วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝากให้คิดลึกๆและรอบคอบ ก่อนเลิก "รถตู้" อย่างถาวร

โดย ซูม

เมื่อวานนี้ผมเขียนทิ้งท้ายว่า ผมใช้บริการรถตู้โดยสารข้ามจังหวัดครั้งแรกในชีวิตจากตรังไปหาดใหญ่เมื่อประมาณ พ.ศ.2521 เพราะไปเก็บข้อมูลชนบทแถวๆนั้น ก็เลยทึกทักเอาว่าบริการรถตู้โดยสารน่าจะเกิดตั้งแต่ พ.ศ.2521 เป็นอย่างน้อย

ส่วนว่าจะเกิดที่จังหวัดไหนก่อน ภาคไหนก่อน ผมไม่ติดใจ เพราะเชื่อในระบบการเลียนแบบและการเอาแบบอย่างกันของคนไทย หากมีใครคิดอะไรที่โดนใจ คนไทยก็จะเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็ว และทำตามอย่างกันใน 5 วัน 7 วัน จนไม่สามารถจะบอกได้ว่าเกิดขึ้นที่ไหนก่อน

เช่นเดียวกับกำเนิดมอเตอร์ไซค์รับจ้าง...แต่เดิมก็มาจากการรับจ้าง วิ่งรับคนเข้าหมู่บ้านห่างไกลในชนบทที่ผมเห็นมาตั้งแต่ พ.ศ.2518 ตอนผมออกชนบทใหม่ๆด้วยซ้ำ ก่อนจะมาเผยแพร่อย่างกว้างขวางใน กทม.

เรื่องรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างคงยังไม่ต้องพูดถึงนะครับ เพราะยังไม่มีประเด็นปัญหาตอนนี้ เรามาว่ากันถึงรถตู้ต่อไปดีกว่า

ยุคเฟื่องฟูที่สุดของรถตู้ ได้แก่ ยุคเศรษฐกิจไทยเฟื่องฟู สมัยรัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ประมาณ 2531-32 วิ่งทับเส้นทางของ บขส.บ้าง รถทัวร์บ้าง ทั้งจากจังหวัดสู่จังหวัด และจากต่างจังหวัดเข้าสู่ กทม.

ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีความพยายามที่จะจัดระเบียบรถตู้หลายครั้ง โดยเฉพาะการจัดให้เข้ามาอยู่ในระบบ ภายใต้การควบคุมดูแลของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นการยอมรับกลายๆให้รถตู้ที่เริ่มต้นด้วยการผิดกฎหมาย เข้ามาอยู่ภายใต้กฎหมายและการควบคุมของรัฐ

แต่่ปัญหาหลักของรถตู้ที่เป็นข่าวอยู่เสมอ ก็ยังคงเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ ซึ่งมักจะเกิดมากกว่ารถโดยสารประเภทอื่นๆ

รวมทั้งเหตุการณ์ล่าสุด ที่ชลบุรีที่เป็นต้นเหตุ ทำให้กระทรวงคมนาคมตัดสินใจจะเลิกรถตู้และหันมาใช้รถไมโครบัส โดยจะเริ่มจากหมวด 2 รถวิ่งระหว่าง กทม. กับต่างจังหวัด และหมวด 3 ให้บริการระหว่างจังหวัดกับจังหวัดให้หมดไป ภายในปี 2560

โดยจะทยอยเปลี่ยนตั้งแต่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

จากตัวเลขที่แถลงออกมาล่าสุด รถหมวด 2 ให้บริการ กทม.-ต่างจังหวัด มีจดทะเบียนไว้ทั้งสิ้น 6,431 คัน ส่วนหมวด 3 จากจังหวัดถึงจังหวัดรวม 2,771 คัน และเมื่อรวมทั้ง 2 หมวดก็จะอยู่ที่ 9,202 คัน

ผมไม่แน่ใจว่า จากตัวเลขทั้งหมดนี้จะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่เท่าไร? และรายย่อยประเภทมีรถตัวเอง 2-3 คัน สักเท่าไร? ทำไปแล้วจะกระทบกระเทือนต่อการประกอบอาชีพของเจ้าของรถมากน้อยแค่ไหน?

อยากให้ศึกษาและพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่าด่วนตัดสินด้วยความรู้สึก หรือการตั้งสมมติฐานว่าจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ โดยไม่มีข้อมูลประกอบที่ชัดเจน

ข้อเสียของรถตู้ที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ อุบัติเหตุและอันตรายจากอุบัติเหตุ แต่ข้อดีก็อย่างที่ทราบแล้วคือ เข้ามาชดเชยความขาดแคลนของระบบการเดินทางที่ไม่พอเพียง หรืออาจแพงเกินไป และไม่คล่องตัวของระบบของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถ บขส. หรือรถทัวร์ รถร่วมที่มีอยู่

ทุกวันนี้คนทำงานใน กทม.ที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดในรัศมีที่รถตู้วิ่ง 1 ชั่วโมง หรือ 2 ชั่วโมงด้วยซ้ำ จะอาศัยบริการมาทำงานแบบเช้า มาเย็นกลับจำนวนมาก ก็อยากจะฝากให้คิดถึงหัวอกคนเหล่านี้ไว้ด้วย

ที่สำคัญต่อให้รถแบบใหม่ ออกแบบมาเหมาะสมแค่ไหน ก็ยังขึ้นอยู่กับคนขับรถอยู่ดี...ถ้ายังเป็นคนขับที่ไม่รับผิดชอบ หรือมีคุณลักษณะ ในแบบเดิมๆ คนเดิมๆ อุบัติเหตุก็อาจเกิดขึ้นได้เหมือนเดิม

ผมไม่ได้คัดค้านหรอกครับที่จะมีการเลิกใช้รถตู้ไปใช้รถไมโครบัสแทน เพียงแค่อยากให้คิดกันให้รอบคอบ พิจารณาในทุกๆด้านอย่างลึกๆ เพื่อไม่ให้การเปลี่ยนไปสู่ของใหม่ ซึ่งอาจจะได้อะไรบางอย่าง แต่ก็อาจจะเสียอะไรอีกหลายๆอย่างที่เคยได้จากรถตู้ในปัจจุบันนี้ไป

ผมจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอที่บอกให้เปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเอาระบบใหม่มาให้ประชาชนทดลอง ถ้าดีกว่า คล่องกว่าอาจจะแพงกว่านิดหน่อย แต่ปลอดภัยกว่า...ประชาชนก็จะหันไปนิยมเอง

หากบริการรถใหม่ดีจริง ขี้คร้านบริการรถตู้จะตกกระป๋องในไม่ช้า

เอาเถอะเผื่อว่ารัฐบาลนี้ท่านจะเอาจริงเอาจัง จัดระเบียบรถตู้อย่างถอนรากถอนโคน จนรถตู้อาจจะต้องหมดไป ในปี 2560 ผมก็ขอถือโอกาสนี้แสดงความอาลัยและขอบคุณรถตู้ไว้ด้วยล่วงหน้า

ขอบคุณสำหรับการมานอกระบบและช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดไปจากแผนพัฒนา จนมีส่วนทำให้คนไทยเราเดินทางได้อย่างสะดวกขึ้นและรวดเร็วขึ้น...ถ้าอันตรายน้อยกว่านี้สักนิดละก็คงจะได้รับคำขอบคุณมากกว่านี้อีกเยอะเลย รถตู้ไทยแลนด์!

“ซูม”