วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เร่งล่าตัว‘องอาจ’ ดีเอสไอคุยฝรั่งเศส หลังมีภาพโผล่ที่นั่น

“ดีเอสไอ” เต้น ประสานข้อมูลตำรวจฝรั่งเศส ช่วยตรวจสอบฐานที่อยู่ “องอาจ ธรรมนิทา” โฆษกศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายว่าอยู่ในฝรั่งเศสจริงหรือไม่ ถ้าอยู่จริงจะประสานส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดี พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบปากคำคนโพสต์รูปคนแรกอยู่จังหวัดเชียงใหม่ ให้การว่า เป็นรูปที่เพื่อนส่งต่อมาให้ ยืนยันไม่ได้ว่าเป็นรูปเก่าหรือใหม่ ส่วนตำรวจตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ไม่พบว่าเดินทางออกนอกประเทศตามเส้นทางปกติ ส่วนข่าวพระธัมมชโยหนีออกจากวัดทางตู้คอนเทนเนอร์ ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ยังประเมินสถานการณ์เตรียมเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย

อีกรอบ ส่วนวัดพระธรรมกายตั้งป้อมสู้ ประกาศเฟ้นหาทนายมือดีมาดูแลคดีทั้งหมดแล้ว ด้านชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรฯ บุกจับบ้านพักตากอากาศและสวนปาล์มน้ำมัน เชื่อมโยงคนมูลนิธิพระธรรมกาย หลังตรวจพบก่อสร้างบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จ.กระบี่ เกือบ 80 ไร่

กรณีอัยการสูงสุดสั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมพวกรวม 5 คน 3 ข้อหา ประกอบด้วย สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร คดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น มูลค่าประมาณ 1,400 ล้านบาท พร้อมสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จับกุมพระธัมมชโยมาส่งฟ้อง แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำตัวพระธัมมชโยมาส่งอัยการได้ ทำได้เพียงดำเนินคดีต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพระธัมมชโย วัดพระธรรมกายและผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 คดี ล่าสุด มีผู้โพสต์ภาพนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกศิษยานุศิษย์ฯผู้ต้องหาตามหมายจับ ข้อหายุยงปลุกปั่นฯ ระบุว่า เป็นภาพขณะนั่งอยู่ในร้านอาหารในประเทศฝรั่งเศสตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อ 14.30 น. วันที่ 9 ม.ค. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ดีเอสไอศูนย์คดีพิเศษภาคเหนือสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้ที่โพสต์ภาพนายองอาจนั่งรับประทานอาหารญี่ปุ่นร่วมกับกลุ่มพระสงฆ์ภายในร้านอาหารประเทศฝรั่งเศส ผู้โพสต์ภาพให้การว่า มีเพื่อนส่งภาพมาให้จึงนำมาโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย ดังนั้นไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้ว่านายองอาจอยู่ในประเทศฝรั่งเศสจริงหรือไม่ ล่าสุดดีเอสไอประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝรั่งเศส เพื่อสอบถามข้อมูลการเข้าประเทศของนายองอาจแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอฟังคำตอบจากทางการฝรั่งเศส

“คดีนี้ดีเอสไอมีฐานะเป็นผู้เสียหาย เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จึงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะดำเนินคดีกับนายองอาจ ข้อหายุยงปลุกปั่นฯ โดยตำรวจเป็นเจ้าของหมายจับ ที่ผ่านมา ทราบว่า ตำรวจส่งหมายจับนายองอาจไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทั่วประเทศ แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า นายองอาจเดินทางออกนอกราชอาณาจักรผ่านด่านตม.จุดใด หากมีข้อมูลปรากฏชัดว่านายองอาจหลบหนีหมายจับไปยังประเทศฝรั่งเศส ตำรวจต้องส่งเรื่องให้อัยการสำนักคดีต่างประเทศดำเนินการขอให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน” พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว

