วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมืองมลพิษ อนาคตอันน่ากลัว

กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง แก้ไม่ตก

กับกรณีสภาพอากาศเสีย หมอกควันมลพิษปกคลุมตามเมืองต่างๆ ที่นับวันยิ่งถี่มากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศจีน ที่เห็นเป็นข่าวกันตลอดเวลา

อย่างล่าสุดกรุงปักกิ่ง ก็เข้าขั้นระดับ “อันตราย” อีกครั้ง กลายเป็นว่าประชาชนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยกันเป็นเรื่องปกติชีวิตประจำวันไปแล้ว

ขณะที่มาตรการของทางการ ก็มีการปล่อยออกมาเป็นระลอกๆ โดยเมื่อวันที่ 8 ม.ค. รักษาการนายกเทศมนตรีกรุงปักกิ่ง ได้มีคำสั่งตั้งทีมตำรวจด้านสิ่งแวดล้อมมาเร่งจัดการ ควบคุมการเผาขยะ เผาวัชพืช ไปจนถึงการปิ้งย่างอาหารในที่โล่งแจ้ง

รับปากจะลดการใช้ถ่านหินในปีนี้ น้อยลง 30 เปอร์เซ็นต์ โรงไฟฟ้าถ่านหินเพียงแห่งเดียวในกรุงปักกิ่งจะปิดชั่วคราวหลังผ่านพ้นฤดูหนาว เร่งพัฒนาระบบกำจัดมลพิษของโรงงานกว่า 2,000 แห่ง และค่อยๆโละรถยนต์เก่าทิ้งกว่า 300,000 คัน

ก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหนนะครับ เพราะปีก่อนหน้านี้ก็มีมาตรการมากมาย อย่างการจำกัดการวิ่งของรถยนต์แบบวันต่อวันตามเลขทะเบียนคู่คี่ แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีวี่แววว่าอะไรๆจะดีขึ้น

ส่วนตัวผู้เขียนเคยเผชิญกับหมอกควันพิษปกคลุมมาแล้ว ไม่ใช่ที่เมืองจีน แต่เป็นกรุงนิวเดลีของอินเดียหลายปีก่อน โดยคราวนั้นแอบหลงดีใจ คิดว่าหมอกอากาศเย็น ปรากฏออกไปนอกห้องสูดหายใจเต็มปอด เล่นเอาแทบตาย กลิ่นน้ำมันเครื่องท่อไอเสียมาเต็มๆ

มาวันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ของเขาเล่นลงข่าวหน้า 1 กันทุกฉบับ เพราะวันนั้นมีคนชราสำลักควันเสียชีวิตถึง 9 คน พร้อมอธิบายว่าสาเหตุเกิดจากอากาศเย็น ทำให้ไอเสียต่างๆทั้งจากการจราจรและไอเสียที่สะสมอยู่บนผิวพื้นดิน มันลอยไปไหนไม่ได้

มองกรณีนี้แล้ว ก็แอบกังวลกับกรุงเทพมหานครเหมือนกันว่า อนาคตจะเป็นแบบเขาหรือไม่ เพราะนับวันประชากรยิ่งเพิ่มขึ้น คนใช้รถเยอะขึ้น ขณะพื้นที่สีเขียวก็น้อยลงไปทุกวัน กลายเป็นคอนโดผุดเต็มไปหมด.


ตุ๊ ปากเกร็ด