วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เทศกิจ' มอบตัว รับทำเองคนเดียว แฉ'นศ.ก๊วนโกง' โผล่สนามอื่นอีก

มอบตัวแล้ว เจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจเขตปทุมวันตัวกลางดำเนินการทุจริตสอบนายสิบตำรวจของ กก.ศผร.บช.น. รับสารภาพทำเพียงลำพัง เรียกเก็บรายละ 3-4 แสนบาท ส่วนนักศึกษาที่จ้างมาเป็นมือปืนเฉลยข้อสอบได้ค่าแรงครั้งละ 5 พันถึง 2 หมื่นบาท ไม่ได้ประกันเตรียมส่งไปฝากขังศาลอาญา 11 ม.ค. แฉรายชื่อนักศึกษามือปืนเฉลยข้อสอบ ยังไปโผล่ที่สนามสอบบรรจุอื่นของรัฐทั้งของทหารและไปรษณีย์ ส่อเค้าถูกดำเนินคดี ขณะที่ “บิ๊กแป๊ะ” ยันไม่สั่งยกเลิกผลสอบ ต้องพิจารณาไม่ให้กระทบต่อสิทธิผู้ผ่านการสอบอย่างโปร่งใส

กรณีตำรวจกองกำกับการศูนย์ฝึกอบรม (กก.ศฝร.) บช.น. ตรวจพบการทุจริตสอบเข้าเป็นนายสิบตำรวจที่เพิ่งสอบไปเมื่อปลายปี 59 โดยทำเป็นขบวนการใหญ่ว่าจ้างนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆของประเทศ เข้าสอบเพื่อเฉลยคำตอบให้ผู้ทุจริตรายอื่นลอก มีเจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจสังกัด กทม.เป็นตัวกลางติดต่อ ตำรวจชุดคลี่คลายคดีเตรียมรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะที่การตรวจสอบของทุกกองบัญชาการ พบมีการทุจริตที่ บช.ภ.7 เพิ่มอีกแห่ง อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ผบ.ตร.ว่าจะยกเลิกผลสอบหรือไม่

ความคืบหน้าที่ สน.พหลโยธิน เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 ม.ค. นายจิระพจน์ พลายด้วง อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจเขตปทุมวัน ผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นตัวกลางติดต่อว่าจ้างให้บรรดานักศึกษาแพทย์และวิศวะเข้าสอบเพื่อเฉลยข้อสอบให้ผู้อื่นลอก เดินทางมาพร้อมทนายเพื่อเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน มี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผกก.ศฝร.บช.น. พ.ต.อ.ณรัช มูลศาสตรสาทร ผกก.สน.พหลโยธิน ร่วมสอบปากคำนานประมาณชั่วโมงเศษ โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพ

หลังสอบปากคำเสร็จสิ้น พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เบื้องต้นนายจิระพจน์ให้การรับสารภาพเป็นผู้ที่ดำเนินการเพียงคนเดียว รายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ ขั้นตอนต่อจากนี้เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่งศาลพร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นพฤติกรรมสร้างปัญหาสังคม ยืนยันจะทำเรื่องนี้ให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากเชื่อมโยงถึงใครต้องดำเนินคดีทั้งหมด เพราะการสอบบรรจุจะมีอยู่ในทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร ข้าราชการ หรือองค์กรปกครองท้องถิ่น ต้องทำลายขบวนการทุจริตให้หมดสิ้น จากการสืบสวน เชื่อว่าการทุจริตสอบดังกล่าวน่าจะเชื่อมโยงกับการสอบบรรจุของหน่วยงานอื่นๆเช่นกัน

“นายจิระพจน์อ้างว่า การสอบครั้งนี้ก่อเหตุเพียงลำพัง แต่ยังมีหลายกลุ่มที่ทำแบบเดียวกันใน สนามสอบอื่น ทำมานานกว่า 1 ปี ได้เงินรายละประมาณ 3-4 แสนบาท เจ้าตัวอ้างที่ทำเพราะเห็นมีผู้ไปติวที่สถาบันกวดวิชาย่านปทุมวันเพื่อเข้าสอบนายสิบตำรวจจำนวนมาก จึงไปเสนอตัวขอดำเนินการ สำหรับข้อมูลที่นายจิระพจน์ให้มายังต้องตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้ง ส่วนที่มีข่าวเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสอบตำรวจนายสิบของ บช.ภ.7 นั้น อยู่ระหว่างสอบสวนขอไม่เปิดเผย” พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว

ขณะที่ พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า สอบปากคำไปทั้งหมด 12 ปาก ที่มีกระแสข่าวเตรียมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องที่เป็นมือปืนเฉลยข้อสอบ 51 รายนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับแต่อย่างใด อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัด พยานที่เรียกมาสอบเป็นผู้อยู่ในห้องสอบ ตรวจสอบพบผู้กระทำความผิดกว่า 300 คน เบื้องต้นแจ้งข้อหากับนายจิระพจน์ 3 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานและข้อหานําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอม-พิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 เตรียมนำตัวนายจิระพจน์ ไปชี้จุดทำแผนประกอบ คำรับสารภาพ ก่อนไปฝากขังศาลอาญาในวันที่ 11 ม.ค.

มีรายงานว่า นายจิระพจน์เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้ ได้สวมหมวกและคาดผ้าปิดปากปิดบังใบหน้าและปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ระหว่างสอบปากคำเจ้าตัวมีอาการเคร่งเครียด อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ชุดสืบสวนพบพฤติกรรมความเชื่อมโยงของกลุ่มขบวนการทุจริตการสอบครั้งนี้ มีนายจิระพจน์เป็นผู้ติดต่อกลุ่มนักเรียนที่มีผลการเรียนดีตามสถาบันกวดวิชาต่างๆ อ้างให้มาติว ให้กับผู้ที่ต้องการที่จะสอบบรรจุเข้ารับราชการ แต่เมื่อถึงเวลากลับให้ทำหน้าที่เป็นผู้เข้าสอบเพื่อเฉลยคำตอบ ได้ค่าตอบแทนครั้งละ 5,000-20,000 บาท ตรวจสอบรายชื่อกลุ่มมือปืนรับจ้างทั้ง 51 ราย ที่แนวทางการสืบสวนเชื่อว่าอยู่ในขบวนการทุจริตสอบ ดังกล่าว พบไปปรากฏชื่อในสนามสอบต่างๆที่หน่วยงานรัฐเปิดขึ้น อาทิ การสอบบรรจุเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ โรงเรียนจ่าอากาศ และอื่นๆ ส่วนใหญ่จะเป็นการสอบ บรรจุที่ใช้วุฒิการศึกษาชั้น ม.6

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า จะมีการยกเลิกผลการสอบในครั้งนี้หรือไม่ ต้องดูความเห็นของแต่ละกองบัญชาการก่อน มอบหมายให้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รรท.รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน และมีคณะกรรมการจาก บช.ศ. ฝ่ายกฎหมาย จากนั้นคณะกรรมการชุดนี้จะได้มีความเห็นสรุปอีกครั้ง สำหรับ บช.น. และ บช.ภ 7 ที่พบว่ามีการโกงสอบ เกิดขึ้น ยังไม่ได้มีคำสั่งยกเลิกผลการสอบแต่อย่างใด เพราะไม่พบการทุจริตจากเจ้าหน้าที่ ครั้งนี้เป็นการทำความผิดของกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ต้องดูว่าการทุจริตครั้งนี้เกิดจากอะไร ที่ผ่านมาเกิดการทุจริตโดยข้อสอบรั่ว เป็นการรั่วจากเจ้าหน้าที่ อย่างนั้นยกเลิกเป็นโมฆะได้ กรณีนี้สมมติพบผู้กระทำความผิด 50 คน เรามีผู้ที่สอบได้สำรองอยู่แล้ว จะไม่ไปกระทบสิทธิ์ผู้ที่สอบได้ เรื่องนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ การที่มีผู้ผ่านการสอบมาอย่างโปร่งใสแล้วไปตัดสิทธิ์เขาคงทำไม่ได้ การโกงของ บช.ภ.7 มีลักษณะการโกงน่าจะคล้ายๆกับของ บช.น. ส่วน จะเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ยังไม่ทราบ เรื่องนี้พยานหลักฐานถึงใครต้องดำเนินคดีทั้งหมด

ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 กล่าวถึงการทุจริตสอบเข้านักเรียนนายสิบตำรวจของ บช.ภ.7 ว่า หลังตรวจสอบเอกสารการสอบเข้าพบสิ่งผิดปกติคล้ายกับกรณีทุจริตสอบของตำรวจนครบาล จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มี พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ศูนย์ฝึกอบรมภาค 7 เป็นหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบเอกสารทั้งหมดและให้ส่งผลการตรวจสอบให้ทราบภายใน 7 วัน