อธิบดีดีเอสไอเผยต่อว่า ส่วนการดำเนินการเข้าจับกุมพระธัมมชโย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม สอบถามความคืบหน้าอยู่เป็นระยะ การขออนุมัติหมายค้นเข้าจับกุมพระธัมมชโยยังต้องประเมินสถานการณ์ที่เหมาะสม เนื่องจากเมื่อเข้าปฏิบัติการต้องเกิดเหตุกระทบกระทั่งกับกลุ่มพระและศิษยานุศิษย์ จากการประเมินสถานการณ์หลังเข้าค้นวัด 2 ครั้งที่ผ่านมาพบว่า วัดพระธรรมกายสามารถระดมคนได้ภายในเวลา 2 วัน กลุ่มอุบาสกอุบาสิกาที่อยู่ละแวกใกล้เคียงเป็นกลุ่มที่เดินทางมาถึงวัดเร็วที่สุด จากข้อมูลการข่าวยังมั่นใจว่า พระธัมมชโยและกลุ่มสงฆ์ระดับผู้บริหารวัดพระธรรมกายยังอยู่ภายในวัดครบทุกรูป แต่ไม่มีใครยืนยันข้อมูลที่แท้จริงได้

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า เรื่องนี้มีการรายงานมาแล้วว่าไม่มี ให้ตรวจสอบแล้วไม่มี ไม่มีการเดินทางออกนอกประเทศผ่านด่าน ตม.หรือผ่านด่านธรรมชาติ เบื้องต้นตามหลักฐานนายองอาจยังอยู่ในราชอาณาจักร ส่วนจะอยู่ที่ไหนในประเทศยังติดตามอยู่ เมื่อปี 2559 นายองอาจเข้าออกประเทศประมาณ 18 ครั้ง ตรวจสอบพบว่า นายองอาจเดินทางเข้าประเทศครั้งสุดท้ายเป็นการเดินทางมาจากประเทศเยอรมนีเมื่อวันที่ 22 พ.ย. และไม่พบว่าออกนอกประเทศ อีกเลย ภาพที่ออกมาไม่ทราบว่าเป็นภาพเมื่อไหร่ ส่วนจะเป็นภาพเก่าภาพใหม่ยังไม่ทราบ หลังมีข่าวสั่งการให้ตรวจสอบแล้ว บช.สตม.ยืนยันว่าไม่มี

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีกระแสข่าวพระธัมมชโยหลบออกไปทางตู้คอนเทนเนอร์ที่ตั้งอยู่ในวัดพระธรรมกาย ตรงนี้หลักฐานของ บช. สตม.รายงานว่า ยังอยู่ในราชอาญาจักร ส่วนจะอยู่ในวัดหรือไม่ยังตอบไม่ได้ ตนยังเชื่อว่าอยู่ในวัด 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่อยู่ในวัด 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจะหลบหนีทางตู้คอนเทนเนอร์อย่างที่เป็นข่าว มีความเป็นไปได้ทั้งนั้น ตราบใดที่ยังพิสูจน์ทราบไม่เสร็จ แต่ทางข่าวสันติบาลยืนยันว่า พระธัมมชโยยังอยู่ แต่ไม่มีใครเห็นตัวมานานแล้ว ส่วนการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายเมื่อไหร่อยู่ที่ ผบ.ตร. ต้องเรียนถามท่าน เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ไม่เสียหน้า ส่วนที่ นพ.มโน เลาหวณิช อดีตลูกศิษย์วัดพระธรรมกายออกมายืนยันว่า หลบหนีไปแล้วก็เป็นเรื่องของท่าน ไม่ต้องห่วงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการเอง กระแสที่ออกมาไม่มีผลกับการขอหมายค้นครั้งต่อไปแน่

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ เรื่องที่แชร์ตามโซเชียลมีเดียอย่าเพิ่งไปเชื่อตามนั้น ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบก่อน การตรวจสอบการเดินทางเข้าออกเรามีด่านทั้งทางบก เรือ และอากาศที่เป็นด่านถาวร บางครั้งถ้าผู้ต้องหาเล็ดลอดออกไปตามจุดอื่นซึ่งไม่ใช่ทางปกติเราก็ต้องตรวจสอบ ส่วนกรณีกระแสข่าวพระธัมมชโยหลบหนีไปทางตู้คอนเทนเนอร์ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ข่าวก็คือข่าว พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. คงดำเนินการอยู่แล้ว เรื่องนี้เราดำเนินคดีไปทั้งหมดกว่า 170 คดี การดำเนินคดีเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เชื่อว่าหลายท่านคงไม่อยากเห็นภาพการเข้าดำเนินการแล้วเกิดความโกลาหล ที่ผ่านมาเรามีมาตรการตามกฎหมายทุกมิติ อาจไม่ถูกใจทุกท่านแต่ดำเนินการเต็มที่

