แก้นํ้าท่วมเมื่อไหร่จะทำจริง - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

แก้นํ้าท่วมเมื่อไหร่จะทำจริง

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ประชาชนในพื้นที่ 10 กว่าจังหวัดภาคใต้ น่าสงสารน่าเห็นใจที่สุด ภาคอื่นรื่นเริงรับลมหนาวกันสนุกสนาน แต่คนภาคใต้ต้องเผชิญกับฝนตกหนักข้ามวันข้ามคืน และตกไม่หยุด จนเกิดนํ้าท่วมข้ามปี ถือเป็นอุทกภัยที่หนักที่สุดอีกครั้งหนึ่ง เพราะท่วมในวงกว้าง ท่วมเป็นเวลานาน วันนี้มีข่าวว่า มวลนํ้าก้อนใหญ่ จะไหลเข้าท่วม อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และจะมีฝนตกหนักอีก ตั้งแต่ เพชรบุรี ลงไปถึง สตูล

ฝนตกนํ้าท่วมข้ามปีครั้งนี้ นครศรีธรรมราช และ พัทลุง โดนหนักที่สุด

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีเกษตรฯ เปิดเผยถึงความเสียหายว่า พื้นที่เกษตรเสียหายกว่า 980,000 ไร่ เกษตรกรได้รับความเสียหาย 391,500 ครัวเรือน โดยเฉพาะ ยางพารา คาดว่า จะถูกนํ้าท่วม 531,876 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 46 ของพื้นที่ปลูกยางทั้งประเทศ (ตัวเลขนี้ไม่ได้รวมความเสียหายของอาคารบ้านเรือน ถนนหนทาง และความเสียหายของประชาชนในตัวเมือง) ได้สั่งการให้เยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 3,000 บาทโดยเร็วที่สุด

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า จะนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้พิสูจน์ได้ว่า ผลผลิตเสียหายจริง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในเรื่องระเบียบราชการ

ก็ไม่รู้ว่า กระทรวงเกษตรฯ จะนำเทคโนโลยีอะไรมาใช้พิสูจน์ความเสียหายพื้นที่เกษตร ความจริงรัฐบาลก็มีหน่วยงานที่เรียกว่า GISDA หรือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ซึ่งรับผิดชอบ การถ่ายภาพทางอากาศด้วยดาวเทียม ครอบคลุมพื้นที่ทุกตารางนิ้วในประเทศไทย มีดาวเทียมถ่ายภาพเป็นของตัวเองสามารถซูมลงไปถึงพื้นที่ทุกตารางเมตร ผมคิดว่าหน่วยงานนี้คงมีการถ่ายภาพนํ้าท่วมและความเสียหายทั้งหมดเก็บเอาไว้แล้ว

รัฐบาล ควรจะนำภาพถ่ายดาวเทียมของ GISDA มาวิเคราะห์ เพื่อระบุพิกัดพื้นที่เสียหาย ก็สามารถให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมตัวจริงได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาไปหาเทคโนโลยีอื่น ถ้าจะมีการผิดพลาดบ้าง ผมเชื่อว่าคงจะไม่มาก เพราะเป็นภาพถ่ายดาวเทียมที่มีความคมชัดละเอียดสูง การช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ควรทำทันทีอย่างรวดเร็ว ไม่ควรปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไป

ปัญหามากมายในภาคใต้ รวมทั้งความล้าหลังหลายด้าน เพราะถูกรัฐบาลที่มาจากการเมืองกีดกัน จากความแตกแยกทางการเมือง ปัญหาจึงเกิดขึ้นซ้ำซาก

ผมคิดว่า ชาวหาดใหญ่ สงขลา คงจำได้แม่นยำ เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ที่สุดในอำเภอหาดใหญ่ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่พระราชทาน โครงการพระราชดำริ แก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างถาวร ขุดคลองขนาดใหญ่ เพื่อช่วย คลองอู่ตะเภา ระบายน้ำไปลง ทะเลสาบสงขลา เมื่อเกิดฝนตกหนัก ทำให้หาดใหญ่รอดพ้นจากน้ำท่วมมาจนถึงทุกวันนี้

ทุกครั้งที่เกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ รัฐบาลก็จะพูดถึง แผนป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว ขึ้นมาทันที ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีเกษตรฯ ก็พูดถึงแผนการป้องกันน้ำท่วมระยะกลางและระยะยาวว่า ได้สั่งการให้ กรมชลประทาน จัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ 7 โครงการ คาดว่างบประมาณจะอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะกลางและระยะยาว 3–5 ปี ตั้งเป้าจะเริ่มดำเนินการในปี 2561 คือปีหน้า

ผมคิดว่าคนไทยคงไม่ลืม เมื่อครั้งเกิด “มหาอุทกภัยปี 2554” น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯและเกือบทั่วประเทศ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ตั้งงบประมาณก้อนใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะสั้น 50,000 ล้านบาท ระยะยาวอีก 300,000 ล้านบาท รวม 350,000 ล้านบาท แต่ก็ถูกยื้อกันมาจนถึงรัฐบาลปฏิวัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โครงการยังอยู่ แต่ไม่มีข่าวว่าคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว เพราะไม่ว่าฝนตกที่ไหน ภาคไหน น้ำก็ท่วมทุกที

ก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะ “ทำจริง” กันเสียที ไม่ใช่น้ำท่วมที ก็หยิบขึ้นมาพูดที แล้วก็ลืม.

“ลม เปลี่ยนทิศ”