บริการข่าวไทยรัฐ

ตีผังขอบเขต สร้างพระเมรุมาศ สี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านละ 67 ม.

เจาะดิน-สำรวจ ความหนาแน่น

ทีมช่างกรมศิลปากรเริ่มตีผังกำหนดขอบเขตพื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศ เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 67 เมตร พร้อมเจาะสำรวจชั้นดินเพื่อตรวจสอบความหนาแน่นก่อนเริ่มลงฐานราก ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เผยยอดผู้ร่วมบวชถวายเป็นพระราชกุศล ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในโอกาสครบกำหนดสตมวาร (100 วัน) มีแล้วกว่าหมื่นคน

แม้ว่าจะเกิดฝนโปรยปรายลงมาตั้งแต่ช่วงกลางคืนที่ผ่านมา กระทั่งตลอดวันที่ 10 ม.ค. สายฝน ยังไม่มีทีท่าว่าขาดเม็ด แต่ในพระบรมมหาราชวังและพื้นที่ท้องสนามหลวงก็ยังเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่ขอแสดงความจงรักภักดีและร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เข้าถวาย สักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยประชาชนจำนวนมากมาจากทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดนครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา ลำปาง เชียงใหม่ อุดรธานี อุทัยธานี สมุทรสาคร หนองบัวลำภู สมุทรสงคราม ฯลฯ

ทั้งนี้ นางสุทธิรัตน์ จงอวยพร อายุ 50 ปี ชาวอำเภอพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวภายหลังถวายสักการะพระบรมศพว่า ตั้งใจว่าต้องมากราบพระบรมศพโดยตั้งเป้าหมายให้ได้ 9 ครั้ง หรือมากกว่านั้นหากโอกาสอำนวยและวันนี้ มาเป็นครั้งที่สอง เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเหนื่อยกับพวกเราเยอะ โดยเฉพาะชาวอยุธยาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์หลายโครงการ เสด็จพระราชดำเนินที่อยุธยาก็หลายครั้ง ตัวเองเคยมีโอกาสได้เฝ้ารับเสด็จถึงสองครั้งด้วยกัน คือที่ วัดใหญ่ชัยมงคล และครั้งสุดท้ายที่ทุ่งมะขามหย่อง เมื่อปี 2555 นอกจากจะทรงช่วยเหลือในด้านต่างๆ ยังมีคำสอนที่สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตจริง อย่างหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งตัวเองและครอบครัวน้อมนำหลักนี้มาใช้ในการดำเนินชีวิต ด้วยการปลูกผักปลูกผลไม้ อย่างมะนาว กระเจี๊ยบ แก้วมังกร ฯลฯ เก็บไว้กินในครัวเรือน ส่วนที่เหลือก็นำมาวางขายหน้าบ้าน

สำหรับในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราช กุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่แปดสิบเก้า ในวันที่ 10 ม.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้คณะผู้ว่าราชการ ข้าราชการ พนักงาน จากจังหวัดต่างๆ ประกอบด้วย จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสกลนคร จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล

นอกจากนี้ ในเวลา 14.00 น. นายโอมาร์ อัลกาบรา ที่ปรึกษาฝ่ายการเมืองของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแคนาดา พร้อมด้วยนาง โดนิกา พ็อตตี เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในสมุดหลวง ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระ บรมมหาราชวัง

ขณะที่สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 42,432 คน รวม 70 วัน มี 3,037,746 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,496,162.25 บาท รวม 70 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 247,768,324 บาท

ส่วนที่ท้องสนามหลวง วันเดียวกัน ที่จุดพักคอยคิวเต็นท์ จ ด้านทิศเหนือสนามหลวง นางพะเยาว์ ชมขุนทด อายุ 55 ปี กรรมการสมาคมไทยในโอ๊กแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ พร้อมด้วยนางจินดา สุวรรณชัยรบ อายุ 49 ปี และคณะชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ เดินทางมากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยนางพะเยาว์ กล่าวว่า ตนกับเพื่อนๆ ได้รับโอกาสจากโครงการ “กลับบ้านกราบพ่อ”ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาเยือนบ้านเกิดอีกครั้ง แม้ว่าครั้งนี้จะแตกต่างกว่าทุกครั้ง เพราะต้องมากราบพระบรมศพพ่อหลวง อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั่วโลก อยากขอเชิญชวนคนไทยที่อยู่ในนิวซีแลนด์และนครซิดนีย์ ถ้าอยากจะมากราบพระบรมศพขอให้ติดต่อกับ ททท.นครซิดนีย์ด้วย ส่วนคำสอนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ตนยึดถือปฏิบัติคือ ตนได้ช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนที่เดือดร้อน เพราะเราเป็นคนไทยเหมือนกัน ต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และจะทำความดีเพื่อพ่อตลอดไป

ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ห้องประชุม กอร.รส.ติดกับเต็นท์พักคอยคิว ก นางศรีวรา อิสระ พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) นำหนังสือ “ทำอย่างไร จะพูดได้เต็มปากว่า เรารักในหลวง” ที่เขียนโดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ที่จัดพิมพ์ขึ้นจำนวน 515,000 เล่ม โดยได้นำมอบให้กับนายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร เพื่อแจกให้กับประชาชนที่มารอคอยเข้ากราบพระบรมศพ นางศรีวรากล่าวว่า อยากให้ประชาชนที่เข้ามากราบพระบรม ศพได้อ่านหนังสือดังกล่าวนี้ เพราะจะได้รู้ว่าการรักในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่ใช่เพียงคำพูดเท่านั้น ในหนังสือเล่มนี้จะบอกว่า เราควรจะทำปฏิบัติอย่างไร ถ้าเรารักในหลวงจริง

ส่วนบริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ บริเวณพื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีม ช่างก่อสร้างจากกรมศิลปากร ลงพื้นที่ด้วยการนำไม้มาตีผังกำหนดขอบเขตพื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศจริง เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ความยาวด้านละ 67 เมตร นอกจากนี้ยังนำเครื่องมือหนัก อุปกรณ์สามขาและรถแบ็กโฮ มาขุดเจาะสำรวจชั้นดินเพื่อตรวจสอบความ หนาแน่นก่อนเริ่มลงฐานรากก่อสร้างฐานพระเมรุมาศ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาตลอดทั้งวัน

หนึ่งในทีมช่างก่อสร้าง กล่าวว่า กลุ่มช่างก่อสร้างได้เริ่มวางผังกำหนดขอบเขตพื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา เข้ามาเก็บ ชั้นดินที่ผ่านการขุดเจาะสำรวจ ไปตรวจสอบความหนาแน่น ในห้องแล็บเพื่อวิเคราะห์สภาพดิน ความสามารถในการรองรับน้ำหนักพระเมรุมาศขนาดตามจริง จากนั้นจะเริ่มปรับสภาพดินเฉพาะพื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศ ให้หน้าดินมีความเสมอกันทั้งสี่ด้าน ทั้งนี้การปรับหน้าดินจะไม่รวมพื้นที่ก่อสร้างอาคารประกอบ และพื้นที่ที่ใช้ในการตกแต่งภูมิทัศน์ โดยรอบ เนื่องจากการก่อสร้างครั้งนี้ใช้แต่ละอาคาร จะใช้ทีมช่างคนละทีม เพื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จตามกำหนดการ แต่การปรับหน้าดินเพื่อก่อสร้างอาคารประกอบทั้งหมดจะยึดตามความสูงของหน้าดิน พื้นที่พระเมรุมาศเป็นหลัก โดยคาดว่าจะเริ่มล้อมรั้ว เพื่อให้ทีมช่างเข้าไปทำการก่อสร้างได้เต็มพื้นที่ได้ภายในเดือน ก.พ.นี้

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ตามที่มหาเถรสมาคม (มส.) มีมติให้คณะสงฆ์ทั่วประเทศ จัดอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครบกำหนดปัญญาสมวาร (50วัน) และสตมวาร (100 วัน) โดยในส่วนการอุปสมบทเนื่องในโอกาสครบกำหนดปัญญาสมวาร ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว ระหว่างวันที่ 28 พ.ย. 2559-6 ธ.ค.2559 มีวัดร่วมดำเนินการ 136 วัด ผู้เข้าร่วมอุปสมบทจำนวน 11,426 คน ส่วนการอุปสมบทเนื่องในโอกาสสตมวารนั้น กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16-25 ม.ค.2560 มีวัดจากทั่วประเทศเข้าร่วมดำเนินการ 187 วัด และมีผู้สมัครเข้าร่วมอุปสมบทแล้ว 10,369 คน ทั้งนี้ข้าราชการที่เข้าร่วมอุปสมบทในโครงการดังกล่าว ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้เข้าร่วมอุปสมบทได้โดยไม่ถือเป็นวันลาด้วย นอกจากนี้ ศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย (ศปท.) ยังเตรียมจัดโครงการปฏิบัติธรรมของเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 20-26 ม.ค.2560 ที่ศูนย์ ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมฯ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม จ.ราชบุรี ด้วย