ชง ครม.เยียวยาน้ำท่วมใต้ เผยสังเวยแล้ว 25 ศพ เตือน 9 จว.รับมือฝน - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ชง ครม.เยียวยาน้ำท่วมใต้ เผยสังเวยแล้ว 25 ศพ เตือน 9 จว.รับมือฝน

มท.1 เผยปริมาณฝนภาคใต้เคลื่อนเข้า กทม. เตรียมถก ปภ.รับมือสถานการณ์ จ่อเสนอ ครม.หามาตรการเยียวยาหลังน้ำลด ส่วนสถานการณ์ล่าสุด 11 จว.ใต้ยังหนัก ยอดดับพุ่งแล้ว 25 ราย เตือน 9 จว.ใต้ เตรียมรับมือฝนกระหน่ำ 10–11 ม.ค.นี้ "บัวแก้ว" เร่งลงขันช่วยน้ำท่วมใต้ 

เมื่อวันที่ 10 ม.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์จะมีฝนตกเพิ่มขึ้น โดยปริมาณฝนจะเคลื่อนขึ้นมาบริเวณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และอาจจะมีผลมาถึง กทม.ด้วย ขณะนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการรับมือสถานการณ์ดังกล่าว และได้แจ้งเตือนบางพื้นที่ของ กทม.แล้ว ทั้งนี้ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ การจราจรสามารถสัญจรไปมาได้แล้ว สามารถระบายน้ำได้เร็ว เพราะน้ำสามารถไหลลงสู่ทะเลได้รวดเร็ว ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ได้เตรียมการล่วงหน้าในการช่วยเหลือประชาชนแล้ว 

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ขณะนี้บางจังหวัดดีขึ้น แต่ 2-3 วันนี้ ตามที่กรมอุตุฯ พยากรณ์ ว่าจะมีฝน ก็ได้เตรียมการไว้แล้ว ส่วนการช่วยเหลือประชาชนขณะนี้ถือว่าทำได้ดี ซึ่งทางปภ.ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาล เพื่อให้การช่วยเหลือไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน โดยจะเน้นการช่วยเหลือชีวิตผู้คนเป็นหลัก ทั้งนี้ประชาชนที่ยังอาศัยในที่อยู่ตัวเองได้ ทางการก็จะส่งอาหารไปดูแล ส่วนพื้นที่น้ำท่วมขัง ก็จะส่งหน่วยงานเข้าไปช่วยระบายน้ำ ส่วนการรับบริจาคสิ่งของ คาดว่ารัฐบาลจะมอบหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบ ทั้งนี้ ความช่วยเหลือขณะนี้ยังจำเป็นอยู่ หากประชาชนที่อยากช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยสามารถทำได้ สำหรับมาตรการเยียวยา ตนจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบก่อน แล้วนายกฯ จะมีบัญชาอย่างไรก็คงดำเนินการต่อไป แต่การช่วยเหลือตามกฎหมายมีอยู่แล้ว เพียงแต่หากจะต้องใช้มาตรการช่วยเร่งด่วนต้องออกเป็นมติ ครม.

ด้าน นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) กล่าวว่า บ่ายวันนี้หลังการประชุม ครม.จะมีการเปิดศูนย์ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ในนามของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ หลังจาก นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุม โดยศูนย์ดังกล่าวเปิดอย่างไม่เป็นทางการมา 2-3 วันแล้ว โดยใช้จุดเดิมที่เคยเป็นที่ตั้งของจุดบรรจุข้าวพอเพียงเป็นที่ตั้ง ขณะที่ประชาชนที่อยากบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย สามารถบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล ชื่อบัญชี กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 ทั้งนี้เท่าที่เปิดมามีประชาชนเริ่มมาบริจาค 20-30 รายแล้ว การรับบริจาคอยากจะเน้นเรื่องการบริจาคเงินผ่านบัญชีเพราะจะไม่ยุ่งยากในการส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ และสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย แต่หากประชาชนทั่วไปประสงค์จะบริจาคเป็นสิ่งของ ทางสปน. ก็ยินดีรับประสานให้ โดยติดต่อผ่านทางสายด่วน 1111 ของ สปน. แต่สิ่งของนายกฯ ก็อยากให้เป็นลักษณะอาหารที่ปรุงสำเร็จแล้ว เพราะในพื้นที่คงไม่สะดวกที่จะนำสิ่งของไปปรุงหรือประกอบอาหารเอง

เมื่อถามว่า เงินที่ประชาชนนำมาบริจาค สปน.จะส่งต่อไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดได้เลยหรือไม่ นายจิรชัย กล่าวว่า เงินที่ได้รับบริจาคจะนำเข้ากองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ ที่มี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 13 ม.ค.นี้ เวลา 13.30 น.ที่ สปน.เป็นการเตรียมการเยียวยาประชาชนหลังน้ำลด

ขณะที่ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีปภ. เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ฝนที่ตกหนัก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2560 ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีจังหวัดได้รับผลกระทบ 12 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ รวม 111 อำเภอ 663 ตำบล 4,993 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 369,680 ครัวเรือน 1,105,731 คน ผู้เสียชีวิต 25 ราย สูญหาย 2 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 5 แห่ง ถนน 218 จุด คอสะพาน 59 แห่ง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 1 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ยังคงมีสถานการณ์ใน 11 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ รวม 92 อำเภอ 556 ตำบล 4,299 หมู่บ้าน โดยจังหวัดพัทลุง น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ, นราธิวาส น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 13 อำเภอ, สงขลา น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ, ปัตตานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 9 อำเภอ, ตรัง น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ, สุราษฎร์ธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 13 อำเภอ, นครศรีธรรมราช น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 23 อำเภอ, ชุมพร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 8 อำเภอ, กระบี่ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ, ประจวบคีรีขันธ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ, ระนอง น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอเมืองระนอง รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน 
 
นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ภาคใต้ตอนบนจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และคลื่นลมแรง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกสะสม ส่งผลให้พื้นดินชุ่มน้ำ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย ดินไหลและดินถล่ม ปภ. จึงได้ประสาน 9 จังหวัดดังกล่าวแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยบริเวณที่ลาดเชิงเขา ที่ราบต่ำริมน้ำไหลผ่าน ริมชายฝั่งทะเล และพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนักและฝนตกสะสม ขณะที่เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 2–3 วัน

ขณะที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้จากต่างประเทศว่า เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมาก ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังลงขันเพื่อช่วยเหลืออยู่ ทราบว่าทางสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) รวบรวมเงินได้ประมาณ 1 ล้านบาท อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดที่แสดงเจตนาส่งความช่วยเหลือประเทศไทยมาแต่อย่างใด เพราะเรายังไม่ได้ร้องขอไป ขณะนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนชนไทยต้องช่วยกันเองก่อน จากนั้นค่อยมาว่ากัน


advertisement