วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรับโมเดลพัฒนาประเทศ จั๊มพ์ สตาร์ต 1 ล้านล้านบาท

วารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนมกราคม มีการสัมภาษณ์แบบ “ซุปเปอร์เอ็กซ์คลูซีฟ” เรื่อง “เศรษฐกิจการเงินไทย 2017” ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เป็นการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนร่วมทั้งระบบตั้งแต่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีคลัง ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ คุณรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. ไปจนถึง คุณเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ และ 5 ซีอีโอแบงก์ยักษ์เมืองไทย ในเล่มเดียวกัน ครอบคลุมภาพรวมเศรษฐกิจการเงินการลงทุนไทยแบบครบวงจรเลยทีเดียว

ใครมีวารสารเล่มนี้ก็เหมือนมี คัมภีร์การลงทุน ในปีนี้พกติดตัว

ผมขออนุญาตนำบางประเด็นสำคัญมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ก็คือ บทสัมภาษณ์ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่ได้เปิดเผยถึง “โมเดลใหม่ในการพัฒนาประเทศ” และ “3 ยุทธศาสตร์ชาติที่สำคัญ” ที่จะขับเคลื่อนในปีนี้ เพื่อให้ไทยเป็น One Belt One Road ทางด้านดิจิทัล รวมทั้งการจับมือกับ “อาลีบาบา” เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จีน เพื่อสร้างแพลตฟอร์มการค้าบนโลกออนไลน์ให้ชนบทไทย และการลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่จาก “หัวเว่ย” บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของจีน

โมเดลการพัฒนาประเทศใหม่ ก็คือ การใช้กลไกการบริหารจัดการงบประมาณเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน โดยแบ่งเป็น 18 กลุ่มจังหวัด รัฐบาลจะกู้เงินเพิ่มจากงบเดิม 150,000 ล้านบาท กระจายลงสู่ 18 กลุ่มจังหวัด เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่ โมเดลนี้จีนใช้ประสบความสำเร็จมาแล้วในการพัฒนา พื้นที่สามเหลี่ยมเศรษฐกิจปากแม่น้ำจูเจียง ซึ่งเป็นการร่วมมือของ 9 มณฑล และ มีหนึ่งเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง คือ เสิ่นเจิ้น และจีนใช้เป็นแม่แบบในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นๆ

คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีคลัง ก็ให้สัมภาษณ์ในวารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับนี้ตอนหนึ่งว่า นโยบายเศรษฐกิจปี 2560 จะเน้นการเติบโตจากปัจจัยภายในประเทศ มาตรการสำคัญก็คือ จะนำงบการลงทุนในปี 2560-2561 สองปี มาเร่งลงทุนในปี 2560 เพียงปีเดียว คิดเป็นงบลงทุนประมาณ 1 ล้านล้านบาท เพื่อเป็นการ Jump Start ติดเครื่องยนต์เศรษฐกิจให้เดินเครื่องอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อทำให้จีดีพีของประเทศในปีนี้ขยายตัวให้ได้ถึง 4%

ดร.สมคิด ยังให้สัมภาษณ์ถึง การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ว่า เศรษฐกิจจีนกำลังมีบทบาทมากในเวทีโลก แต่จีนจะฉายแสงเจิดจ้าในตะวันออกได้ ต้องผนวกความร่วมมือกับอาเซียน ซึ่งจะต้องมี ประเทศไทย อยู่ด้วยใน 3 ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ คือ

ยุทธศาสตร์แรก เส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 One Belt One Road ของจีน นอกจากเชื่อมโยงอาเซียนผ่านไทยด้วยเส้นทางรถไฟ แล้ว อีกด้านหนึ่งคือการเชื่อมโยงกับ Internet Plus ของจีน เพื่อพัฒนาพื้นที่ชนบทไทยให้รู้จักอีคอมเมิร์ซ และสร้างเว็บไซต์ขายสินค้าจากหมู่บ้านชนบทสู่ตลาดโลก ไทยต้องการให้จีนใช้ไทยเป็นฐานในการเชื่อมโยงกับประเทศอาเซียน เพื่อให้ไทยเป็น Digital Hub ของภูมิภาค ตัวแทนฝ่ายจีนคือ ไชน่า เทเลคอม และตัวแทนฝ่ายไทยคือทีโอที เพื่อเชื่อมต่อกับจีนเป็น One Belt One Road ด้าน Digital

ยุทธศาสตร์ที่สอง ไทยจะร่วมมือกับ China Economic of Science พัฒนา อุตสาหกรรม S-Curve โดยให้มาปักหลักในไทย ร่วมกับ AIST องค์กรวิทยาศาสตร์ชั้นนำของญี่ปุ่น เพื่อสร้างประเทศไทยเป็น Innovation Hub

ยุทธศาสตร์ที่สาม ไทยจะร่วมมือกับจีนผลักดัน กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ RCEP ช่วยเจรจากับ ญี่ปุ่น อินเดีย และ อาเซียน ให้เข้ามาสนใจกรอบความร่วมมือนี้

ก็เล่าได้ย่อๆเพียงแค่นี้ เพราะเนื้อที่จำกัด ชุดเต็มลึกและสนุกกว่านี้เยอะ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”