วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร.10ทรงห่วงใย พสกนิกรประสบอุทกภัย

รัฐบาลเร่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ10จว.ภาคใต้ยังเผชิญฝนหนัก ประจวบฯอ่วม-โดนถล่มแล้ว

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรผู้ประสบภัยน้ำท่วม คณะองคมนตรีอัญเชิญพระราชกระแสถึงรัฐบาลให้ช่วยเหลือ ขณะที่ รัฐบาลน้อมรับตั้งศูนย์ช่วยเหลือทันที ส่วนกรมอุตุฯเตือนพื้นที่เพชรบุรี-ประจวบฯผจญฝนถล่มหนักถึงหนักมาก เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเล อันดามันตอนกลาง ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ เริ่มดีขึ้นหลังฝนหยุดตก กระบี่สังเวยอีก 2 ศพ รวมเหยื่อเซ่นน้ำท่วม 21 ศพ แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ น้ำยังคงท่วมสูง โดยเฉพาะชุมพรกับประจวบฯวิกฤติหนัก น้ำป่าจากเทือกเขาตะนาวศรีถล่ม นายดาบฮีโร่โดดช่วยเด็กถูกน้ำป่าพัดจนปลอดภัย แต่ตัวเองจมน้ำ โชคดีรอดตาย

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ยังวิกฤติหนักหลายจังหวัดสร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมากรวมทั้งบ้านเรือน ไร่สวน นอกจากนี้ถนนหนทางรวมทั้งสถานที่ราชการ วัด มัสยิดต่างได้รับความเสียหายถ้วนหน้า แต่บางพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดลงหลังฝนหยุดตกและมีแสงแดด ขณะเดียวกันกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนอีกว่าในพื้นที่ 13 จังหวัดภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากอีกระลอกตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.เป็นต้นไป

นครฝนหยุด-สนามบินปิดอีก 2 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ถึงสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.นครศรีธรรมราชว่า ตั้งแต่เช้าฝนหยุดตก แดดเริ่มออกเหลือทิ้งไว้แต่ซากความเสียหายจำนวนมากในพื้นที่ อ.นบพิตำ อ.สิชล อ.ชะอวด อ.ทุ่งสง และ อ.จุฬาภรณ์ ส่วนในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ระดับน้ำได้ลดลงมากแล้วแต่ยังท่วมขังสูงในบางจุดและบางชุมชน หากฝนไม่ตกซ้ำอีก สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน ขณะที่ถนนสายหลักขาขึ้นและล่องใต้ใช้การได้ตลอดเส้นทาง รถไฟยังคงวิ่งถึงสถานีชุมทางทุ่งสง เพื่อรอน้ำลดและซ่อมรางรถไฟที่เสียหายในบางจุด สำหรับสนามบินนครฯ ปิดต่ออีก 2 วัน เพื่อเช็กระบบไฟและพื้นผิวรันเวย์หลังเสียหายจากน้ำท่วม

ในขณะที่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อาทิ อ.หัวไทร อ.เชียรใหญ่ อ.ปากพนัง อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ระดับน้ำยังคงท่วมสูง ประชาชนได้ขนย้ายสิ่งของ ทรัพย์สินมีค่าไว้ที่สูง ส่วนถนนสายนครศรีธรรมราช-ปากพนัง บริเวณทางเข้าวัดฝ่าพระบาทราษฎร์บำรุง หมู่ 7 ต.คลองกระบือ อ.ปากพนัง น้ำท่วมถนนด้านขาเข้าจังหวัดนครศรีธรรมราชระยะทางประมาณ 500 เมตร ใช้การได้ 1 ช่องทาง ขอให้ผู้ขับขี่รถได้ใช้ความระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันเดียวกันได้เกิดฝนตกลงมาอีกในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช แต่ไม่รุนแรง

