บริการข่าวไทยรัฐ

ปฏิรูปด้วยดาบสองคม?

โทษประหารชีวิตกลับมาเป็นประเด็นโต้เถียงอีกครั้ง เมื่อคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมืองของ สปท. เสนอใช้ยาแรง เพิ่มโทษผู้กระทำผิดในคดีทุจริตตามอัตราส่วนความเสียหาย ถ้าก่อความเสียหายเกิน 10 ล้านถึง 100 ล้านบาท ให้จำคุก 20 ปี เสียหายเกิน 100 ล้านถึง 1,000 ล้านบาท ตลอดชีวิต ถ้าเกินพันล้านประหารชีวิต

กรรมาธิการบางท่านชี้แจงว่า ที่ผ่านมาผู้กระทำผิดโดนแค่เรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ไม่เอาผิดทางอาญา เชื่อว่าโทษประหารจะทำให้ข้าราชการและนักการเมือง ทำงานด้วยความระมัดระวังและละเอียดยิ่งขึ้น มิฉะนั้นอาจต้องโทษยกแก๊ง ทั้งรัฐมนตรีผู้สั่งการ ข้าราชการ และภาคเอกชน เป็นหัวข้อการปฏิรูปที่สำคัญในอนาคต

จากคำชี้แจงไม่ชัดเจนว่าจะเอาผิดเฉพาะผู้กระทำผิดด้วยเจตนาทุจริตและเป็นโทษทางอาญา หรือเอาผิดนักการเมืองที่บริหารผิดพลาด ด้วยความประมาทเลินเล่อร้ายแรง หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และก่อความเสียหายแก่ประเทศด้วย เช่น ทุ่มเงินอุ้มกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศและเจ๊งนับหมื่นๆกองทุน จะต้องโทษหรือไม่

โทษประหารชีวิตสำหรับความผิดการทุจริตไม่ใช่เรื่องใหม่ มีอยู่แล้วทั้งในประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมาย ป.ป.ช. แต่ที่เป็นเรื่องใหม่ได้แก่ วิธีการกำหนดโทษตามจำนวนความเสียหาย หากยึดหลักนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องในการบริหารประเทศในช่วงที่เศรษฐกิจประเทศพัง และเสียหายนับแสนๆล้านบาท จะต้องถูกประหารกี่รอบ?

โดยปกติผู้ที่ต้องรับโทษทางอาญาจะต้องกระทำความผิดด้วย “เจตนา” ทุจริต แต่ถ้าเหมารวมเอาผิดทางอาญากับนักการเมือง หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด และเกิดความเสียหาย โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต อาจเป็นดาบสองคม ทำให้รัฐบาลไม่กล้าทำโครงการใหม่ๆที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทำแบบเช้าชามเย็นชามไปวันๆดีกว่า

ปัญหาการเมืองของประเทศไทย ไม่ใช่เพราะไม่มีกฎหมาย หรือมีกฎหมายที่หย่อนยานล้าสมัย เรามีกฎหมายและรัฐธรรมนูญดีๆมามากมาย แต่มีปัญหาการบังคับใช้ที่โปร่งใสตรงไปตรงมา ใช้กฎหมายกับทุกคนโดยเสมอหน้า ไม่เลือกปฏิบัติผู้มีอำนาจใช้กฎหมายแบบศรีธนญชัย บังคับใช้กับคนอื่น แต่ไม่ใช้กับตน และพวกพ้อง ไม่ยึดหลักนิติธรรม

มาตรการการปฏิรูปการเมือง จึงไม่ใช่การขู่ด้วยโทษประหารอย่างเดียว แต่ต้องทำอย่างไรให้บังคับใช้กฎหมายต่อทุกคนโดยเสมอหน้าตามหลักนิติธรรม มีหลักประกันสิทธิเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชน และสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุลให้แข็งแกร่ง มิใช่มองแค่การเลือกตั้ง แต่ต้องปฏิรูปให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่แท้.