รับสั่งให้แก้ไข ร่างรธน. ฉบับประชามติ ในส่วนของพระราชอำนาจ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

รับสั่งให้แก้ไข ร่างรธน. ฉบับประชามติ ในส่วนของพระราชอำนาจ

‘คสช.-ครม.-สนช.’สนอง รีบเร่งแก้รธน.57เปิดทาง


“บิ๊กตู่” เรียกถก คสช.-ครม.มีมติ ร่วมเสนอร่างแก้ไข รธน. ฉบับชั่วคราวปี 57 นำไปสู่การแก้ไขร่าง รธน. ฉบับผ่านประชามติ นายกฯแจงทำตามพระราชกระแสให้แก้ไขในหมวดพระมหากษัตริย์ 3-4 มาตรา ย้ำฝ่ายการเมืองจะเริ่มขยับได้ต้องหลังพระราชพิธีพระบรมศพ และพิธีบรมราชาภิเษกไปแล้ว ให้หาเสียงเลือกตั้งปลายปี 60 ได้รัฐบาลปี 61 “มีชัย” อ้างโรดเเม็ปเดิม แต่เปลี่ยนแปลงได้ แก้ รธน.ปี 57 เป็นหน้าที่นายกฯไม่เกี่ยว กรธ. “วิษณุ” ยันแก้แค่หมวดเดียวไม่เกี่ยวกับโครงสร้างอื่น วิป สนช.เด้งรับจัด 3 วาระรวด แก้ 2 ประเด็นสำคัญ “ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” และ “ระยะเวลาการทูลเกล้าทูลกระหม่อมขอรับพระราชทานรัฐธรรมนูญกลับคืนมา” นายกฯฟุ้งแผนปรองดองคืบ ถามใจดูจะเอาคนในชาติหรือคนไกล “บิ๊กป้อม” ลั่นต้องจบก่อนเลือกตั้ง พท.ตอกกลับจริงใจแค่ไหน “ตู่” เฮศาลปล่อยตัวชั่วคราว

หลังตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์มานานกับการขยับโรดแม็ปเลือกตั้งของรัฐบาล คสช. ล่าสุดมีความชัดเจนขึ้น หลังจากที่ประชุม คสช.ร่วมกับ ครม. มีมติร่วมกันเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 เพื่อนำไปสู่การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ ในหมวดพระมหากษัตริย์

“บิ๊กตู่” ร่วมรณรงค์งานวันครู

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 10 ม.ค.ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ และนายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา นำคณะผู้บริหารคุรุสภา นักเรียน นักศึกษา พร้อมศิลปินดารา นายธนนท์ จำเริญ หรือ “นนท์ เดอะวอยซ์” และพัดชา เอนกอายุวัฒน์ หรือ “พัดชา เอเอฟ” เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อมอบดอกกล้วยไม้ดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันครู และซีดีเพลง “เทิดเกียรติคุณครู” ให้กับนายกฯ และเชิญเป็นประธานพิธีงานวันครู ครั้งที่ 61 วันที่ 16 ม.ค.นี้

ขอเด็กไทยอย่าไปฟังคนไม่ดี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ครูมีความสำคัญดังนั้นต้องเป็นคนดีมีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถสั่งสอนศิษย์ให้เป็นบุคลากรสำคัญพัฒนาประเทศ ส่วนเด็กๆ ขอให้พัฒนาตนเองควบคู่ไปกับการเป็นคนดี ต้องไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่ออนาคตประเทศใน 20 ปีข้างหน้า อย่าฟังคำพูดคนที่ไม่ดี สังคมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ทุกคนต้องช่วยกัน ทำให้มีคนดีมากกว่าคนไม่ดี และต้องมีความกตัญญู เคารพต่อพ่อแม่ครูอาจารย์ ให้กราบพ่อแม่ที่ถือเป็นพระในบ้าน และกราบครูในวันครู “เข้ามาทำหน้าที่เป็นสะพานให้ทุกคนก้าวข้ามสิ่งที่ไม่ดี ความหมายทั้งหมดอยู่ในเนื้อเพลงที่ผมแต่งขึ้น รู้จักเพลงสะพานหรือไม่ อยากให้ไปฟังกัน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพูดจบนายกฯได้เข้าไปอุ้มและหอมแก้มเด็กนักเรียน พร้อมบอกว่า ตนมีลูกสาวฝาแฝด แต่ตอนนี้โตแล้วจึงอุ้มและหอมไม่ได้ ขณะที่เด็กๆได้อวยพรนายกฯ ให้มีสุขภาพแข็งแรง และทำงานเพื่อประเทศชาติตลอดไป

คสช.พร้อมหน้าถกวาระสำคัญ

ต่อมาเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุม คสช. โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ รองหัวหน้าคสช. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ สมาชิก คสช. เข้าประชุมกันพร้อมหน้า

