บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยอดทะลุถึง3ล้าน กราบพระบรมศพ คนรอคิวยอมกรำฝน เข้มงวดการแต่งกาย

คนไทยรักในหลวงรัชกาลที่ 9 สุดหัวใจ กรำฝนที่ยังตกต่อเนื่องเข้าถวายสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ขณะที่สำนักพระราชวังเผยยอดคนเข้ากราบพระบรมศพแล้วกว่า 3 ล้านคน ด้าน กอร.รส. กำชับเจ้าหน้าที่เข้มงวดคนแต่งกายสีฉูดฉาด นุ่งสั้น เสื้อบาง โนบรา ให้กลับไปแต่งกายมาใหม่หากจะเข้ากราบพระบรมศพ พร้อมเล็งลดจำนวนเต็นท์ทำอาหาร เน้นจ่ายอาหารแบบพอเพียง และรณรงค์ให้ประชาชนนำภาชนะใส่อาหารและน้ำดื่มมาเอง หวังแก้ขยะล้นพื้นที่ ส่วนกรมศิลปากร เริ่มบูรณะราชรถ ราชยาน อัญเชิญพระที่นั่งราเชนทรยานไปที่สำนักช่างสิบหมู่ ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมเคาะแล้วจัดทำหนังสือจดหมายเหตุและหนังสือที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จำนวน 11 รายการ

ประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลเข้าถวายสักการะ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 9 ม.ค.เป็นต้นมา ขณะที่พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง เมื่อวันที่ 9 ม.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการกระทรวง พนักงาน ลูกจ้างสังกัดกระทรวงมหาดไทย ประจำจังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระ บรมศพ โดยในเวลา 15.07 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระพิธีธรรมจากวัด ราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร จำนวน 8 รูป สวดพระอภิธรรมพระ บรมศพ โอกาสนี้ข้าราชบริพารในพระองค์สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากบางช่วงมีฝนโปรยปรายลงมา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทอดพระเนตรเห็นพสกนิกรยืนตากฝน ระหว่างรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ตลอดช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ประกอบกับเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ตรงกับคล้ายวันประสูติของพระองค์ จึงทรงพระกรุณาให้เจ้าหน้าที่กองงานในพระองค์ นำร่มสีดำ จำนวน 3,500 คัน มีข้อความว่า “๙ ใต้ร่มพระบารมี” มาแจกให้ประชาชนที่เข้าแถวรอกราบสักการะพระบรมศพ บริเวณประตูศรีรัตน– ศาสดา ทางออกจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท นอกจากนี้ ยังทรงพระ กรุณาให้เจ้าหน้าที่กองงานในพระองค์ นำริบบิ้นสีดำ 5,000 ชิ้น และถุงดำสำหรับใส่รองเท้า 5,000 ใบ มาแจกให้ประชาชนบริเวณทางเข้ากำแพงแก้ว ฝั่งทิศตะวันออกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สำหรับร่มกันฝนและริบบิ้นสีดำ ประชาชนสามารถนำกลับไปเป็นที่ระลึกได้

ต่อมา สำนักพระราชวังแจ้งยอดประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 8 ม.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 39,437 คน และเมื่อนับตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.59 ที่เปิดให้ราษฎรเข้ากราบสักการะพระ บรมศพ มาถึงวันที่ 9 ม.ค.60 เวลา 18.00 น. รวม 70 วันพบว่า มีประชาชนชาวไทยจากทั่วประเทศเดินทางมาที่พระบรมมหาราชวังเพื่อแสดงความอาลัย และเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้ว เป็นจำนวน 3,023,464 คน (สามล้านสองหมื่นสามพันสี่ร้อยหกสิบสี่คน) โดยมียอดเงินที่ประชาชนถวายสมทบบำเพ็ญพระราชกุศล ในวันที่ 8 ม.ค. จำนวน 3,568,345.25 บาท ยอดรวมจำนวนทั้งสิ้น 255,637,459.25 บาท