ชาวบ้านผวาไอ้เข้โผล่หากิน 3 ตัว

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครนครศรีธรรมราช นำโดยนายสุชาติ เชาว์ชะตา หน.ฝ่ายป้องกันฯ นำกำลังพร้อมปืนและอุปกรณ์จับสัตว์น้ำไปตามล่าจระเข้ที่โผล่หากินในชุมชนบ่อทรัพย์และชุมชนสารีบุตร เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช หลังมีผู้พบเห็นจระเข้ 3 ตัวที่หลุดน้ำท่วมออกมาจากฟาร์มเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นจระเข้ขนาดลำตัวยาวกว่า 2 เมตร แต่พอเจ้าหน้าที่นำเรือเข้าไปใกล้ปรากฏว่าจระเข้กลับดำน้ำหายไปอย่างรวดเร็วจึงประชาสัมพันธ์แจ้งให้ชาวบ้านทราบ และระมัดระวังเป็นพิเศษพร้อมจัดชุดเฝ้าระวังหากพบเห็นจะได้เข้าดำเนินการในทันที

ดินถล่มทับถนนเชื่อม 2 อำเภอ

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์น้ำป่าถล่มที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเช้าวันที่ 9 ม.ค.ว่า ดินภูเขาได้ถล่มทับทางหลวงหมายเลข 41 สายทุ่งสง-ร่อน-พิบูลย์ ช่วงบ้านช่องเขาเป็นเนินเขารอยต่อระหว่าง อ.ร่อนพิบูลย์ กับ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ช่วงขาขึ้นความยาวกว่า 300 เมตรและยังมีรอยร้าวแยกเป็นทางยาวมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มมากขึ้น ภายหลังแขวงทางหลวงนครศรีธรรมราชที่ 2 (ทุ่งสง) ได้ปิดการจราจรสายดังกล่าวแล้วโดยเปิดการจราจรเหลือเพียงช่องทางเดียว พร้อมตรวจสอบรอยร้าวหรือดินแยกตามแนวถนนทุก 2 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังและติดตามรอยแยกบนถนน เพื่อเตรียมการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับการสัญจร

ชาวบ้านกว่า 100 หลังถูกตัดขาด

ส่วนที่ห้วยน้ำเน่ารอยต่อระหว่างหมู่ 10 กับ หมู่ 15 เทพราช อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้ ผบ.ร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 ค่ายฝึกการรบพิเศษ นายไชยา ขนอม นายก อบต.เทพราช นายสุพจน์ ศรีใหม่ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 ต.เทพราชและคณะเดินทางไปตรวจดูความเสียหายที่บริเวณห้วยน้ำเน่า หลังถูกน้ำป่าถล่มจนสะพานขาดจมลง ในลำห้วย ถนนคอนกรีตระยะทางกว่า 800 เมตรถูกกระแสน้ำเชี่ยวซัดจนแตกพังส่งผลให้ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 100 หลังคาเรือนติดอยู่ด้านใน ไม่สามารถสัญจรได้ หลังตรวจสอบจะเร่งซ่อมแซมให้เสร็จโดยเร็ว จากนั้น พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้และคณะเดินทางไปช่วยนักเรียนทำความสะอาดอาคารโรงเรียนวัดปากด่าน ต.เสาเภา อ.สิชล หลังถูกน้ำท่วมสูงและขณะนี้ลดลงกลับสู่ภาวะปกติแล้วโดยโรงเรียนจะเปิดสอนในวันที่ 10 ม.ค.นี้

เรือผลักดันน้ำถึงนครฯแล้ว

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร.ได้ส่งเรือผลักดันน้ำจำนวน 50 ลำมาช่วยผลักดันน้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทย โดยเรือผลักดันน้ำส่งมาถึง จ.นครศรีธรรมราชและได้ติดตั้งพร้อมเดินเครื่องผลักดันน้ำที่ประตูระบายน้ำปากคลองชะอวด-แพรกเมือง อ.หัวไทร เรียบร้อยแล้ว และเดียวกันนี้เรือหลวงอ่างทองได้บรรทุกเรือผลักดันน้ำอีก 20 ลำพร้อมกำลังพลและอุปกรณ์การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราชไปติดตั้งที่ประตูน้ำฉุกเฉิน อ.ปากพนัง เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทยเช่นกัน ส่วนนายกระวี หวานแก้ว ส.อบจ.นครศรีธรรมราชพร้อมมูลนิธิสยามรวมใจจุดห้วยปริก เจ้าอาวาส วัดนางเอื้อยและสโมสรโรตารี่ไม้เรียงนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายพื้นที่ ต.นาเขลียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช 500 ชุด