มติ คสช.–ครม.แก้ รธน.ชั่วคราว

กระทั่งเวลา 12.00 น.การประชุม คสช.เสร็จสิ้น นายกฯ และนายวิษณุได้เข้าประชุม ครม.ต่อทันที โดยนายวิษณุเป็นผู้กล่าวชี้แจงให้ที่ประชุม ครม.รับทราบ ว่า ที่ประชุม คสช.และ ครม.มีมติร่วมกัน ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 เพื่อนำไปสู่การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติได้ สำนักราชเลขาธิการแจ้งมายังสำนักนายกรัฐมนตรีว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสให้มีการปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ ใน 3-4 มาตรา จึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อให้นำร่างรัฐธรรมนูญที่นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายไปแล้ว นำกลับมาแก้ไขได้ และนำกลับขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปอีกครั้งหนึ่ง ที่เดิมทีไม่ได้มีการเตรียมการไว้แต่แรก กรณีหากร่างรัฐธรรมนูญที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้วต้องมีการแก้ไข โดยมาตราที่จะมีการแก้ไขอยู่ในหมวดพระมหากษัตริย์ทั้งหมด ปรับเพื่อสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า ลำดับขั้นตอนจะมีการขยับบ้างนิดหน่อย เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เกิดการสูญเสีย แต่ยังเป็นไปตามโรดแม็ป

เพื่อแก้หมวดพระมหากษัตริย์

จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังการประชุม ครม. ว่า เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเป็นไปตามขั้นตอน เนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ม.ค. องคมนตรีได้มาพบเนื่องจากทางสำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง ได้ทำเรื่องมาที่รัฐบาลว่ามีประเด็นที่ต้องหารือในเรื่องรัฐธรรมนูญหมวดพระมหากษัตริย์ ซึ่งทางฝ่ายองคมนตรีได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้ว และมีพระราชกระแสลงมาว่ามี 3-4 รายการที่จำเป็นต้องแก้ไขให้เป็นไปตามพระราชอำนาจของพระองค์ท่าน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ เกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่เป็นเรื่องพระราชอำนาจของพระองค์ท่าน เราก็รับสนองพระบรมราชโองการ

นายกฯ คาดใช้เวลาไม่เกินเดือน

“การจะทำได้ต้องแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว คงใช้เวลาไม่นาน ประมาณไม่เกิน 1 เดือน แต่รัฐธรรมนูญชั่วคราวแก้ได้ก่อน และแก้ในสาระตรงนี้ เมื่อนำลงมาแล้วก็แก้ฉบับที่ส่งขึ้นไป ต้องเอาลงมาก่อนแล้วแก้และดำเนินการให้เร็วที่สุด ฉะนั้นยังอยู่ในกรอบเวลา ซึ่งจะครบในวันที่ 6 ก.พ. เมื่อนำลงมาแก้ไขใช้เวลาประมาณ 1 เดือน น่าจะเสร็จได้ไม่เกิน 2-3 เดือนข้างหน้านี้ จะได้เสนอโปรดเกล้าฯ มาอีกครั้ง ก็ขอเถอะเพราะเป็นเรื่องของพระราชอำนาจของพระองค์ท่าน รัฐธรรมนูญชั่วคราวจำเป็นต้องแก้ไข เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านประชามติไปแล้ว ฉะนั้นเมื่อจะแก้ในส่วนนี้ต้องหาวิธีการแก้ให้ได้ โดยไม่ต้องไปทำประชามติ เพราะไม่ได้เกี่ยวกับประชาชน เป็นไปการถวายพระราชอำนาจพระองค์ท่านเท่านั้นเอง” นายกฯกล่าว

พ้นพิธีสำคัญการเมืองค่อยขยับ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เรื่องสำคัญคืออย่าไปสร้างปัญหาอีกเลย ตนบอกแล้วและสิ่งที่พูดขอให้จำไว้ด้วย ไม่เคยไปเลื่อนขั้นตอน ขั้นตอนยังมีเหมือนเดิมทุกประการ เวลาทุกอย่างมีหมดตามเวลา 240 วัน 150 วัน 90 วัน มีหมด อยู่ที่ขั้นตอนไหนจะไปอยู่ตรงไหน ทำได้แค่ไหนก็อยู่ตรงนั้น ทุกอย่างเริ่มสตาร์ตเมื่อมีรัฐธรรมนูญถาวรลงมา จะไปเลือกเมื่อไรก็ตามนั้น แต่ถามว่าถ้ามีเหตุการณ์มาแทรกในขั้นตอนการเลือกตั้ง หาเสียง หรือการประชุมพรรคในช่วงนั้นตามเวลาเดิมจะเกิดอะไรขึ้น ก็เรื่องงานราชพิธีพระบรมศพไง เข้าใจกันบ้าง พอทุกอย่างเรียบร้อยก็เดินต่อแค่นั้น เมื่อไรก็เมื่อนั้น ไม่ได้ไปดึงไปยืด มีใครรู้มาก่อนไหมว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นสมมติผ่านไปถึงขั้นตอนการหาเสียงแล้วเลือกตั้งได้ จะตีกันอีกไหม ทะเลาะกันอีกรึเปล่า ตอบไม่ได้แล้วจะให้ยืนยันนี่โน่น ปลายปีนี้หลังราชพิธีก็จะให้เดินการเมืองได้หลังจากราชพิธีพระบรมศพ และบรมราชาภิเษก จากนั้นเริ่มจะพูดคุย เตรียมคน จะเลือกตั้งอะไรก็ว่าไป ได้เมื่อไรไม่รู้ แล้วตนไปแก้ตรงไหน ถ้าตนแก้เหรอก็ให้ไม่ต้องมี ยกเลิก คัดใหม่ทั้งหมด ต้องใช้สมองคิด อย่าใช้อย่างอื่นคิด