นอกจากนี้ เนื่องในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) ในวันที่ 20-21 มกราคม 2560 สำนักพระราชวังจะปิดการจำหน่ายบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวัง สำหรับนักท่องเที่ยว และงดการเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นเวลา 2 วัน และเปิดให้ถวายสักการะพระบรมศพได้ตามปกติต่อไป ในวันที่ 22 มกราคม 2560

ส่วนบริเวณท้องสนามหลวง นอกจากเนืองแน่นไปด้วยพสกนิกรตั้งแต่เช้ามืดแล้ว เมื่อเวลา 11.00น.ที่กองอำนวยการร่วม กอร.รส. หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาร่วมกับส่วนราชการและชาวเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจังหวัดสุรินทร์ นำข้าวหอมมะลิกว่า 15 ตัน หรือ 15,205 กิโลกรัม เพื่อทูลเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยมี พล.ต.ชวการ คมคาย ที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 ในฐานะ ผอ.กอร.รส. เป็นตัวแทนรับมอบ โดยข้าวสารดังกล่าวจะส่งมอบให้กับศูนย์ Volunteer for Dad มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำไปแจกจ่ายประกอบอาหารต่อไป

ต่อมาเวลา 11.40 น. ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระ บรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ท้องสนามหลวง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาค 1 ในฐานะรอง ผอ.กอร.รส. กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้พูดถึงการแต่งกายของประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป พบว่าเริ่มพบบุคคลที่แต่งกายไม่เหมาะสมเข้าพื้นที่ จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำจุดคัดกรองใช้ดุลพินิจพิจารณาบุคคลที่เข้ามาว่า ตั้งใจจะเข้ามาเพื่อถวายสักการะหรือไม่ หากพบประชาชนแต่งกายด้วยสีสันฉูดฉาด แสดงว่าอาจตั้งใจจะเข้ามากระทำบางสิ่งที่ไม่เหมาะสม ในกรณีประชาชนที่แต่งกายอาจไม่เรียบร้อย เช่น ใส่เสื้อผ้าสีอ่อน แต่ตั้งใจมาถวายสักการะก็สามารถเข้ามาได้ โดยเจ้าหน้าที่มีจุดบริการให้เปลี่ยนเสื้อผ้า ยกเว้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะไม่ได้เข้มงวดเรื่องสีเสื้อผ้า แต่จะดูถึงความเหมาะสมของชุดเสื้อผ้า เช่น สวมเสื้อบางเกินไป นุ่งกางเกงขาสั้น ผู้หญิงไม่สวมชุดชั้นใน จะให้เจ้าหน้าที่บอกให้กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้ามาใหม่

รอง ผอ.กอร.รส.กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมได้หารือถึงกรณีบุคคลที่ตั้งใจเข้ามาในพื้นที่เพื่อกักตุนอาหาร จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันมากขึ้น เพื่อป้องกันบุคคลเหล่านี้เข้ามา หากพบก็จับกุม ถ่ายรูปทำประวัติ และตักเตือนไว้ก่อน ถ้าขาดแคลนอาหารจริงๆขอให้บอกว่า มีสมาชิกครอบครัวกี่คนให้ชัดเจน เจ้าหน้าที่ยินดีมอบอาหารให้นำกลับไป ทั้งนี้จะมีการหารือเกี่ยวกับเต็นท์ประกอบอาหารที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการให้ลดจำนวนเต็นท์ทำอาหารลง เพราะพบว่า มีขยะเพิ่มมากขึ้น โดยหลังจากนี้จะเริ่มเน้นจ่ายอาหารแบบพอเพียง และรณรงค์ขอความร่วมมือจากประชาชนให้นำภาชนะใส่อาหารและน้ำดื่มติดตัวมาด้วย รวมถึงอาจจะเตรียมอาหารที่ทานได้ง่ายเผื่อไว้

