วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' เผยแผนปฏิรูป-ปรองดอง โวผลงานเพียบต่างประเทศยอมรับ

นายกฯ เผยแผนปฏิรูป-ปรองดอง คืบหน้ามาก ฟุ้งผลงานเพียบ ตปท.ยอมรับ เปิดทางพรรคการเมืองเสนอข้อคิดเห็น ยันมติ ครม.ระเบิดแม่น้ำโขงแค่ศึกษา ลั่นไม่ปล่อยเสียดินแดนแน่นอน 

เมื่อวันที่ 10 ม.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังการประชุม คสช. และการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและปรองดองว่า จะมีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 แต่งตั้งคณะทำงานดังกล่าว เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ ปฏิรูป และการปรองดอง โดยนำงานที่ทำแล้วทั้งหมดมาทำให้เกิดความชัดเจน ส่วนที่ยังทำไม่ได้เนื่องจากติดกฎหมายก็ต้องเร่งรัด หากมีความจำเป็นก็ต้องใช้มาตรา 44 ดำเนินการ ซึ่งถือเป็นการปฏิรูประยะที่ 1 ปี 2560 เพราะตนไม่ได้อยู่ถึง 20 ปี แต่จะทำให้เกิดความชัดเจน ให้ทุกอย่างอยู่ในแผนแม่บท ถือเป็นการส่งต่อหรือสืบทอดอำนาจของตนให้แก่รัฐบาลใหม่ ซึ่งวันนี้การปฏิรูปของรัฐบาลมีความคืบหน้ามาก 

“ทุกเวทีโลกเขาก็ยอมรับ ผมไปไหนเขาไม่รังเกียจ ไม่ได้เดินมาถามว่าผมมาจากรัฐประหารแล้วมาทำไม เขารู้ว่าผมมาอย่างไร มีแต่คนไทยที่ไม่ได้รู้ปัญหาใหญ่ วันหน้าเมื่อผมไม่ได้อยู่ตรงนี้ ผมก็จะฟังนักข่าวถามรัฐบาลใหม่ด้วยว่า เขาทำอะไรบ้าง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการปรองดอง อย่าเข้าใจว่าต้องทำด้วยการพูดคุยกับนักโทษหรือผู้มีความผิดเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรไม่ให้คนไทยทะเลาะกันอีก ถามว่าที่ผ่านมาทะเลาะกันเพราะอะไร อย่ามัวสนใจแต่ว่าจะเอาคนติดคุกออกมา หรือให้คนที่อยู่ต่างประเทศกลับมา แต่เอาคนที่อยู่ในประเทศวันนี้ก่อน เทียบกับคนที่อยู่ต่างประเทศใครเดือดร้อนกว่ากัน จึงต้องปฏิรูปทางความคิดด้วย อย่าหาเหตุจนกระทั่งทำอะไรไม่ได้เลย แต่จะให้ฝ่ายการเมืองเข้ามา ต้องดูว่าจะเสนอเรื่องปรองดองอย่างไร ถ้าเสนอรวมกันไม่ได้ ก็ให้แต่ละพรรคเสนอเข้ามา แล้วให้นักข่าวตัดสินเอา

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงความคืบหน้า ในการทบทวนมติ ครม.เรื่องการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขง ว่า มติ ครม.ที่ผ่านมาให้กลับไปศึกษา ถึงวันนี้ทราบว่ายังประชุมกันอยู่ว่า ถ้าตัดสินใจจะทำแล้วจะทำอย่างไร ทำได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องไปต่ออีกว่าประเทศสมาชิก 4-5 ประเทศ เห็นด้วยพร้อมกันหรือยัง ถ้าเห็นด้วยหรือมีปัญหาอะไรก็ต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. อีกครั้ง ยืนยันจะไม่ปล่อยให้เกิดความเสียหายอย่างแน่นอน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาโดยกระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงการต่างประเทศ ที่มีการตั้งข้อสังเกตจำนวนมาก และยังถกเถียงกันไม่เลิก

"ขอขอบคุณที่ทุกคนเป็นห่วงว่าเราจะเสียดินแดน และเกิดผลกระทบต่าง ๆ ซึ่งหากมีการดำเนินโครงการดังกล่าวจริง รัฐบาลก็มีความเป็นห่วงเช่นเดียวกับทุกคน อีกทั้งทุกอย่างถ้าจะทำก็ต้องผ่านการพิจารณาของสภา โดยเฉพาะเรื่องที่จะมีผลต่อเขตแดนของประเทศ ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ไปตกลงกับใครเรื่อยเปื่อยอย่างแน่นอน" นายกฯ กล่าว