บริการข่าวไทยรัฐ

สุราษฎร์ฯ ยังวิกฤติ น้ำท่วม อ.พระแสง สูง 3 เมตร ต้องอพยพคน

ข่าวสถานการณ์น้ำท่วม อ.พระแสง เข้าขั้นวิกฤติ ขยายวงกว้างต่อเนื่อง หลายพื้นที่ระดับน้ำสูงกว่า 3 เมตร แต่ยังน้อยกว่าปี 54 กว่า 1 เมตร ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน จนท.เร่งอพยพชาวบ้านไปยังที่ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 60 พ.อ.พิสุทธิ์ มณฑานุช ผอ.นพค.46 พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 46 ทหารพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย และ อบต.อิปัน ยังคงเร่งเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่บ้านบางหยด ม.8 ต.อิปัน อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี หลังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประชาชน 150 ครัวเรือน ทั้งบ้านชั้นเดียวและบ้าน 2 ชั้น ต้องอพยพออกมาอยู่ภายนอก และยังมีประชาชนอีกส่วนที่มีบ้าน 2 ชั้น และน้ำยังท่วมไม่ถึง ประมาณ 10 หลัง เจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือเพราะน้ำเพิ่มระดับช้าๆ ไม่เร็วเหมือนวันที่ผ่านมา

ด้าน นายจำนงค์ นวลผอม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 บ้านบางหยด ต.อิปัน อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ระดับน้ำเริ่มไหลเข้าพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 8 และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวกกับในพื้นที่ยังคงมีปริมาณน้ำมาเพิ่ม ทำให้มวลน้ำเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว และสูงกว่า 3 เมตร ต้องอพยพชาวบ้านทั้งหมู่บ้านออกมาอาศัยในที่ปลอดภัย จุดอพยพและบ้านญาติ ทั้งนี้บ้านบางหยดจะเป็นพื้นที่รับน้ำที่กำลังไหลมาจากจังหวัดกระบี่ ที่ไหลมาตามคลองอิปัน เมื่อมาสมทบจะทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าในพื้นที่ และคาดว่าจะมีปริมาณสูงขึ้นไปอีก เพราะน้ำระบายลงสู่แม่น้ำตาปีได้ยากลำบาก จึงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับสถานการณ์การน้ำท่วมอำเภอพระแสงขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ประชาชนได้รับผลกระทบแล้ว 7 ตำบล ได้แก่ ต.บางสวรรค์ ต.ไทรโสภา ต.ไทรขึง ต.สาคู ต.อิปัน ต.สินเจริญ ต.สินปุน รวม 46 หมู่บ้านกว่า 3200 ครัวเรือน ส่วนสภาพอากาศในพื้นที่มีแสงแดดฝนทิ้งช่วงเป็นวันที่สอง แต่ยังต้องรับน้ำจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ไหลมาตามแม่น้ำตาปี และจากจังหวัดกระบี่ที่ไหลมาตามคลองอิปัน โดยมวลน้ำกลุ่มนี้จะไหลต่อไปยัง อ.เวียงสระ อ.เคียนซา อ.บ้านนาสาร อ.บ้านนาเดิม อ.พุนพิน โดยขณะนี้มวลน้ำกลุ่มหนึ่งได้ไหลถึงพื้นที่อำเภอพุนพินบ้างแล้ว บ้านริมแม่น้ำต้องระวัง

ด้าน นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ลงพื้นที่ติดตามและประเมินสถานการณ์อุทกภัย ที่โรงสูบน้ำแรงดันต่ำตลิ่งชัน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยที่ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำปริมาณมากไหลมาจากพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช กำลังระบายลงสู่ทะเลอ่าวไทยผ่านแม่น้ำตาปี ก่อนจะผ่าน อ.พุนพิน ไหลลงสู่แม่น้ำตาปี ซึ่งขณะนี้แม่น้ำตาปีที่ลุ่มต่ำเข้าขั้นวิกฤติพร้อมเฝ้าระวังเครื่องสูบน้ำไม่ให้ถูกน้ำท่วม และย้ายเครื่องสูบน้ำไปยังจุดที่พ้นจากระดับน้ำท่วมถึง ควบคุมการผลิตน้ำประปาให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริการ ให้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมน้อยที่สุด

นายอวยชัย อินทร์นาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งการกระจายการช่วยเหลือไปตามจุดพื้นที่ประสบภัยอย่างทั่วถึง สิ่งสำคัญคือ การบริจาคน้ำดื่ม และอาหาร ให้ถึงมือประชาชน และหน่วยแพทย์บริการประชาชน

ส่วนพื้นที่ อ.ไชยา ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ มอบหมายชลประทานจังหวัดสุราษฎร์ธานีติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำแล้ว 2 จุด ที่ ประตูระบายน้ำไชยา 2 เครื่อง และประตูระบายน้ำท่าโพธิ์ 2 เครื่อง เพื่อระบายออกสู่ทะเล คาดว่าอีก 1-2 วัน น้ำจะแห้งหมด แต่ในพื้นที่ลุ่มต่ำยังคงมีน้ำอยู่บ้าง นอกจากนั้นกรมอู่ทหารเรือได้ลงพื้นที่ดูจุดติดตั้งเรือผลักดันน้ำว่าสามารถตั้งได้จุดใด เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้เร็วที่สุด

ขณะนี้ จ.สุราษฎร์ธานี มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 13 อำเภอ ประกอบด้วย อ.กาญจนดิษฐ์ บ้านนาสาร ดอนสัก เมืองสุราษฎร์ ท่าชนะ เกาะสมุย ไชยา บ้านนาเดิม ชัยบุรี เกาะพะงัน ท่าฉาง พระแสง และวิภาวดี ประชาชนได้รับผลกระทบ 74,555 ครัวเรือน เสียชีวิตในพื้นที่ 5 ราย เกาะสมุย 2 ราย รวมจำนวน 7 ราย และมีผู้สูญหาย 1 ราย คือ ภรรยาของนายสุมิต ฆาร อายุ 40 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 บ้านอึก ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ขณะขับรถฟอร์จูนเนอร์ออกสำรวจน้ำในหมู่บ้าน หลังเกิดน้ำป่าเข้าท่วม ขากลับพบน้ำไหลข้ามถนนพร้อมไม้ท่อน ได้พยายามขับข้ามไปทำให้ไม้ติดใต้ท้องรถขยับตัวไม่ได้ จึงได้โทรศัพท์ตามเพื่อนให้มาลากรถออกจากจุดดังกล่าว ขณะรอมาช่วย ทั้งสองคนได้ลงจากรถ เกิดน้ำป่าไหลบ่าอย่างกะทันหัน พัดรถและคนลอยไปตามน้ำ นายสุมิต สามารถว่ายน้ำขึ้นฝั่งได้ เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา และพบรถห่างจากจุดเกิดเหตุ 3 กิโลเมตรในวันต่อมา แต่ภรรยายังสูญหาย