ติงสื่อให้รู้อะไรสูงอะไรต่ำบ้าง

นายกฯ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมร่วม ครม.-คสช. มีมติขอแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว โดยขอสื่ออย่าเขียนให้เสียหาย รู้ว่าอะไรสูงอะไรต่ำบ้าง นอกจากนี้ยังมีเรื่องคณะกรรมการยุทธศาสตร์ และเรื่องรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินให้ส่วนต่อขยายแล้วเสร็จก่อนเดือน ส.ค.2561 “ที่พูดมาทั้งหมดเป็นสาระ ไม่ใช่สาระแน นี่ไม่ใช่คำหยาบแต่เป็นคำไทย อย่าไปเขียนเองบิดเบือนไปเรื่อยเปื่อย ไม่เอา แต่ผมไม่ได้ว่าใคร ส่วนการเมืองวันนี้ถือว่าเดินหน้าอยู่แล้ว รัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกเกิดหรือยัง ก็เดินไปสิ เมื่อหลังเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีก็จะมีการให้หาเสียง เลือกตั้งปลายปี 2560 และได้รัฐบาลปี 2561 อยู่ดี”

“มีชัย” โยน “บิ๊กตู่” แจงแก้ รธน.

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม กรธ. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ถึงการเข้าประชุมร่วมกับ คสช.และ ครม. เมื่อช่วงเช้าที่ทำเนียบรัฐบาลว่า อะไรที่เกี่ยวกับ คสช. ให้ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เพราะ คสช.ตกลงกันว่านายกฯ จะเป็นคนเดียวที่พูด ตนไม่ทราบถึงกระเเสข่าวการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว กรธ.ไม่ต้องเตรียมมาตรการรับมืออะไร เพราะจบในส่วนของ กรธ.เเล้ว ต้องรอดูว่าจากนี้ใครทำอะไร เป็นหน้าที่ของใคร

โรดเเม็ปเดิมแต่เปลี่ยนแปลงได้

“ตอนนี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติยังไม่ประกาศใช้ โรดเเม็ปต้องเป็นไปตามเดิม วันเวลายังกำหนดไม่ได้ เนื่องจากยังไม่เริ่มนับหนึ่งที่จะรู้ได้ว่าอะไรต้องทำภายในกี่วัน ณ วันนี้ยังบอกไม่ได้ อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เพราะบ้านเมืองเราเพิ่งเกิดเหตุการณ์เศร้าสลด ที่ทำให้ทุกอย่างชะงักงันเวลาอาจเปลี่ยนแปลง ยังไม่รู้จะนับหนึ่งได้อย่างไร สำหรับการผลักดันกฎหมายลูก กรธ.ทำเสร็จเเล้ว 2 ฉบับเเต่ยังส่งไปไม่ได้ ต้องรอหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้จึงส่งให้ สนช.ดูว่าจะปรับแก้อย่างไร เเล้วจึงลงมือทำอีก 2 ฉบับหลัง ต้องรอดูว่า กกต.กับพรรคการเมืองจะพร้อมเมื่อไหร่ด้วย หากผลีผลามส่งไปพร้อมกันหมด 4 ฉบับเเล้วพรรคการเมืองไม่พร้อมจะล้มกันหมด จะยิ่งกว่าเซ็ตซีโร่อีก” นายมีชัยกล่าว

ปัดไม่รู้ท่าเดียวโบ้ย คสช.ตอบ

เมื่อถามถึงกระเเสข่าวการปรับแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อปรับขั้นตอนการดำเนินการให้ต่างจากเดิม นายมีชัยย้อนกลับว่า “ผมไม่รู้คุณเอามาจากไหน” เมื่อถามย้ำว่า กรอบเวลาการโปรดเกล้าฯ รัฐธรรมนูญภายใน 90 วัน ยังเป็นไปตามเดิมหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ณ วันนี้ยังเป็นเเบบนั้น เมื่อถามย้ำอีกว่า การแก้กติกาที่เป็นที่ยอมรับร่วมกันจะมีปัญหาหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า อันนี้ไม่รู้ ตอบไม่ได้ ไม่รู้ใครจะแก้อะไรอย่างไรไม่รู้ เพราะไม่ใช่เรื่องของ กรธ. แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลและ คสช.

ต้องแก้ รธน.ปี 57 เพื่อเปิดทาง

เมื่อถามว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติไปแล้วจะแก้ไขได้หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ตอบไม่ได้ ตนไม่รู้ ข่าวที่พวกคุณบอกว่าจะมีการแก้รัฐธรรมนูญ ทำสับสนไปหมดเเล้ว ณ วันนี้ยังแก้ไม่ได้ ข่าวของพวกคุณ ทำให้ไม่เเน่ใจเเล้ว คงต้องเป็นอย่างที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ว่าหากจะแก้ไขต้องไปแก้อะไรบ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะแก้ไขหรือไม่ ถ้าแก้ไขมาหน้าตาจะเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพื่อขยายกรอบเวลา 90วันได้หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ข่าวนี้จริงหรือเท็จ อีกวันสองวันน่าจะรู้ เมื่อถามว่าการจะแก้รัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ ต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพื่อเปิดช่องก่อนใช่หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ถูกต้อง

เป็นหน้าที่นายกฯ ไม่เกี่ยว กรธ.