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวอีกว่า ในวันที่ 11 ม.ค.นี้ ทาง กอร.รส.จะหารือกับทีมก่อสร้างพระเมรุมาศของกรมศิลปากร เพื่อปรึกษาเรื่องการบูรณาการทำงานร่วมกัน เพราะจะต้องดูแลเรื่องรักษาความปลอดภัย การจราจร และเส้นทางที่ทีมงานจากกรมศิลปากรต้องใช้เข้าพื้นที่ในการขนย้ายอุปกรณ์การก่อสร้าง รวมทั้งต้องพูดคุยกันว่าจะจัดการพื้นที่ที่อาจจะกระทบกับการเคลื่อนแถวผู้ที่มาถวายสักการะ เนื่องจากในอนาคตจะมีการปิดถนนกลางสนามหลวง นอกจากนี้ ในวันข้างหน้า กอร.รส.จะจัดระบบบัตรผ่านเข้าออกใหม่ เพราะใช้บัตรเดิมมานาน และจะต้องทบทวนว่า มีเจ้าหน้าที่คนใด หรือรถยนต์ที่ต้องเข้าออกพื้นที่คันใดที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานพระบรมศพ โดยจะยกเลิกบัตรเก่าและทำบัตรใหม่ เพื่อให้การทำงานเป็นระบบและให้ประชาชนมั่นใจในการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่

อีกด้านหนึ่งที่โรงราชรถพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เมื่อช่วงสาย นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ รองอธิบดีกรมศิลปากร เข้าตรวจเยี่ยมการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศและเครื่องประกอบในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเจ้าหน้าที่สำนักช่างสิบหมู่ และกลุ่มงานวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ กรมศิลปากร เข้าประจำการซ่อมแซมงานประณีตศิลปกรรมพระมหาพิชัยราชรถ ด้วยการเลาะกระจก และแผ่นไม้ที่ชำรุดออก พร้อมทั้งทำความสะอาดในส่วนต่างๆที่ยังคงสภาพดี ขณะที่ทหารจากกรมสรรพาวุธทหารบกและกรมอู่ทหารเรือ เข้าตรวจสอบระบบกลไกการเคลื่อนที่ และการชักลากของราชรถน้อย 1 องค์ จากนั้นในเวลา 13.00 น.จึงอัญเชิญพระที่นั่งราเชนทรยาน ออกจากโรงราชรถ เพื่อนำไปบูรณะที่สำนักช่างสิบหมู่ ต.ศาลา–ยา จ.นครปฐม

ทั้งนี้ นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ช่างสิบหมู่เลาะกระจกที่ประดับส่วนฐานของพระมหาพิชัยราชรถ เนื่องจากหมดสภาพการใช้งาน โดยเปลี่ยนวัสดุใหม่เป็นกระจกแก้วจากเดิมใช้กระจกเกรียบ ซึ่งปัจจุบันหายาก ขั้นตอนนี้จะทำไปพร้อมกับงานปิดทอง โดยใช้ทองคำเปลว 100 เปอร์เซ็นต์ ชนิดตีมือ นอกจากนี้ ในส่วนตั้งแต่บุษบกจนถึงส่วนยอดพระมหาพิชัยราชรถ กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์เข้าร่วมทำความสะอาดด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ เช็ดและล้างเพื่อให้ทองสุกปลั่ง ขณะที่ทีมช่างกรมสรรพาวุธทหารบก 30 นาย เข้าตรวจสอบระบบการเคลื่อนที่และการชักลากของราชรถน้อย ถอดชุดบังคับเลี้ยว ชุดปรับประคองล้อประดับและโครงยึดขาสไลด์ล้อประดับหน้าเคลื่อนย้ายไปซ่อมแซม ที่กรมสรรพาวุธทหารบก

“การอัญเชิญพระที่นั่งราเชนทรยานไปบูรณะที่สำนักช่างสิบหมู่ นอกจากเพื่อบูรณะลวดลายแกะสลักและปิดทองประดับกระจกใหม่ทั้งองค์เพื่อให้สวยงามแล้ว จะนำไปเป็นต้นแบบในการจัดสร้างพระที่นั่งราเชนทรยานองค์ใหม่ถวายพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะมีการศึกษาถอดแบบ อย่างละเอียด เพื่อให้การออกแบบราชรถองค์ใหม่เป็นไปด้วยความสมพระเกียรติ” นายสหภูมิกล่าว

