มหาภัยพิบัติอุทกภัย นาทีชีวิตน้ำท่วมใต้ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

มหาภัยพิบัติอุทกภัย นาทีชีวิตน้ำท่วมใต้

“Thai Flood รายงานน้ำท่วมใหญ่” เพจเฟซบุ๊กที่มีผู้เข้ามารายงานความเคลื่อนไหวสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ “ภาคใต้” อย่างต่อเนื่อง

ความรุนแรงน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ประเทศไทยระลอกนี้ เป็นอีกครั้งที่ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ บางคนต้องนั่งกินมื้อเช้านอกบ้าน ...(บนหลังคา) อ.บางสะพาน...บางสะพานน้อย น้ำกำลังจะขึ้นชั้น 2

“NaRaPeace (นราสันติ)” โพสต์เล่านาทีชีวิต...ช่วงเช้าวันที่ 5 มกราคม 2560 รับภารกิจเป็นชุดเรือท้องแบนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช เตรียมของเสร็จก็ออกเดินทางระหว่างทางน้ำท่วมสูงมาก บางจุดเกือบท่วมราวสะพานทั้งหมด เมื่อเดินทางมาถึง ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง ก็มีตำรวจ...ชาวบ้านมาโบกรถขอความช่วยเหลือ... “มีคนแก่กับเด็กติดอยู่ในบ้านสามคน คนแก่ก็ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ น้ำท่วมจะถึงคอแล้วครับ ขอความช่วยเหลือหน่อย...ทหารพื้นที่นี้ยังไม่มีเรือเลย”

ต่างพื้นที่แต่มีความเร่งด่วนมากจึงลงไปช่วย มองเห็นกระแสน้ำแล้วขนลุกเลย แต่ก็เอา...ช่วยที่ไหนก็คือช่วย เครื่องเรือ 25 แรงกับเรือยางก็รู้สึกหวั่นๆอยู่เหมือนกันว่ากลัวจะไปไม่รอด เข้าไปรอบแรกไม่สามารถเข้าถึงบ้านได้เพราะกระแสน้ำแรงมากช่วงหน้าบ้านเป็นช่องเล็ก พัดเรือกระแทกเสาไฟบ้าง ต้นไม้บ้าง ต้องกลับเข้าฝั่งอย่างทุลัก ทุเล ตัดสินใจขอเครื่องเรือตัวใหม่ขนาด 40 แรง คิดว่าปล่อยไว้อันตรายแน่

รีบประกอบเครื่องเรือเมื่อมาถึงอย่างเร่งด่วน กว่าจะเข้าถึงบ้านได้ ต้องเข้าซอกเข้าซอยหันเรือขวางกระแสน้ำ ซอยก็กว้างกว่าเรือไม่เท่าไหร่ ด้านข้างเป็นรั้วเหล็กแหลม สถานการณ์ลำบากพอดู ใกล้เป้าหมายเข้ามาทุกทีต้องกระโดดลงน้ำเข้าไปประคองเรือ

พอเข้าไปถึงบ้านก็ต้องตกใจ กระแสน้ำแรง สูงระดับราวนม คนหนึ่งเป็นอัมพฤกษ์ อีกคนเป็นหญิงชรารูปร่างท้วม กับเด็กน้อยอายุ 2 ขวบ...อยู่ในห่วงยาง แล้วก็ไปรับน้องผู้หญิงอีกคน รวมทั้งหมดบนเรือ 8 ชีวิต

ขับออกมาปกติจนกระทั่งถึงจุดน้ำเชี่ยว...กำลังจะข้ามรางรถไฟ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เครื่องยนต์กระตุกแล้วก็ดับ สตาร์ตติดแต่เข้าเกียร์ไม่ได้ โดนกระแสน้ำพัดไปเรื่อย กระแทกต้นไม้ เสา แท่งปูน ก็พยายามกระโดดลงไปดึงเรือเข้าหาฝั่ง หาที่ยึด...แต่น้ำแรงมาก ด้วยกำลัง 3 คนยังเอาไม่อยู่ ต้องกลับขึ้นเรือ