นายมีชัยให้สัมภาษณ์อีกรอบ ถึงประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมข้อความในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านประชามติ ว่า เป็นเรื่องของนายกฯ ที่จะดำเนินการ เพราะในมาตรา 4 ที่ขอแก้ไขมาตรา 39/1 วรรคสิบเอ็ด ให้เป็นข้อความใหม่นั้น ระบุไว้ชัดเจนว่ากรณีที่พระมหากษัตริย์พระราชทานข้อสังเกตว่าสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อความใด ภายใน 90 วัน ให้นายกฯ ต้องขอรับพระราชทานรัฐธรรมนูญนั้นคืนมา เพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะประเด็นตามข้อสังเกตนั้น กระบวนการที่จะเกิดขึ้นต่อจากนั้น คือนายกฯ ต้องดำเนินการ ไม่ใช่หน้าที่ของ กรธ. เพราะหน้าที่ กรธ.เสร็จสิ้นไปแล้ว ตั้งแต่ที่ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติให้นายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ตอนนี้ถือว่า กรธ.มีเวลาทำกฎหมายลูกมากขึ้น ถือเป็นผลดี ส่วนจะเริ่มนับหนึ่งแล้วส่ง สนช.เมื่อไหร่ต้องขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้บังคับ

“วิษณุ” ย้ำไม่เกี่ยวโครงสร้างอื่น

ต่อมาช่วงเย็น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า มติที่ประชุมร่วม ครม.และคสช.ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อเปิดทางแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายไปแล้ว เป็นการดำเนินการให้สามารถขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญที่ทูลเกล้าฯถวายไปแล้วกลับมาปรับปรุงบางมาตราที่มีการแจ้งมา ซึ่งมีไม่กี่มาตรา ทั้งหมดต้องทำให้เสร็จภายใน 30 วัน หลังได้รับพระราชทานกลับคืนมา เมื่อถามว่า ใครจะเป็นผู้ดำเนินการแก้ไข นายวิษณุตอบว่า ตามหลักการจะให้นายกฯเป็นผู้แก้ตามที่ได้รับการแจ้งมา ซึ่งนายกฯมีดำริจะตั้งคณะกรรมการพิเศษ ซึ่งเป็นบุคคลจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประมาณ 8-10 คน ดำเนินการ โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องสิทธิเสรีภาพ โครงสร้างทางการเมือง การเลือกตั้ง หรือกระบวนการทางการเมืองทั้งสิ้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับหมวดพระมหากษัตริย์ เข้าใจว่าเมื่อแก้ไขเสร็จแล้วจะเข้าเงื่อนไขเดิมตามกรอบระยะเวลา 90 วัน นับจากที่นายกฯได้นำร่าง รัฐธรรมนูญที่แก้ไขครั้งใหม่แล้วขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เมื่อถามว่า มาตราที่จะแก้ไข คือมาตรา 5 มาตรา 17 และมาตรา 182 ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ในหลักการเป็นเช่นนั้น แต่ต้องดูว่าทั้ง 3 มาตราที่พูดถึงจะเกี่ยวพันกับมาตราใดอีกบ้าง หากมีต้องตามไปแก้ด้วย

สนช.เด้งรับแก้ รธน. 3 วาระรวด

ด้าน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มีหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ว่า ที่ประชุม ครม.ร่วมกับ คสช.มีมติ เสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 แก้ไขเพิ่มเติม เป็นเรื่องด่วน จึงนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมวิป สนช. และเห็นว่าขั้นตอนของ สนช.ที่จะใช้เวลาพิจารณามีความจำเป็นที่จะใช้ความรวดเร็วเพื่อนำไปสู่การประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ อันส่งผลต่อการดำเนินการตามโรดแม็ปที่รัฐบาลวางไว้ วิป สนช.จึงมีมติให้บรรจุเรื่องเข้าสู่วาระการประชุม สนช. วันที่ 13 ม.ค. เป็นเรื่องด่วน และเห็นสมควรให้พิจารณา 3 วาระรวด โดยใช้คณะกรรมาธิการเต็มสภา ซึ่งแจ้งให้ ครม.และ คสช.ที่มีอำนาจเต็มมาชี้แจงสาระสำคัญและรายละเอียด ทราบว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้รับมอบหมายให้มาชี้แจง