อย่าเชื่อข่าวลืออ่างเก็บน้ำพัง

ด้านนายปัญญพงษ์ สงพะโยม นายช่างชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำคลองกะทูนและอ่างเก็บน้ำคลองดินแดง อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราชว่า อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน น้ำล้นสปิลเวย์ 38 ซม.ส่วนอ่างเก็บน้ำคลองดินแดง น้ำล้นสปิลเวย์ 42 ซม.มีแนวโน้มลดลงเรื่อยอย่างต่อเนื่อง “พี่น้องประชาชนอย่าได้กังวลกับปริมาณน้ำในอ่าง เนื่องจากมีการควบคุมบริหารจัดการอย่างดีโดยพิจารณาจากปริมาณน้ำที่ลงแม่น้ำตาปี คลองยางค้อม คลองระแนะ คลองขุดด้วน คลองมิน คลองสังข์ คลองสินปุน คลองฉนวน คลองอิปันและคลองพุมดวง อย่าได้เชื่อข่าวลือเรื่องอ่างร้าว ขอยืนยันว่าอ่างทั้งสองแห่งมีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัย ไม่มีวี่แววว่าจะรับน้ำไม่อยู่หรือจะพังแต่ประการใด” นายปัญญพงษ์ กล่าว

พบศพหนุ่มถูกน้ำป่าพัดจมหาย

บ่ายสองวันเดียวกัน ร.ต.อ.สุกมล ศุลีดำรงวุฒิ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช แพทย์เวร รพ.ทุ่งสง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ ไปชันสูตรศพผู้เสียชีวิตในคลองถ้ำใหญ่หมู่4 ต.ถ้ำใหญ่ เป็นศพนายปราโมทย์ ชูแก้ว อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 9 ต.ถ้ำใหญ่ สภาพศพเริ่มขึ้นอืดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-5 วัน สอบสวนทราบว่าผู้ตายเป็นพนักงานโรงยางศรีตรัง หมู่ 4 ต.ถ้ำใหญ่ ห่างจากจุดพบศพประมาณ 5 กม. ก่อนเสียชีวิตถูกกระแสน้ำป่าพัดจมหายไปพร้อมรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ สีขาว ทะเบียน กย 1651 นครศรีธรรมราช ขณะขับรถหนีน้ำป่าไปไว้ที่สูง โดยพบรถอยู่ห่างจากโรงงานประมาณ 2 กม.และเพิ่งมาพบศพในครั้งนี้

พื้นที่ 2 เทศบาลระนองอ่วม

ที่ จ.ระนอง เกิดน้ำป่าจากคลองหาดส้มแป้นได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนบริเวณตัวเมืองระนองในหลายจุดทั้งเขตเทศบาลเมืองระนองและเขตเทศบาลเมืองบางริ้น บางพื้นที่มีระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตรมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 500 ครัวเรือนรวมทั้งถนนเส้นสะพานปลาระนองซึ่งเป็นถนนเส้นเศรษฐกิจหลักของจังหวัดระนอง มีบ้านเรือนร้านค้าเก็บข้าวของไม่ทันโดนน้ำท่วมสร้างความเสียหายอย่างหนักเช่นกัน เบื้องต้นนายกรีฑา ยกย่อง นายกเทศมนตรีเมืองบางริ้นพร้อมอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่เร่งเข้าช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วนแล้ว