ขณะที่นางวิจิตร ไชยวิชิต รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านช่างสิบหมู่ สำนักช่างสิบหมู่ กล่าวว่า จากการประเมินการบูรณะพระมหาพิชัยราชรถ ต้องบูรณะถึง 50 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ยังมีงานผ้าม่านของบุษบกพระมหาพิชัยราชรถและราชรถน้อยที่ต้องทำขึ้นใหม่ เช่นเดียวกับฉัตรเบญจราชรถ 4 คัน ต้องสร้างใหม่ แล้ว ยังมีผ้าลายทองแผ่ลวดและผ้าทองย่น นอกจากนี้ กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์จะตรวจสอบสีของราชรถและใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หากพบว่าชิ้นส่วนใดแตกหักหรือชำรุดจะต้องซ่อมเสริมเป็นงานศิลปกรรมด้วยการลงสีปิดทองเฉพาะจุด รวมถึงราชรถน้อยที่ช่างแกะสลักจะทำผังรหัสเพื่อถอดลวดลายตามภูมิปัญญาครูอาจารย์แต่โบราณที่สืบทอดกันมา สำหรับการจัดเตรียมความพร้อมราชรถและราชยานนั้น คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินงานให้ทุกอย่างแล้วเสร็จภายใน ก.ย.2560

ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบจัดทำหนังสือจดหมายเหตุและหนังสือที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จำนวน 11 รายการ ดังนี้ หนังสือจดหมายเหตุหลัก 1 รายการ ได้แก่ 1. หนังสือจดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร หนังสือจดหมายเหตุฉบับรอง 4 รายการ ได้แก่ 1. จดหมายเหตุฉบับประชาชน งานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 2. จดหมายเหตุ ฉบับสื่อมวลชน 3. จดหมายเหตุบทเพลงแสดงความอาลัย จัดทำทั้งในรูปแบบหนังสือและซีดี โดยขณะนี้ รวบรวมได้แล้วกว่า 150 เพลง และ 4. จดหมาย เหตุบทกวี ซึ่งมีประชาชนส่งบทกวีมาให้ วธ.แล้ว 689 สำนวน โดยจะคัดเลือกเพื่อจัดพิมพ์ต่อไป

รมว.วัฒนธรรมกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีหนังสือที่ระลึก 6 รายการ ได้แก่ 1.พระเมรุมาศสมัยรัตนโกสินทร์และพระเมรุมาศในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 2. นวมินทราศิรวาทราชสดุดี ร้อยกรองเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 3. พระราชพิธีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช 4. หนังสือเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณและพระอัจฉริยภาพในงานด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม 5. ศาสตร์ของพระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และ 6. เครื่องประกอบพระราชอิสริยยศงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นายวีระ กล่าวว่า เบื้องต้นที่ประชุมเห็นชอบการจัดพิมพ์จดหมายเหตุฉบับหลัก จำนวน 20,000 เล่ม จดหมายเหตุฉบับรองและหนังสือที่ระลึกจะจัดพิมพ์ รายการละ 15,000 เล่ม ขณะที่หนังสือที่ระลึก 2 เล่ม ได้แก่ พระเมรุมาศสมัยรัตนโกสินทร์และพระเมรุมาศในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช และเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช จะจัดพิมพ์เพิ่มอีกรายการละ 10,000 เล่ม เพื่อแจกให้แก่แขกผู้มีเกียรติที่ได้รับบัตรเชิญเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ รอบพระเมรุมาศ นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้จัดทำหนังสือทุกเล่มในรูปแบบอีบุ๊ค เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ และประชาชนสามารถดาวน์โหลดผ่านทางเว็บไซต์ของกระทรวงวัฒนธรรมได้ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือถึงการจัดทำหนังสือที่ระลึกสำหรับแจกจ่ายประชาชนตามซุ้มวางดอกไม้จันทน์ทั่วประเทศ ซึ่งจะมีเนื้อหาเกี่ยวพระราชประวัติ และพระราชพิธีพระบรมศพฯ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน เบื้องต้นคาดว่าจะจัดพิมพ์จำนวน 5 ล้านเล่ม