ด้าน พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าออกของพระธัมมชโย และนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกวัดพระธรรมกาย ยังไม่พบการเดินทางออกนอกประเทศ คงเป็นไปได้ยากที่พระธัมมชโยจะหลบหนีไปกับตู้คอนเทนเนอร์ เพราะต้องผ่านขั้นตอนเอกซเรย์จากกรมศุลกากร ส่วนกรณีที่เผยแพร่ภาพนายองอาจอยู่ในประเทศฝรั่งเศส เบื้องต้นประสานกับประเทศฝรั่งเศสเพื่อตรวจสอบ และสั่งการให้ตรวจสอบว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพในปัจจุบันหรือไม่ อีกทั้งจากการตรวจสอบข้อมูลของ ตม.ไม่พบว่านายองอาจเดินทางออกนอกประเทศ ส่วนจะลักลอบออกนอก ประเทศตามแนวชายแดน หรือช่องทางผิดกฎหมายจะตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ตนเรียก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มาสอบถามข้อเท็จจริงแล้ว ต้องดูว่ารูปที่เผยแพร่อยู่ในโซเชียลมีเดียเป็นรูปปัจจุบันหรือไม่ จะเป็นรูปเก่าหรือใหม่ยังไม่รู้ ต้องให้ตำรวจดูก่อน ส่วนการดำเนินการจะต้องทำตามรูปคดีทั้งหมด อะไรที่ผิดกฎหมายต้องดำเนินการ ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่านายองอาจไม่ได้หนีออกตามช่องทางปกติ เพราะตรวจสอบตามช่องทางของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ไม่ได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อันนี้ต้องดู แต่เป็นเรื่องเครื่องมือของเราด้วยที่จะต้องพิสูจน์ใบหน้าผู้เดินทางเข้าออกประเทศ ขณะนี้เครื่องมือที่สั่งซื้อยังไม่เสร็จเรียบร้อย จึงเร่ง ผบ.ตร.ไปดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะตอนนี้ช้ามากไปแล้ว

ส่วนความเคลื่อนไหวที่วัดพระธรรมกาย พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วย ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวถึงกรณีที่มีภาพนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย นั่งรับประทานอาหารในร้านอาหารที่ต่างประเทศว่า หลายท่านที่เห็นภาพแล้วมีความเห็นว่า ภาพของนายองอาจเมื่อเทียบกับภาพล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมามีความแตกต่างกัน เพราะในภาพที่ส่งต่อกันมานายองอาจดูผอมกว่าเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.มาก แต่ไม่มั่นใจว่า เป็นภาพถ่ายปัจจุบันหรือไม่ ความจริงเรื่องนี้ผู้ที่จะตอบได้ชัดเจนที่สุดก็คือ ผู้ที่นำภาพมาเผยแพร่เป็นครั้งแรกว่า ถ่ายหรือได้รับภาพมาเมื่อไหร่อย่างไรมากกว่า ขณะเดียวกันนายองอาจไม่เคยติดต่อมา และโดยส่วนตัวก็ไม่ได้ติดต่อไปที่นายองอาจด้วยเช่นกัน เพราะดูจากหลายวันที่ผ่านมา คิดว่านายองอาจเองคงยังไม่อยากจะติดต่อใคร

พระมหานพพรกล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ นพ.มโน เลาหวณิช ออกมาให้ข้อมูลผ่านสื่อหลายครั้ง พยายามเชื่อมโยงเรื่องหลวงพ่อธัมมชโยหนีออกไปต่างประเทศ และข่าวการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ภายในวัดนั้น ทางวัดไม่มีความเห็นใดๆเป็นพิเศษ เชื่อว่าสังคมเมื่อได้รับฟังข้อมูลแล้วน่าจะแยกแยะและตัดสินได้ วัดเองไม่มีการเคลื่อนย้ายอะไร เพราะที่ผ่านมาเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่มีแต่ผู้มาสวดมนต์ข้ามปีตลอดทั้งสัปดาห์ ส่วนประเด็นความคืบหน้าเรื่องคดีความต่างๆ ขณะนี้วัดพระธรรมกายรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีจัดกลุ่มเป็นหมวดหมู่ และมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายคัดทนายความผู้มีความชำนาญในคดีแผนกนั้นๆเข้ามาทำงาน เชื่อว่าจะมีความคืบหน้าออกมาเป็นระยะ