บ้านจมมิดหลังคากว่า 50 หลัง

ขณะที่ จ.สุราษฎร์ธานี พื้นที่หมู่ 3 ต.ตะกุกใต้ อ.วิภาวดี ระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 3 เมตร ทำให้บ้านเรือนประชาชนกว่า 50 หลังจมน้ำเกือบมิดหลังคา ประชาชนได้อพยพไปนอกพื้นที่ แต่ปริมาณน้ำยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยนายเอกชัย สุนทร นอภ.วิภาวดี ได้ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยว่า น้ำท่วมเป็นวงกว้างรวมทั้งถนนสายหลักของอำเภอที่เชื่อมต่อกับ อ.คีรีรัฐนิคม ถูกตัดขาดไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบ 2 ตำบลประมาณ 200 ครัวเรือน ต้องอพยพคนและทรัพย์สินไปอยู่ในที่ปลอดภัย ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับอุทกภัยในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี แล้ว 13 อำเภอ บางพื้นที่น้ำลดแต่ในหลายพื้นที่น้ำยังท่วมสูงอยู่

นอกจากนี้ ได้มีน้ำป่าจากภูเขาห้ายอด หมู่ 10 ค.คลองน้อย อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ไหลบ่าลงคลองปลายศอกเข้าท่วมพื้นที่ อบต.คลองน้อย อย่างรวดเร็ว ชาวบ้านเก็บสิ่งของหนีไม่ทัน บ้านเรือน ร้านค้าถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายจำนวนมากและสะพานสองแพรก หมู่ 1 ต.คลองน้อย ถูกกระแสน้ำกัดเซาะหัวสะพานขาดไม่สามารถสัญจรได้ และถนนสายบางปาน-ควนสินชัย หมู่ 1 ต.ไทรทอง ขาดยาวกว่า 4 เมตร ต่อมานายจักกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ นอภ.ชัยบุรี นำชาวบ้านมาใช้ต้นหมากมาวางทอดเป็นสะพานข้ามชั่วคราวเพื่อให้ประชาชนออกมารับอาหารและน้ำดื่ม

กระบี่น้ำลดแต่เสียหายหนัก

ภายหลังจากเกิดน้ำหลากจากเทือกเขาพนมเบญจาท่วมในพื้นที่ ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ และไหลหลากเข้าท่วมที่บ้านตลาดเก่า ภายในเขตเทศบาลเมืองกระบี่แถมน้ำได้หลากท่วมถนนเพชรเกษมและชุมชนระดับน้ำบางช่วงสูงกว่า 2 เมตร กระทั่งเช้าวันเดียวกันนี้ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว รถสามารถใช้เส้นทางถนนเพชรเกษมทั้ง 2 ช่องจราจรได้ ส่วนที่ชุมชนหน้าพลับพลาและชุมชนเมืองเก่าริมคลองกระบี่ใหญ่ที่ถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง สภาพมีความเสียหายเต็มถนนและตามบ้านเรือนพังเสียหายจำนวนมาก ชาวบ้านเริ่มเดินทางเข้ามาเก็บข้าวของที่บ้านของตนเอง โดยนายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้น้ำลดระดับแล้วเหลือแต่ความเสียหาย จากสภาพพบว่ามีความเสียหายหนักกว่าปี 2554 ครั้งดินถล่มเพราะครั้งนี้เสียหายเป็นวงกว้าง น้ำสูงกว่าและชาวบ้านไม่สามารถขนย้ายข้าวของได้ทัน รถ ทรัพย์สินรวมถึงบ้านเรือนกว่า 400 หลังถูกน้ำท่วม

