บริการข่าวไทยรัฐ

รู้ไว้ไม่เสียหาย! แนะ 7 วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุรถยนต์จมน้ำ

ภาพจากเฟซบุ๊ก : นู๋ก้อย ทิพย์มงคล

จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินกับประชาชนในพื้นที่หลายจังหวัด จนกระทั่งล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 ม.ค. ได้เกิดเหตุน้ำหลากท่วมบนถนนเพชรเกษมในพื้นที่ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งผลให้มีรถยนต์จมน้ำจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังมีผู้คนติดอยู่บนรถด้วยจำนวนหนึ่ง ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังมีเด็กหญิง 5 ขวบถูกน้ำป่าพัดสูญหายก่อนจมน้ำเสียชีวิต ตามข่าวที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้ (เกาะติดน้ำท่วมภาคใต้ : เร่งทำสะพานแบรี่ แก้จราจรขาขึ้น-ล่องใต้อัมพาต)

ทีมข่าวสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ ได้ตรวจสอบพบว่าเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'สถานีตำรวจภูธรกะทู้ จังหวัดภูเก็ต' ได้เคยโพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับวิธีเอาตัวรอดในนาทีวิกฤต หากเกิดเหตุรถยนต์จมน้ำ โดยระบุข้อความไว้ว่า

"ทำอย่างไร..เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ตกน้ำ...รู้ไว้....ในนาทีวิกฤต...

ให้พึงระลึกไว้เสมอว่า เรายังมีเวลาพอที่จะทำอะไรหรือแก้ไขได้ เพราะขณะที่รถยนต์ตกน้ำ (รถยนต์ส่วนบุคคลสมัยนี้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ มักปิดกระจกขณะขับขี่) รถจะไม่จมลงในทันทีแต่จะค่อย ๆ จมลงอย่างช้า ๆ อย่างต่อเนื่องประมาณ 17 - 20 วินาที ในนาทีวิกฤตนี้ ควรตั้งสติให้ดี และ ปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ปลด SAFETY BELT ออกทุกๆ คน รวมทั้งผู้โดยสารด้วย
2. อย่าออกแรงใดๆ เพื่อสงวนการใช้อากาศหายใจซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนจำกัด
3. ให้ยกส่วนศีรษะให้สูงเหนือระดับน้ำที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในรถ
4. ปลดล็อกประตูรถทุกบาน
5. หมุนกระจกให้น้ำไหลเข้าในรถเพื่อปรับความดันในรถและนอกรถให้เท่ากัน มิฉะนั้นท่านจะเปิดประตูรถไม่ออก เพราะน้ำจากภายนอกตัวรถจะดันประตูไว้
6. เมื่อความดันใกล้เคียงกันแล้วให้ผลักบานประตูออกให้กว้างสุด แล้วท่านก็ออกจากห้องโดยสารของรถได้
7. จากนั้นท่านอาจจะปล่อยตัวให้ลอยขึ้นเหนือน้ำตามธรรมชาติ หรือจะว่ายน้ำขึ้นมาก็ได้

ปล. หากเป็นรถที่ใช้ระบบไฟฟ้า การทำงานจะขัดข้องจนไม่สามารถเปิดกระจกได้ ให้ใช้ค้อนเหล็ก หรือของแข็งที่มีอยู่ในรถทุบกระจกด้านข้างให้แตก ไม่ควรทุบกระจกหน้าหรือหลัง เพราะเป็นกระจกนิรภัยจะแตกยากกว่า

ในกรณีนี้หากน้ำลึกมากๆ อาจจะมองไม่เห็นว่าทิศใดเหนือน้ำ ทิศใดใต้น้ำเพราะว่า มืดไปหมด ไม่ควรใช้วิธีว่ายน้ำ เพราะอาจจะว่ายไปในทิศทางที่ไม่ขึ้นเหนือน้ำ กรณีเช่นนี้ควรปล่อยตัวให้ลอยขึ้นตามธรรมชาติ หรือลองเป่าปากดูว่าฟองอากาศลอยไปในทิศทางใด ให้ว่ายน้ำไปในทิศทางที่ฟองอากาศลอยไป ก็จะไม่มีอาการหลงน้ำ

นอกจากนั้นก่อนออกจากรถหากท่านมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กๆ อาจจะหนีบเด็กๆ นั้นออกมากับท่านได้อีกหนึ่งคน ดังนั้นหากท่านปฏิบัติตามวิธีการเหล่านี้ ก็จะช่วยให้ชีวิตของท่านปลอดภัยได้ในยามคับขัน"