

กรมศุลฯจับสินค้าหนีภาษี ยึดเหล้า บุหรี่ไฟฟ้า สินค้าเกษตร มูลค่า 12 ล.

กรมศุลกากร แถลงผลจับกุมสินค้าเกษตร เนื้อกระบือแช่แข็ง สุราไวน์ต่างประเทศ บุหรี่ไฟฟ้า และสินค้าสำแดงเท็จ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 12 ล้านบาท

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 ม.ค.60 ที่กรมศุลกากร นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงผลการจับกุมสินค้าเกษตร สุราและไวน์ต่างประเทศ บุหรี่ไฟฟ้าและสินค้าเบ็ดเตล็ดจากจีน มูลค่าของกลางรวมทั้งสิ้นกว่า 12 ล้านบาท

โดยนายกุลิศ กล่าวว่า การจับกุมและตรวจยึดครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบเป็นสุราและไวน์ต่างประเทศลักลอบนำเข้าทางรถไฟสายใต้ช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ จำนวน 1,200 ขวด มูลค่าประมาณ 1.5 ล้านบาท บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าลักลอบนำเข้าจำนวน 5,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 2.5 ล้านบาท จากการตรวจรถบริษัทขนส่งพัสดุจากภาพใต้เข้ากรุงเทพมหานคร เนื้อกระบือแช่แข็งลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งตรวจค้นรถบรรทุกต้องสงสัยที่จังหวัดเพชรบุรีจำนวน 700 กล่อง น้ำหนักประมาณ 14,000 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 3.22 ล้านบาท ลูกมะพร้าวปอกเปลือกลักลอบนำเข้าจากการตรวจค้นรถบรรทุกต้องสงสัยจอดอยู่ที่ตลาดผลไม้ปากแซง อ.เมืองและ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี จำนวน 12,000 ลูก มูลค่าประมาณ 2.4 แสนบาท

นายกุลิศ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดสินค้าประเภทหลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อกำกัดและสินค้าสำแดงรายละเอียดเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงศุลกากรโดยนำเข้าทางท่าเรือกรุงเทพ ประกอบด้วย ล้อรถยนต์อัลลอย จำนวน 1,760 ชิ้น มูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท และอุปกรณ์สื่อสารพร้อมแท่นชาร์จจำนวน 200 ชุด เครื่องควบคุมระยะไกลยี่ห้อโลจิเทค 20 ชุด บลูทูธ 10 ชุด ลำโพงไร้สาย 50 ชุด แบตเตอรี่สำรอง 90 ชุด นาฬิกาข้อมือ 20 ชุด สายชาร์จพร้อมหูฟัง 30 ชุด รวมมูลค่าประมาณ 8 แสนบาท

"ทางกรมศุลกากรมีสถิติการจับกุมเนื้อกระบือตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ.2559 โดยจับกุมรวม 94 ราย น้ำหนัก 694,003 กิโลกรัม รวมมูลค่า 39,038,167 บาท สินค้าบุหรี่ไฟฟ้า 11,881 ชิ้น มูลค่า 9,843,706 บาท สินค้าสุรา-ไวน์ต่างประเทศ 16,658 ขวด มูลค่า 9,595,249 บาท และมะพร้าว 245,850 ลูก มูลค่า 2,595,910 บาท ซึ่งการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมสินค้าลักลอบหลีกเลี่ยงตามพระราชบัญญัติศุลกากรและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของกรมศุลกากร และยังให้ความคุ้มครองกับกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่สุจริตและประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย" อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวทิ้งท้าย