พบศพเหยื่อน้ำท่วมอีก 2 ราย

ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.วิทยา หนูกูล รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองกระบี่ ไปสอบสวนชันสูตรศพถูกน้ำท่วมตาย 2 ศพ บริเวณทางเข้าวัดกระบี่น้อย ต.กระบี่น้อย และที่ริมคลองกระบี่ใหญ่ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ โดยทั้ง 2 ศพเป็นชาย ไม่ทราบชื่อและนามสกุล ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากจมน้ำ ส่วนนายอนุรักษ์ สุดสาย ปลัดอาวุโสอำเภอเขาพนม จ.กระบี่ นายจามิกร สังข์รอด กำนันตำบลหน้าเขา อ.เขาพนม พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณบ้านเลขที่ 40 หมู่ 6 ต.หน้าเขา ที่ถูกน้ำป่าหลากท่วมและพัดบ้านหายไปทั้งหลังเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและอาสาสมัคร กระจายกำลังออกค้นหาผู้สูญหายคือ น.ส.ดำ อนันตกูล อายุ 60 ปี เจ้าของบ้านแต่ยังไม่พบตัว ขณะเดียวกันทางอำเภอเขาพนม ได้สำรวจพื้นที่พบสะพานถูกตัดขาดในหมู่6 ต.หน้าเขา 1 แห่งและชำรุด 1 แห่ง และพบว่าฝายเก็บน้ำในโครงการพระราชดำริที่ใช้สำหรับทำประปาหมู่บ้าน ตั้งอยู่ริมเทือกเขาพนมเบญจาห่างหมู่บ้านประมาณ 500 เมตรพังเสียหายอย่างหนัก

นายดาบฮีโร่รอดตายฉิวเฉียด

คืนที่ผ่านมา ขณะที่ ด.ต.กฤษณ์ธนพล สำราญจิต ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองกระบี่ กำลังขี่ จยย. กลับบ้านถึงบริเวณสะพานคลองใหญ่ ถนนเพชรเกษม ต.กระบี่ใหญ่ ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร พบเด็กผู้หญิง กำลังจะถูกกระแสน้ำพัดรีบโดดเข้าไปช่วยจนเด็กปลอดภัย แต่ตัว ด.ต.กฤษณ์ธนพลกลับถูกน้ำพัดหายไป แต่โชคดีมือไปเกาะตัวอาคารพาณิชย์จนปลอดภัย ต่อมาเที่ยงวันที่ 9 ม.ค. พ.ต.อ.สงบ จันทร์สิงห์ ผกก.สภ.เมืองกระบี่ เดินไปเยี่ยม ด.ต.กฤษณ์ธนพลที่บ้านในชุมชนบางขนุน อ.เมืองกระบี่ พร้อมมอบกระเช้าและเงินให้เป็นกำลังใจจำนวนหนึ่ง โดย พ.ต.อ.สงบกล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ทำบันทึกเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อให้การช่วยเหลือและยกย่อง ด.ต.กฤษณ์ธนพล ในการทำความดีแม้ว่าจะเกิดอันตรายกับตัวเองก็ตาม

พื้นที่ริมทะเลสาบยังอ่วมหนัก

ที่ จ.พัทลุง สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้วโดยเฉพาะพื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัด แต่พื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ในพื้นที่ อ.ควนขนุน อ.เมือง อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว และ อ.ปากพะยูน หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ควนขนุนนั้นยังมีน้ำท่วมสูงในพื้นที่ ต.ทะเลน้อย ต.พนางตุง ต.มะกอกเหนือ ต.แหลมโตลด ส่วน อ.เมืองพัทลุง ยังมีน้ำท่วมสูงในพื้นที่ ต.ลำปํา ต.พญาขัน ต.ชัยบุรี ต.เขาเจียก ซึ่งพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลานั้นมีการตั้งศูนย์อพยพครอบครัวผู้ประสบภัยจำนวน 7 ศูนย์ ในขณะที่เส้นทางเข้าหมู่บ้านยังถูกตัดขาดอีกหลายพื้นที่ อาทิ หมู่ 4 ต.ลำปํา อ.เมืองพัทลุง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือปัญหาการขาดแคลนอาหารสัตว์ในพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ซึ่งพื้นที่แปลงหญ้าได้รับความเสียหาย ในขณะที่เส้นทางสายพัทลุง-ลำปํา รถเล็กยังไม่สามารถวิ่งได้

