บกปภ.ช. คอนเฟอเรนซ์น้ำท่วมใต้ เน้นย้ำดูแลผู้ประสบภัย หลัง 11 ม.ค.ฝนลด - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

บกปภ.ช. คอนเฟอเรนซ์น้ำท่วมใต้ เน้นย้ำดูแลผู้ประสบภัย หลัง 11 ม.ค.ฝนลด

บกปภ.ช. ประชุมคอนเฟอเรนซ์ติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ เน้นย้ำจังหวัดดูแลผู้ประสบภัยทั่วถึง เน้นบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน พบหลัง 11 ม.ค. ฝนลด แต่ต้องระวังดินชุ่มน้ำที่ลาดเชิงเขาสไลด์-ถล่ม

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 60 กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ  (บกปภ.ช.) จัดประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกันระหว่าง บกปภ.ช. ส่วนกลาง ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ บกปภ.ช. ส่วนหน้า ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี รวมถึงหน่วยปฏิบัติการในระดับพื้นที่ โดยมีผู้แทนส่วนสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน (สปฉ.) ที่เกี่ยวข้อง 11 สปฉ. เข้าร่วม ซึ่งจากการติดตามสภาพอากาศพบว่า หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้มีปริมาณฝนลดลง แต่ระดับน้ำยังทรงตัว ขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน และเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวมะตะบัน ประเทศเมียนมา ทำให้มีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะประจวบคีรีขันธ์ ที่มีน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ จากการประเมินสถานการณ์พบว่า หลังวันที่ 11 ม.ค. 60 ปริมาณฝนในพื้นที่ภาคใต้จะลดลง แต่ด้วยลักษณะทางกายภาพของภาคใต้ซึ่งเป็นที่สูงสลับกับที่ลุ่ม  ทำให้น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ทะเลหรือทะเลสาบ จากจุดที่เป็นต้นน้ำไปสู่กลางน้ำ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน น้ำจะไหลลงสู่ปลายน้ำ ทำให้พื้นที่ต้นน้ำและกลางน้ำสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ในขณะที่พื้นที่ปลายน้ำบริเวณปากแม่น้ำและริมชายฝั่งทะเลจะใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน สถานการณ์จึงจะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ

นายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าส่วนอำนวยการ  บกปภ.ช. เน้นย้ำจังหวัดที่มีปริมาณฝนลดลงให้เร่งคลี่คลายสถานการณ์ โดยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำ ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์และระดับน้ำทะเลหนุน เพื่อให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงดูแลผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง ทั้งการบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น และการฟื้นฟูความเสียหายในระยะยาว อีกทั้งติดตั้งป้ายเตือนบริเวณเส้นทางที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะและอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตกหนัก ให้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเลี่ยงการใช้เส้นทางที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมสูง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว กรณีเส้นทางสายหลักที่ลงสู่ภาคใต้มีน้ำท่วมสูงหรือคอสะพานถูกน้ำกัดเซาะเสียหาย ให้เร่งซ่อมแซมและนำสะพานเบลีย์ไปติดตั้ง เพื่อให้สามารถใช้สัญจรได้ชั่วคราว

ด้าน นายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าส่วนปฏิบัติการ บกปภ.ช. เน้นย้ำเช่นกัน ให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากในพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังรอการระบาย ในขณะที่ยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงแม้จะมีฝนลดลงแต่ระดับน้ำยังทรงตัว ประกอบกับดินอยู่ในสภาพชุ่มน้ำ อาจทำให้เกิดดินไหลและดินถล่มบริเวณที่ลาดเชิงเขาได้ รวมถึงกำชับให้จังหวัดดูแลระบบการติดต่อสื่อสารให้สามารถใช้การได้ตลอดเวลา เพื่อประสานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างทันท่วงที พร้อมกันนี้ ให้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงมาตรการการช่วยเหลือของภาครัฐ เพื่อให้ผู้ประสบภัยมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างครอบคลุมในทุกด้าน

ขณะที่ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์การปฏิบัติ บกปภ.ช. กล่าวว่า ปภ. ได้ระดมวัสดุอุปกรณ์เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย ทั้งรถไฟฟ้าส่องสว่าง เครื่องสูบน้ำระยะไกล เครื่องผลักดันน้ำ สุขาเคลื่อนที่ รถผลิตน้ำดื่มสะอาด รถยกสูง เรือท้องแบน เรืออเนกประสงค์ รวมกว่า 675 รายการ จากศูนย์ ปภ.เขต 11 ศูนย์/เขต ทั่วประเทศ สนับสนุนการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย อีกทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม ได้ระดมเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยอีกกว่า 1,000 รายการ ร่วมสนธิกำลังปฏิบัติการกู้วิกฤติอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งอยู่ภายใต้การสั่งการของ บกปภ.ช. ส่วนหน้า โดยได้กระจายทรัพยากรต่างๆ ไปยังพื้นที่ประสบภัยอย่างทั่วถึงแล้ว หากจังหวัดต้องการรับการสนับสนุนเพิ่มเติมให้ประสานไปยัง บกปภ.ช. ส่วนหน้า เพื่อพิจารณาสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มเติมโดยเร่งด่วนต่อไป

สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายให้เร่งสำรวจความเสียหาย แยกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ 1. ด้านชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อาทิ ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต ค่าซ่อมแซมบ้านและที่อยู่อาศัย ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน 2. ด้านการประกอบอาชีพ อาทิ การเกษตร ประมง ปศุสัตว์ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และ 3. ด้านสิ่งสาธารณประโยชน์ อาทิ ถนน สะพาน และระบบสาธารณูปโภค ให้หน่วยงานรับผิดชอบหลักดำเนินการ ตามแผนงบประมาณให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว สำหรับถนนในหมู่บ้านที่ไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบดูแล ให้จังหวัดขอรับการสนับสนุนงบกลางเพื่อดำเนินการซ่อมแซมโดยด่วนต่อไป.

เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ คลิกที่นี่