แก้เนื้อหาในสองประเด็นสำคัญ

นพ.เจตน์กล่าวอีกว่า สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว มีสาระสำคัญ 2 ประเด็น คือ เรื่องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และระยะเวลาการทูลเกล้าทูลกระหม่อม ขอรับพระราชทานรัฐธรรมนูญกลับคืนมา เมื่อถามว่า สามารถเปิดเผยเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวได้หรือไม่ นพ.เจตน์ตอบว่า เอกสารรายละเอียดมีการเผยแพร่ตามสื่อต่างๆแล้ว ที่ประชุมวิป สนช.เห็นว่ามีเนื้อหาตรงกัน เมื่อถามย้ำว่า เนื้อหาที่เผยแพร่ตามสื่อเป็นร่างฉบับจริงหรือไม่ นพ.เจตน์ตอบว่า ยังไม่ได้ตรวจทาน แต่คิดว่าเป็นร่างจริง ตนได้รับมอบอำนาจให้แถลงเพียงเท่านี้ เมื่อถามว่าเป็นมติวิป สนช.ที่ไม่ให้เผยแพร่ร่างฯหรือไม่ นพ.เจตน์ตอบว่า ไม่เชิง แต่ก็ไม่ให้เปิดเผย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่ นพ.เจตน์จะลงมาแถลงข่าว นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. แจ้งต่อสื่อมวลชนว่าจะเป็นผู้ลงมาแถลงข่าวด้วยตัวเอง แต่ได้มียกเลิกไปแบบกะทันหัน และมอบให้โฆษกวิป สนช.มาชี้แจงแทน

เผยสาระสำคัญร่างแก้ไข รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราวแก้ไขเพิ่มเติม มีทั้งหมด 4 มาตรา มีสาระสำคัญอยู่ที่มาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นวรรคสามของมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 “ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง”

ปรับระยะเวลาพระราชทานคืน รธน.

มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในวรรคสิบเอ็ดของมาตรา 39/1 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 57 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 57 ฉบับที่ 2 พุทธศักราช 2559 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “เมื่อนายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายตามวรรคเก้าประกอบกับวรรคสิบแล้ว หากมีกรณีที่พระมหากษัตริย์พระราชทานข้อสังเกตว่าสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อความใดภายในเก้าสิบวัน ให้นายกรัฐมนตรีขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญนั้นคืนมา เพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะประเด็นตามข้อสังเกตนั้น และแก้ไขเพิ่มเติมคำปรารภของร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกัน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายใหม่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับพระราชทานคืนมาตามที่ขอ เมื่อนายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและใช้บังคับได้ โดยให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรม ราชโองการ ในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมและพระราชทานคืนมาหรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันที่นายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแล้วมิได้พระราชทานคืนมา ให้ร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นอันตกไป”

นายกฯฟุ้งแผนปรองดองคืบหน้า

อีกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและปรองดองว่า วันนี้รัฐบาลทำงานตามแผนงานบูรณาการเดินหน้าตามนโยบายที่มีความคืบหน้ามาก ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ ปฏิรูป ปรองดอง นำงานที่ทำแล้วทั้งหมดมาดูเพื่อสร้างให้เกิดความชัดเจน ส่วนที่ยังทำไม่ได้เพราะติดกฎหมายก็ต้องเร่งรัด หากจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 ดำเนินการ นี่คือการปฏิรูประยะที่ 1 ปี 2560 เพราะตนไม่ได้อยู่ถึง 20 ปี แต่จะทำให้เกิดความชัดเจน ให้ทุกอย่างอยู่ในแผนแม่บท นี่คือการส่งต่อสืบทอดอำนาจของตนให้แก่รัฐบาลใหม่ “ทุกเวทีโลกยอมรับผม ไปไหนเขาไม่รังเกียจ ไม่ได้เดินมาถามว่าผมมาจากรัฐประหารแล้วมาทำไมวะนี่ เขารู้ว่าผมมาอย่างไร มีแต่คนไทยที่ไม่ได้รู้ว่าปัญหาใหญ่นั้นมีอย่างไร วันหน้าไม่ได้อยู่ตรงนี้ ผมจะฟังนักข่าวถามรัฐบาลใหม่ว่าเขาทำอะไรบ้าง”

ถามจะเอาคนในชาติหรือคนไกล

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนเรื่องปรองดองอย่าเข้าใจว่าต้องทำด้วยการพูดคุยกับนักโทษ หรือผู้มีความผิดเท่านั้น สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรไม่ให้คนไทยทะเลาะกันอีก ถามว่าที่ผ่านมาทะเลาะกันเพราะสาเหตุใด ทำไมคนไทยถึงปฏิสัมพันธ์กันไม่ได้ บ้านเดียวกันยังคุยหรือดูโทรทัศน์ช่องเดียวกันไม่ได้ อย่ามัวสนใจแต่ว่าจะเอาคนติดคุกออกมา หรือให้คนที่อยู่ต่างประเทศกลับมาหรือไม่ เอาคนที่อยู่ในประเทศวันนี้ก่อน เดือดร้อนมากไหม เทียบกับคนที่อยู่ต่างประเทศใครเดือดร้อนกว่ากัน แล้วเดือดร้อนเพราะอะไร คิดให้เป็น ต้องปฏิรูปทางความคิดด้วย อย่าหาเหตุจนกระทั่งทำอะไรไม่ได้เลย แต่ก็จะให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาดูว่าจะเสนอเรื่องปรองดองอย่างไร ถ้าเสนอรวมกันไม่ได้ก็ให้แต่ละพรรคเสนอเข้ามา แล้วให้นักข่าวดูแล้วตัดสินเอา