ที่จังหวัดกระบี่วันเดียวกัน นายรัชชัย พรพา หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว กรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายบุญสืบ สมัครราช ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 จ.กระบี่ นำเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ร่วมกันเข้าตรวจสอบที่ดินบริเวณหมู่ 6 ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่ หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิพระธรรมกายเข้ามากว้านซื้อที่ดิน และใช้ประโยชน์บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองกาโหรด และป่าคลองหิน 2 จุด พื้นที่รวมกันเกือบ 80 ไร่

จุดแรกพบสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศเป็นอาคารถาวร 3 ชั้น เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองกาโหรดและป่าคลองหิน ไม่มีเจ้าของมาแสดงตัว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือจับหาค่าพิกัดจากดาวเทียมจีพีเอส (GPS) นำไปถ่ายทอดลงในแผนที่มาตราส่วน 1 : 50,000 ปรากฏว่าติดอยู่ในป่าสงวนฯป่าคลองกาโหรดและป่าคลองหินเต็มทั้งแปลง นอกจากนั้นยังนำภาพถ่ายทางอากาศปี 2510 และ 2518 ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมาเปรียบเทียบพบว่า พื้นที่ที่ตั้งบ้านพักดังกล่าวเดิมยังมีสภาพเป็นป่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติด้วย ปัจจุบันไม่มีเอกสารสิทธิ นายบุญสืบ กล่าวว่า บ้านพักดังกล่าวเป็นของนายเพชร แก่นทรัพย์ มากว้านซื้อที่ดินแถบนี้ตั้งแต่ปี 2540 ทั้งที่มีและไม่มีเอกสารสิทธิ ยังสืบทราบอีกว่า บุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิพระธรรมกาย เคยถูกดำเนินคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเกาะยาวน้อยใน จ.พังงา เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว เบื้องต้นจะส่งเรื่องดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากนั้นจะรื้อถอนเพื่อคืนพื้นที่ป่าต่อไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังจุดที่สองใกล้เคียงกับจุดแรก อยู่ในเขตป่าสงวนฯป่าคลองกาโหรดและป่าคลองหินเช่นกัน พบเป็นสวนปาล์มน้ำมันอายุประมาณ 15-18 ปี 40 ไร่ อายุ 9-10 ปี 20 ไร่ พื้นที่ดังกล่าวมีสระน้ำ 2 สระ ทางทิศตะวันตก เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ และทิศตะวันออกเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ และเป็นพื้นที่ว่างประมาณ 10 ไร่ ทิศเหนือติดแม่น้ำคลองกรวด ทิศตะวันตกติดป่าชายเลน บางส่วนตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีประมาณ 33 ไร่เศษ เนื้อที่รวมทั้งหมดประมาณ 77 ไร่ ไม่มีผู้แสดงตัวครอบครองเช่นกัน จากการสอบถามชาวบ้านบอกว่า ผู้ซื้อเป็นคนเดียวกับจุดแรกคือ นายเพชร แก่นทรัพย์ มอบให้ผู้อื่นครอบครองต่ออีก 3 คนคือ น.ส.จิตสิริ ธนภัทร น.ส.พรรณทิพย์ พิริยะโยธิน และนายเอียด กุลจิ ทุกแปลงอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ อย่างไรก็ตาม ตรวจสอบไปยังสำนักงานที่ดิน จ.กระบี่ แล้วตอบว่า ไม่ยืนยันว่าเอกสารสิทธิถูกต้องหรือไม่ จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวนาง

นายรัชชัยเผยว่า การเข้าจับกุมดำเนินคดีกับบ้านพักตากอากาศและสวนปาล์ม มีส่วนที่เชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกายคือ นายเพชร แก่นทรัพย์ ที่เป็นผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าว ขณะนี้ตกเป็นผู้ต้องหาฐานะผู้ครอบครองที่ดินมูลนิธิพระธรรมกายในนามสถานปฏิบัติธรรมมุกตะวันบนเกาะยาว ต.เกาะ–ยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา หลังพบก่อสร้างในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าจุก ทั้งที่ จ.กระบี่ และ จ.พังงา อาจกว้านซื้อที่ดินในระยะเวลาใกล้เคียงกัน แล้วใช้นอมินีมาครอบครองแทน