“น่าจะเชือกพันใบพัดพี่” เสียงน้องคนหนึ่งในทีมตะโกนบอก อีกคนจึงรีบกระโดดลงน้ำไปแกะเชือกออกแต่ไม่เป็นผล โชคดีที่น้องอีกคนพกมีดมาด้วยส่งให้เลยลงไปแกะเอง...เชือกหลุดแต่ยังมีลวดหนามพันอยู่อีก พยายามแกะต่อไปแต่ระหว่างนั้นน้ำก็พัดเรือลอยเข้าหาสะพานแล้ว อีกไม่ถึง 30 เมตร

“ตาย...ห่...แล้ว” ผมคิดในใจต้องแกะให้ได้ ไม่อย่างนั้นตายยกลำ แน่ เดชะบุญอันใดที่เคยสร้างแกะลวดหนามออกได้อย่างเหลือเชื่อ รีบสตาร์ตเครื่องเข้าเกียร์เร่งกำลังเข้าฝั่งเต็มที่...ถึงฝั่งได้ล้มตัวลงนอนในน้ำเลยหมดแรงจริงๆ โชคดีที่ทุกคนมีสติ โชคดีที่มีมีด และโชคดีที่เราเลือกคนขึ้นเรือไม่ผิด ขอบคุณทุกคนที่เชื่อใจผม

ตอนมีปัญหาไม่มีใครแสดงท่าทีด้านลบออกมาเลย ขอบคุณทีมงานทุกคนที่ทำให้รอดชีวิตกลับมา...ความรู้สึกที่แบกชีวิตคนทั้งเรือไว้ช่างกดดันเหลือเกิน ทุกคนปลอดภัย มีแค่ใบพัดเรือที่สึกหรอจากการโดนถนน...รางรถไฟ แต่แลกมากับศรัทธาของประชาชนคุ้มค่าซะยิ่งกว่า

“เราคือทหารของพระราชา ทหารของประชาชน” จ.ส.อ.กิติศักดิ์ ทัพเมือง

ข่าวทีวีวันที่ 8 มกราคม 2560 จังหวัดตรัง ชาวบ้านหมู่ 4 ต.นาวง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ต้องออกเดินเท้าจากหมู่บ้านด้วยการจับเชือกที่ผูกไว้กับต้นไม้ ฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากสูงกว่า 1 เมตร ออกไปรับอาหาร...น้ำดื่ม เช่นเดียวกับที่หมู่ 2 ตำบลบางดี มีน้ำท่วมถนนระยะทางหลายกิโลเมตร

ผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งให้ทุกตำบลประกอบอาหารออกแจกจ่าย เนื่องจากหลายหมู่บ้านไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้และประกอบอาหารเองไม่ได้ ภาพรวมเดือดร้อนกว่า 43,000 คน

ช่วงค่ำวันที่ 9 มกราคม 2560 รอบตัวเมืองกระบี่...ตลาดเก่าหนักมาก รถจมอยู่ใต้น้ำเป็นร้อยคัน...“สี่แยกปฐมพร ชุมพร ตอนนี้รถผ่านไม่ได้แล้ว ใครจะลงใต้ต้องเลี่ยงไปทางอื่น”

ว่ากันถึงสาเหตุ 8 ประการ ที่ทำให้เกิด “ภัยพิบัติอุทกภัยภาคใต้” เสียงหนึ่ง (ไม่ขอเอ่ยนาม) โพสต์ไว้ให้อ่านเผื่อเอาไว้เป็นความรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจในการแก้ปัญหาระยะยาว ประการที่หนึ่ง...ปริมาณน้ำฝนมากกว่าปกติ เป็นผลทำให้เกิดน้ำท่วมหนักเป็นวงกว้าง

ถัดมา...ป่าต้นน้ำถูกทำลายจากเขื่อน การทำไม้เถื่อน การปลูกพืชเชิงเดี่ยว และเหมืองแร่ น่าสนใจว่าส่วนใหญ่เป็นเหมืองเถื่อน ที่มีมากในอำเภอนบพิตำ และอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช

สาม...ปัญหาผังเมือง รวมถึงการสร้างถนนและระบบระบายน้ำของเมือง ประการที่สี่...ลำน้ำ ภาคใต้เรียกว่าคลองถูกบุกรุก...ตื้นเขิน ทำให้น้ำล้นตลิ่ง

ห้า...การสร้างเขื่อนและประตูระบายน้ำ การบริหารจัดการเขื่อนตอนบนโดยกักน้ำไว้ แทนที่จะทยอยปล่อย ทำให้เมื่อฝนตกหนัก น้ำล้นสปิลเวย์ และซ้ำเติมภัยพิบัติในพื้นที่ท้ายเขื่อน ส่วนประตูระบายน้ำ ขวางทางน้ำให้ออกทะเลช้าลง

ประการที่หก...พื้นที่ชุ่มน้ำ โดยเฉพาะพรุที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติถูกบุกรุกมีการถมสร้างบ้าน สร้างตลาด สร้างสนามบิน เช่น สนามบิน นครฯ สถานที่ราชการ และถูกยึดครองไปทำเกษตรกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะสวนปาล์ม ฯลฯ

เมื่อแก้มลิงหายไป...น้ำก็ท่วมพื้นที่ทางตอนล่างหนักกว่าเดิม

เจ็ด...ถนนเป็นเขื่อนขวางทางน้ำอย่างดี ไม่มีท่อระบาย หรือมีแต่เล็กมาก สะพานแคบ ทำให้กีดขวางทางน้ำ

ประการสุดท้าย...การสร้างเขื่อนกันทรายปากแม่น้ำ เช่น บริเวณชุมชนที่ติดกับปากแม่น้ำหลังสวน จังหวัดชุมพร น้ำท่วมก็เพราะเขื่อนกันทรายบีบทางน้ำ ทำให้น้ำไหลลงทะเลช้าและยกระดับสูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก

ในภาพรวมพิบัติภัยน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ครั้งนี้ว่ากันถึง “ความรุนแรง” แต่ละที่ไม่เหมือนกันขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละพื้นที่ ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาไตร่ตรองน่าสนใจว่าสาเหตุแรกที่เป็นภัยธรรมชาติ ประการที่ 2-8 นั้นมาจากฝีมือ “มนุษย์” ล้วนๆ

“ธรรมชาติบางครั้งก็โหดร้าย แต่ความละโมบของคนทำให้มันแย่ลงไปอีก...ข้อเสนอข้างต้นเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองควรต้องฟัง เอาไปคิดวิเคราะห์กันให้ดี บางพื้นที่ที่นักการเมือง คนใหญ่ บางคน จะเอาแต่เขื่อน...สร้างแม่น้ำสายใหม่ คงต้องหันมาหยุดฟังเสียงธรรมชาติที่คอยเตือนกันบ้าง”

มองการแก้ปัญหามาจากส่วนกลาง...อาจไม่ชัดเจน ด้วยไม่เข้าใจธรรมชาติของท้องถิ่น รัฐ...ควรให้ลุ่มน้ำจัดการตัวเอง และคอยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่น ตั้งต้นกันใหม่ด้วยการพัฒนาที่เดินหน้าไปพร้อมๆกับวิถีชุมชนอย่างเข้าใจระบบนิเวศ อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเกื้อกูล

พี่น้องคนไทย ธารน้ำใจไม่เหือดหาย...ร่วมส่งแรงใจ ช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยได้กับหลายหน่วยงาน อาทิ “กองทัพเรือ” โทร. 0-2411-3665, มูลนิธิเพื่อนพึ่งภาฯ, สำนักนายกรัฐมนตรีทำเนียบรัฐบาล, สภากาชาดไทย, สำนักจุฬาราชมนตรี, มูลนิธิสยามกัมมาจล-ไทยพาณิชย์.