“บิ๊กป้อม” ลั่นต้องจบก่อนเลือกตั้ง

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า นายกฯมอบให้ตนดูแล เรื่องปรองดอง เชื่อว่าสามารถทำให้เกิดความปรองดองได้ ขณะนี้กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และเหล่าทัพเข้ามาดูแลร่วมกัน กระทรวงกลาโหมทำไว้บ้างแล้วต้องนำมาต่อยอด อาจต้องเชิญผู้แทนหรือหัวหน้าพรรคการเมืองเข้าพูดคุยทีละพรรคสองพรรค รวมทั้งกลุ่มการเมืองทุกกลุ่มให้มากที่สุด เพื่อให้ได้ข้อยุติว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติต้องทำอย่างไร เรื่องในอดีตต้องว่าอย่างไร ส่วนเรื่องที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมต้องว่าไปตามกฎหมาย เรื่องนี้ต้องทำให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง อยากให้อยู่ด้วยกันให้ได้ทุกฝ่าย พยายามทำไม่รู้ว่าจะได้แค่ไหน สุดท้ายของการปรองดองยังไม่คิดว่าต้องเป็นอย่างไร ยังไม่มีใครบอกมา สื่ออย่ามามโนอย่าเพิ่งคิดไปข้างหน้า

หงุดหงิดเซ้าซี้ถามปมนิรโทษ

เมื่อถามว่าเรื่องนิรโทษจะนำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า “ก็บอกเดี๋ยวนี้ ถามอย่างนี้ผมเบื่อหน่าย บอกว่าให้อยู่ในกฎหมาย สื่อก็จะเอานิรโทษมาอีก” เมื่อถามว่าคดีม็อบของแต่ละสีเสื้อจะล้างหมดเลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “อะไรที่เป็นกฎหมายผมไม่พูดถึง เรื่องผิดกฎหมายเราไม่พูดถึง อย่าเอาเรื่องพวกนี้มาเกี่ยวข้อง เพราะทุกคนทำอะไรไปก็รู้อยู่แล้วว่าตัวเองทำผิดกฎหมาย” เมื่อถามว่าจะนิรโทษให้ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบสั้นๆว่า ไม่

สปท.กางโมเดลสร้างปรองดอง

ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงรายงานการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองว่า คาดว่าจะนำรายงานดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมวิป สปท.ได้ วันที่ 19 ม.ค. จากนั้นประมาณวันที่ 23-24 ม.ค. จะนำเข้าสู่ที่ประชุม สปท. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป หลักการต้องเป็นคดีที่อยู่ในช่วงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.2549-22 พ.ค.2558 ในรายงานฉบับนี้จะแยกแนวทางสร้างความปรองดองออกเป็นประเภทคดี ได้แก่ คดีที่เกี่ยวกับประชาชน และคดีของแกนนำชุมนุม และแบ่งประเภทความผิดคดีเป็นคดีความผิดร้ายแรง กับคดีความผิดไม่ร้ายแรง

ยืนกรานไม่ทำลายหลักนิติธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อเสนอ สปท.การเมืองไม่ต่างอะไรจากการนิรโทษกรรม นายเสรีตอบว่า ไม่เหมือนกัน การนิรโทษกรรม คือ ทำผิด แต่ไม่ต้องรับผิด แต่รายงานของ สปท.การเมืองความผิดยังคงอยู่ เพียงแต่ถูกพักโทษ ห้ามไปทำความผิด อย่าเอามาปนกัน ยืนยันไม่ใช่การทำลายหลักนิติธรรม หากจะคุยเรื่องปรองดองต้องมาหารือกันเรื่องทางออกทางกฎหมาย ตามหลักกฎหมายมีการพูดถึงการให้โอกาส การบรรเทาโทษเขียนไว้ชัดเจน หากรับสารภาพจะได้ลดโทษกึ่งหนึ่ง ส่วนข้อเสนอที่ให้โอกาสคนอยู่ต่างประเทศกลับมาสู้คดี โดยได้รับการประกันตัวนั้น ขณะนี้คนที่หนีคดีอยู่ต่างประเทศ ส่วนใหญ่ไปเคลื่อนไหวผ่านยูทูบ อินเตอร์เน็ต ต่อต้านรัฐบาล ไม่กล้าเข้าประเทศ กลัวว่าเมื่อเข้ามาแล้วจะไม่ได้รับการประกันตัว จึงเสนอว่าหากกลับมาต่อสู้คดีจะได้รับการประกันตัว แต่ข้อเสนอนี้ไม่รวมถึงกรณีศาลมีคำพิพากษาแล้ว แต่หนีคดีไปต่างประเทศ กรณีนี้ต้องกลับมารับโทษตามคำพิพากษา ไม่อยู่ในเงื่อนไขได้รับพักโทษ รวมถึงคดีเกี่ยวกับมาตรา 112 และคดีทุจริตด้วย หากใครไม่ยอมรับเงื่อนไขของ สปท.การเมือง ก็ไปพิสูจน์ตัวในชั้นศาลได้ ไม่ได้บังคับ หากเห็นว่าไม่ผิดก็ไม่ต้องยอมรับแล้วสู้คดีต่อไป

