ปรับ 500 บาท ให้อาหารลิงเกาะช้าง ทำพฤติกรรมดุขึ้น - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ปรับ 500 บาท ให้อาหารลิงเกาะช้าง ทำพฤติกรรมดุขึ้น

อุทยานฯ เกาะช้าง ออกมาตรการเปรียบเทียบปรับ 500 บาท กับนักท่องเที่ยวที่ให้อาหารลิง หลังพบพฤติกรรมลิงเปลี่ยนและเริ่มดุร้าย ที่ผ่านมาลิงมักจะออกมาหาอาหาร จึงประสานไปยังสถานประกอบการต่างๆ แจ้ง ลูกค้า-นทท. ...

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 60 นายนิตย์ชัย พันธุ์เดช หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จ.ตราด เปิดเผยว่า ปัจจุบันทางหัวหน้าอุทยานฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานที่ประจำตามพื้นที่ต่างๆ ออกประชาสัมพันธ์ตามสถานประกอบการต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือให้แจ้งลูกค้าและนักท่องเที่ยวว่า อย่าได้มีการให้อาหารแก่ฝูงลิงหางยาว (ลิงแสม) ที่ออกจากป่ามานั่งข้างถนน หากเจ้าหน้าที่พบเห็นจะมีความผิด ต้องโดนปรับ 500 บาท ข้อหาไม่เชื่อฟังคำสั่งเจ้าหน้าที่ หลังจากที่ในปัจจุบันทางอุทยานได้รับแจ้งว่า มีฝูงลิงจำนวนมากออกจากป่ามาวิ่งกันเพ่นพ่านบนถนน คอยแย่งอาหารจากนักท่องเที่ยวที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ และเดินผ่านไปมา บางครั้งลิงก็ไล่กัดนักท่องเที่ยวจนได้รับบาดเจ็บ ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ มีการติดป้ายแจ้งให้ทราบแล้ว แต่พบว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่เชื่อฟัง จึงต้องมีการเปรียบเทียบปรับ

นายนิตย์ชัย กล่าวอีกว่า โดยปกติแล้วลิงจะหาอาหารกินเองตามธรรมชาติอยู่ในป่าบนเขา แต่ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวมักจะให้อาหารลิงบ่อยๆ จนทำให้พฤติกรรมของลิงเปลี่ยนไป ปัจจุบันเกิดปัญหา มีฝูงลิงเข้ารื้อค้นหาอาหารในร้านค้า รวมถึงบ้านเรือน เมื่อเห็นนักท่องเที่ยวมาจอดรถข้างถนน ลิงที่อยู่บนต้นไม้ก็จะพากันลงมา คิดว่าเขาเอาอาหารมาให้ และแย่งอาหารจากในตะกร้ารถจักรยานยนต์ และจากมือคนเวลาที่เผลอ กรณีที่นักท่องเที่ยวไม่ยอมให้อาหาร ลิงก็จะแสดงอาการดุร้าย และกระโดดเข้ากัดทำร้ายนักท่องเที่ยว ที่ผ่านมาก็ได้รับแจ้งว่า มีนักท่องเที่ยวถูกลิงกัดได้รับบาดเจ็บหลายราย สาเหตุหลักๆ ที่ลิงออกจากป่ามาคอยแย่งอาหารจากนักท่องเที่ยวก็เพราะเกิดความเคยชิน และลงมาตรงจุดที่เคยได้รับอาหาร แต่เชื่อว่าหากนักท่องเที่ยวหยุดให้อาหารลิงเหล่านั้นก็จะกลับไปหากินในป่าตามธรรมชาติเอง

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา เห็นได้ว่าทางกลุ่มจิตอาสา และอุทยานฯ เกาะช้าง มีการรณรงค์ ติดป้ายแจ้งเตือนห้ามให้อาหารลิงเด็ดขาด โดยมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตั้งไว้สองฟากถนนทั่วเกาะช้าง แต่ปัจจุบันก็ยังพบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ไม่สนใจป้ายเตือนดังกล่าว ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวพบว่ามีป้ายแจ้งเตือนหลายจุดโดนทำลายจนขาด แต่ไม่รู้ว่าฝีมือใคร ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากไกด์นำเที่ยวไม่ได้อธิบายทำความเข้าใจ หรือเตือนลูกทัวร์ของตัวเอง ประกอบกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เองก็ไม่สามารถที่จะสื่อสารทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวได้ โดยเฉพาะชาวรัสเซีย จีน และญี่ปุ่น เป็นต้น ถึงแม้จะมีการติดป้ายห้ามแล้วก็ตาม แต่การให้อาหารลิงก็ยังคงมีปกติ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จึงออกมาตรการเปรียบเทียบปรับผู้ฝ่าฝืนดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะได้ผล