บริการข่าวไทยรัฐ

แนะรัฐเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมใต้ระยะยาว คาดความเสียหายกว่า 2 หมื่นล้าน

ม.หอการค้าไทย คาด น้ำท่วมภาคใต้ สร้างความเสียหาย 15,000-20,000 ล้านบาท แต่เชื่อไม่กระทบเศรษฐกิจโดยรวม แนะรัฐเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมใต้ระยะยาว

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.60 นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เราได้ประเมินผลกระทบความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ น่าจะมีมูลค่าความเสียหาย 15,000-20,000 ล้านบาท ผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ เกษตรกร นักท่องเที่ยว โรงงาน และภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยะบบโลจิสติกส์ ที่เป็นกระบวนการขนส่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก และต้องใช้ระยะเวลาเยียวยาให้กลับมาเหมือนเดิม

ส่วนสินค้าได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ยางพารา แม้ว่าขณะนี้บางพื้นที่น้ำเริ่มลดแล้ว แต่ยังเป็นห่วงประจวบคีรีขันธ์ เพราะน้ำยังสูงอยู่ คาดว่า ภายใน 1-2 เดือน สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย และกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ทั้งนี้ ภาครัฐต้องเร่งฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่เป็นการเร่งด่วน เพราะไม่มีสินค้าอุปโภค บริโภค น้ำดื่ม รวมถึงต้องดูแลภาคเกษตร เร่งซ่อมแซมถนนที่เสียหาย เพราะมีผลโดยตรงต่อโลจิสติกส์ และการขนส่งสินค้า ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม ต้องเร่งเยียวยาเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) รวมภาคการท่องเที่ยวด้วย ที่ต้องเร่งฟื้นฟูให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว แต่มั่นใจว่า จะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมแน่นอน

“ปัญหาน้ำท่วม มองว่ากระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมของไทยน้อยมาก หรืออาจไม่กระทบเลย ส่วนค่าเสียหายที่ประเมินไว้ 15,000-20,000 ล้านบาท ไม่น่าจะมากกว่านี้ คาดว่าปัญหาที่เกิดขึ้น จะลากยาวอยู่ 1-2 เดือน กว่าจะฟื้นตัวได้เป็นปกติ”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐตระหนัก คือ การลงทุนแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ระยะยาว โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น โครงการแก้มลิงตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะพื้นที่ภาคใต้เกิดน้ำท่วมทุกปี อีกทั้ง ยังมีสิ่งปลูกสร้างที่ขวางทางน้ำจำนวนมาก หากไม่ได้รับการแก้ไขจะเกิดเป็นปัญหาที่กระทบต่อเศรษฐกิจแบบนี้ทุกปี.