พท.สวนจริงใจปรองดองแค่ไหน

ด้านนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องปรองดองในชาติควรทำมานานแล้ว แต่ที่ผ่านมายังขาดรูปธรรมที่จับต้องได้ เชื่อว่าคนส่วนใหญ่อยากเห็นและจะได้ประโยชน์จากความปรองดอง เคยเสนอแนวคิดเรื่องปรองดองซัมมิท โดยให้ผู้มีส่วนได้เสียและคู่ขัดแย้ง มาร่วมเปิดอกคุยกันอย่างเป็นระบบ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง เมื่อรัฐบาลคิดจะเริ่มทำก็ขอให้ทำจริง ให้เกิดผลจริง ต้องกลัดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก แต่มีคำถาม ว่า 1.รัฐประหารมาร่วม 3 ปีแล้ว ทำไมเพิ่งมาเริ่มทำเรื่องปรองดอง ทั้งที่เป็นข้ออ้างในการรัฐประหาร หลายฝ่ายรวมทั้งพรรคเพื่อไทยเรียกร้องเรื่องนี้มาต่อเนื่อง แต่ไม่มีการตอบสนอง รัฐบาลจริงจังแค่ไหน เพราะเวลาตามโรดแม็ปเหลือน้อยแล้ว 2.รัฐบาลเข้าใจเรื่องปรองดองอย่างไร ทำอย่างไรจะให้คู่ขัดแย้งเข้าใจความหมายให้ตรงกัน 3.สาเหตุของความไม่ปรองดองเกิดจากอะไร คนในสังคมเข้าใจตรงกันหรือยัง 4.รัฐบาลควรเป็นผู้อำนวยความสะดวก หรือเป็นกรรมการ ไม่ควรทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งเองใช่หรือไม่ 5.การเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน ไม่เคารพกฎหมายหรือหลักนิติธรรม จะแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อให้เกิดความปรองดอง

ยุใช้มาตรา 44 เดินหน้าลุยเลย

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากรัฐบาลจะเดินหน้าเรื่องปรองดองไม่ต้องไปตั้งกรรมการอะไรให้ยุ่งยาก ถ้าให้ฝ่ายต่างๆ มาคุยกันกลัวว่าจะมานั่งเถียงกันเปล่าๆ ถ้าจะเอาจริงเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 44 วางหลักการเพื่อให้เกิดการปรองดองได้เลย เช่น การยกเลิกความผิดฝ่ายการเมืองที่ออกมาก่อความวุ่นวายในช่วงที่ผ่านมา แล้วให้มาเริ่มกันใหม่ และไม่ต้องกลัวว่าหากทำเช่นนี้แล้วจะมีความผิดตามมาภายหลัง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 48 คุ้มครองการกระทำต่างๆของ คสช.ไว้แล้ว

“นิพิฏฐ์” ซัด สปท.ชง รบ.แห่งชาติ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี สปท.เสนอให้กำหนดโทษประหารชีวิตกับผู้ที่ทุจริตเกิน 1,000 ล้านบาท ว่า การทุจริตเป็นปัญหาหลักของประเทศอยู่แล้ว การเพิ่มโทษให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันการทุจริตตนเห็นด้วย แต่จะเพิ่มโทษไปถึงประหารชีวิตนั้น อยากให้คำนึงให้ดี เพราะทั่วโลกการลงโทษด้วยการประหาร ชีวิตมีน้อยแล้ว การกำหนดเช่นนี้อาจทำให้ภาพลักษณ์ประเทศดูถอยหลังได้ ส่วนข้อเสนอ สปท.ที่ว่าช่วง 5 ปีนับแต่มีการใช้รัฐธรรมนูญ หากเกิดกรณีไม่มีพรรค การเมืองใดมีคะแนนเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลได้ ให้พรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงข้างมาก 2 อันดับแรกร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น ส่วนตัวเห็นว่าไม่สามารถทำได้ เพราะถือว่าขัดต่อร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ มีข้อบังคับเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลไว้แล้ว การจะจับมือกันตั้งรัฐบาลแห่งชาติจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ก็ได้ แต่ไม่ควรมาตั้งข้อบังคับไว้เช่นนี้ ถือว่า สปท. คิดช้า ที่มาเสนอข้อบังคับนี้

ร้อง กสม.ช่วย “ไผ่” ได้ประกันตัว

วันเดียวกันเวลา 09.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายรังสิมันต์ โรม นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางสังคมและการเมือง พร้อมคณะ เข้ายื่นหนังสือพร้อมรายชื่อกว่า 3,500 ชื่อ ผ่านนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม. เรียกร้องสิทธิประกันตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน กรณีแชร์บทความจากเว็บไซต์บีบีซีไทย ให้สามารถออกมาต่อสู้คดีได้ โดยก่อนหน้านี้นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาของไผ่ ขอให้ กสม.ตรวจสอบเจ้าหน้าที่กระบวน การยุติธรรมที่คัดค้านการประกันตัวต่อ กสม. โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า ในอนาคตมีแผนยกระดับไปสู่ระดับองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและมีกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อให้ปล่อยตัว

