บริการข่าวไทยรัฐ

สปท.การเมือง ชงโมเดลปรองดอง พักโทษประชาชน แลกห้ามทำผิดซ้ำใน 5 ปี

สปท.การเมือง กางโมเดลปรองดอง ชงพักโทษประชาชนร่วมชุมนุมยึดสนามบินสถานที่ราชการ ตั้งเงื่อนไขห้ามทำผิดซ้ำภายใน 5 ปี ส่วนแกนนำชุมนุมให้รับสารภาพ แลกลดหย่อนผ่อนโทษ ด้านคดีทุจริต-มาตรา 112 ไม่อยู่ในข่ายได้พักโทษ ยืนกรานไม่ขัดหลักนิติธรรม

เมื่อวันที่ 10 ม.ค.60 ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงข้อเสนอรายงานการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองว่า คาดว่าในวันที่ 19 ม.ค. จะนำรายงานดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) ได้จากนั้นประมาณวันที่ 23 หรือ 24 ม.ค. จะนำเข้าสู่ที่ประชุม สปท.พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป หลักการจะต้องเป็นคดีที่อยู่ในช่วงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.2549 - 22 พ.ค.2558 ในรายงานฉบับนี้จะแยกแนวทางสร้างความปรองดองออกเป็นประเภทคดี ได้แก่ คดีที่เกี่ยวกับประชาชน และคดีของแกนนำชุมนุม และแบ่งประเภทความผิดคดีเป็นคดีความผิดร้ายแรงกับคดีความผิดไม่ร้ายแรง

นายเสรี กล่าวต่อว่า ในส่วนคดีความผิดไม่ร้ายแรง มีหลักเกณฑ์สร้างความปรองดองคือ หากเป็นคดีของประชาชนทั่วไปที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล หากจำเลยยอมรับผิดตามที่ถูกฟ้อง จะเสนอให้ศาลจำหน่ายคดีออกไป แต่ระหว่างนั้น 5 ปีห้ามไปก่อปัญหาต่อบ้านเมือง ห้ามชุมนุม ปลุกปั่นยุยง สร้างความแตกแยก ถ้าไปก่อเหตุวุ่นวายจะต้องถูกดำเนินคดีตามเดิมคดีที่อยู่ในข่ายไม่ร้ายแรง รวมถึงการบุกรุกสนามบิน บุกสถานที่ราชการ รวมถึงการก่อการร้าย แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าบุคคลนั้นๆ ไปร่วมชุมนุมเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ไปร่วมสร้างความเสียหายอื่นๆ หรือกรณีการเผาทรัพย์สินราชการ ถ้าพิสูจน์ได้ว่า ไม่ใช่ผู้ลงมือเผา แค่ไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์ ก็มีโอกาสได้รับการจำหน่ายคดี แต่ถ้าพบว่าเป็นผู้ลงมือเผาทรัพย์สิน จะไม่ได้รับโอกาสจำหน่ายคดี แต่ต้องไปต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนความผิดประเภทคดีร้ายแรงจะต้องไปต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ขณะที่แกนนำการชุมนุม หากยอมรับว่าได้กระทำความผิด จะเสนอต่อศาลขอให้ใช้ดุลพินิจลงโทษสถานเบา

เมื่อถามว่า ข้อเสนอ สปท.การเมือง ไม่ต่างอะไรจากการนิรโทษกรรม นายเสรี กล่าวว่า ไม่เหมือนการนิรโทษกรรม คือ ทำผิดมาแล้ว แต่ไม่ต้องรับผิด แต่ในรายงานของ  สปท.การเมืองนั้น ความผิดยังคงอยู่ เพียงแต่ถูกพักโทษห้ามไปกระทำความผิด อย่าเอามาปนกัน ยืนยันว่าไม่ใช่การทำลายหลักนิติธรรม หากจะคุยเรื่องปรองดองต้องมาหารือกันเรื่องทางออกในทางกฎหมาย ซึ่งตามหลักกฎหมายมีการพูดถึงการให้โอกาส การบรรเทาโทษเขียนไว้ชัดเจน หากรับสารภาพจะได้ลดโทษกึ่งหนึ่ง ส่วนข้อเสนอที่ให้โอกาสคนอยู่ต่างประเทศกลับมาสู้คดีโดยได้รับการประกันตัวนั้น ขณะนี้คนที่หนีคดีอยู่ต่างประเทศส่วนใหญ่ ไปเคลื่อนไหวผ่านยูทูบอินเทอร์เน็ตต่อต้านรัฐบาล ไม่กล้าเข้าประเทศ เพราะกลัวว่าเมื่อเข้ามาแล้วจะไม่ได้รับการประกันตัว สปท.การเมืองจึงเสนอว่า หากกลับมาต่อสู้คดี จะมีสิทธิ์ได้รับการประกันตัว อย่างไรก็ตามข้อเสนอของ สปท.ไม่รวมถึงกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว แต่หนีคดีไปต่างไปประเทศ กรณีเช่นนี้จะต้องกลับมารับโทษตามคำพิพากษา ไม่อยู่ในเงื่อนไขได้รับการพักโทษ รวมถึงคดีเกี่ยวกับมาตรา 112 คดีทุจริตจะไม่อยู่ในข่ายได้พักโทษ ขอปฏิเสธว่า ก่อนที่จะมีรายงานฉบับนี้ออกมาได้ไปหารือกับแกนนำกลุ่มต่างๆ มาแล้ว ในส่วนของแกนนำผู้ชุมนุมที่เสนอมาคราวนี้หากเห็นว่าข้อกล่าวหาที่ถูกกล่าวหาไม่เป็นความจริง ไม่ยอมรับ เพื่อจะได้รับการพักโทษ ก็ไปพิสูจน์ตัวในชั้นศาลได้ เราไม่ได้บังคับ เพราะคราวที่มีข้อเสนอออกมา ต้องยอมรับต่อศาลก่อนได้รับการพักโทษ ถูกแกนนำสีต่างๆ ต่อต้าน คราวนี้เลยปล่อยให้เป็นตามความสมัครใจ หากเห็นว่าไม่ผิดก็ไม่ต้องยอมรับแล้วสู้คดีต่อไป.