“ตู่” เฮศาลปล่อยตัวชั่วคราว

ช่วงบ่ายที่ศาลอาญา ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ภายหลังจากที่ทนายความเคยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายจตุพร จำเลยที่ 2 คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องในความผิดฐานร่วมกับแกนนำ นปช.รวม 24 คน ก่อการร้ายมาแล้วรวม 7 ครั้ง จากกรณีที่มีพฤติการณ์กระทำผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาล ศาลอาญาได้มีคำสั่งให้เพิกถอนการประกันตัว เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2559 โดยคำสั่งศาลสรุปว่าจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ระบุว่า สำนึกผิดในการกระทำผิดข้อกำหนดและเงื่อนไขของศาลในการปล่อยชั่วคราว ขณะที่มีภาระต้องเลี้ยงดูบุตรที่ยังเล็กอีก 4 คน อีกทั้งมีใบรับรองแพทย์ของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ มาแสดงว่าป่วยติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด ศาลเห็นว่าจำเลยถูกคุมขังมาเป็นเวลา 3 เดือน นับจากวันที่มีคำสั่งถอนประกัน จึงเชื่อว่าน่าจะทำให้จำเลยเข็ดหลาบจากการกระทำผิดข้อกำหนดและเงื่อนไขของศาลในการปล่อยชั่วคราว อีกทั้งคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานอีกจำนวนมาก เพื่อให้จำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีต่อไป ศาลจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยมีหลักประกันเป็นเงินสดจำนวน 6 แสนบาท พร้อมห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

ทบ.แจงเคลื่อนรถถังโชว์วันเด็ก

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวว่า วันที่ 12-13 ม.ค. กองทัพบกจะเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์จากหน่วยทหารในพื้นที่ กทม. จ.ปราจีนบุรี สระบุรี และลพบุรี ไปที่ พล.ม.2 รอ. และ บก. กองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เตรียมจัดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 60 โดยวันที่ 12 ม.ค. จะเคลื่อนย้ายอากาศยานจากศูนย์การบินทหารบกมายัง พล.ม.2 รอ. และจะเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยจาก จ.ปราจีนบุรี สระบุรี และ กทม. มาที่ พล.ม.2 รอ. วันที่ 13 ม.ค. จะเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์จากปราจีนบุรี สระบุรี และ กทม. ปลายทางกองบัญชาการกองทัพไทย โดยกองทัพบกจะเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์กลับที่ตั้งหน่วยทหารหลังจบกิจกรรมวันเด็ก จึงขอแจ้งให้ประชาชนรับทราบ และขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น

ระเบิดแก่งแม่โขงแค่ศึกษา

อีกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีการทบทวนมติ ครม. การระเบิดแก่งในแม่น้ำโขง หลังมีกลุ่มอนุรักษ์ออกมาคัดค้านว่า มติ ครม.เดิมให้กลับไปศึกษาเรื่องการขอขยายเส้นทางการเดินเรือการส่งสินค้าในแม่น้ำโขงและหาทางออก โดยมีกระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า สนช. กระทรวงการต่างประเทศ ยังถกเถียงกันไม่เลิก และยังต้องผ่านประเทศสมาชิก 4-5 ประเทศ ถ้าเห็นด้วยหรือมีปัญหาต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.อีกครั้ง ข้อสำคัญเกาะแก่งกลางแม่น้ำโขงทั้งหมด ไม่ใช่ของไทย หากมีการระเบิดจะมีผลต่อร่องน้ำที่เป็นเส้นเขตแดน ต้องหาทางออกว่าระบบนิเวศวิทยาสัตว์น้ำจะทำอย่างไร ไม่ใช่จะระเบิดวันพรุ่งนี้เมื่อไหร่ ขอขอบคุณที่เป็นห่วงว่าเราจะเสียดินแดน และเกิดผลกระทบต่างๆ รัฐบาลก็เป็นห่วงเช่นเดียวกับทุกคน ส่วนเรื่องที่มีผลกระทบต่อเขตแดน ถ้าจะทำต้องผ่านการพิจารณาของสภา ยืนยันรัฐบาลไม่ไปตกลงกับใครเรื่อยเปื่อยแน่นอน

แต่งตั้ง “ธีระพงษ์” นั่งเลขาฯ ครม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.มีมติแต่งตั้งนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส รองเลขาธิการ ครม. เป็นเลขาธิการ ครม. ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง ปัจจุบันนายธีระพงษ์ อายุ 53 ปี จะเกษียณอายุราชการวันที่ 1 ต.ค.2567 นอกจากนี้ในที่ประชุมร่วม ครม.และ คสช. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้รายงานเหตุผลการเตรียมออกมาตรา 44 อีก 2 ฉบับ โดยฉบับแรกเป็นการแก้ไขปัญหาโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะโครงสร้างมีปัญหาและแตกต่างจากกระทรวงอื่น มีแท่งโครงสร้างถึง 5 แท่ง ทำให้มีข้าราชการระดับซี 11 ถึง 5 คน จึงออกคำสั่งมาตรา 44 เพื่อยุบรวมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ให้เหลือเพียงแท่งเดียว ส่วนอีกฉบับคือ เรื่องหลักการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปฏิรูป และการสร้างความสามัคคีปรองดอง