คลื่นทะเลซัดเรือทอดสมอจม 5 ลำ

ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังฝนตกหนักติดต่อกัน 5 วัน ชาวประมงต้องนำเรือจอดหลบคลื่น บริเวณคลองตาม่องล่าย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ปรากฏว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ คลื่นทะเลสูงได้ถาโถมเข้าใส่เรือที่จอดทอดสมอส่งผลให้เรือนำเที่ยวชื่อ “สามอ่าวปริ๊นเซส 3” ถูกคลื่นซัดจมหายไปในทะเลกับเรือประมงอีก 4 ลำ แต่ไม่มีใครได้รับอันตราย เนื่องจากเป็นเรือเปล่า สอบถามนายจำเริญ นาคนงนุช อายุ 52 ปี ชาวประมงชายฝั่ง หมู่ 2 บ้านอ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สภาพอากาศเลวร้ายและฝนตกทุกวัน ประกอบกับคลื่นทะเลแรงกระแทกตัวเรือและฝนที่ตกทำให้น้ำเข้าลำเรือปริมาณมากเลยทำให้เรือจมถึง 4 ลำ

น้ำป่าถล่มชุมพรหลายตำบล

ด้าน จ.ชุมพร ตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมามีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ส่งผลให้น้ำป่าจากตอนบนแถวชายแดนไทย-เมียนมา ด้านเทือกเขากระบุรี อ.กระบุรี จ.ระนอง เขตติดต่อกับ อ.เมืองชุมพร และเทือกเขาตะนาวศรีด้าน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขตติดต่อกับ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้ไหลลงสูงคลองชุมพรและคลองรับร่อ ทะลักเข้าท่วมหลายจุดใน ต.วังไม่ ต.บ้านนา ต.ขุนกระทิง ต.วังไผ่ ต.ตากแดด ต.บางลึก ต.นาชะอัง อ.เมืองชุมพร และ ต.คุริง ต.สลุย ต.ทรัพย์อนันต์ ต.ท่าแซะ ต.หงษ์เจริญ ต.รับร่อ ต.ท่าข้าม ต.หงส์เจริญ อ.ท่าแซะ ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก ถนนในหมู่บ้านถูกตัดขาด ภายหลังหน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพรใช้เรือท้องแบนช่วยอพยพขึ้นอยู่ที่ปลอดภัย

รีบย้ายศพหนีน้ำท่วมทุลักทุเล

ขณะเดียวกัน พระเอกชัย อุชุปัญโญ รักษาการเจ้าอาวาสวัดเทพเจริญ หรือวัดถ้ำรับร่อ ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยสายชลมูลนิธิชุมพรให้ช่วยย้ายสิ่งของเครื่องใช้และโลงบรรจุศพอยู่บนศาลา 2 ศพ เนื่องจากกำลังจะถูกน้ำท่วม ต่อมานายวิโรจน์ ณ วรรณณาวิเศษ สารวัตรกำนันตำบลท่าข้าม นายสมโภชน์ นวลพรหม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.กระตาม และหัวหน้าชุดกู้ภัยนากระตาม นำอาสาสมัครกู้ภัยและ อปพร.ออกไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พบในวัดมีนำท่วมสูงระดับเอว รีบช่วยกันขนย้ายข้าวของภายในวัดขึ้นไว้บนอาคารชั้นสองและบนที่สูง รวมทั้งย้ายโลงศพ 2 ศพเป็นศพของพลทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ชายแดนภาคใต้และศพชาวบ้านลงเรือท้องแบนขึ้นไปไว้บนถนนอย่างทุลักทุเลก่อนนำไปบรรทุกบนรถกระบะขนไปฝากไว้ที่วัดใกล้เคียงก่อน

แยกปฐมพรวิกฤติรถวิ่งไม่ได้

นอกจากนี้ ถนนเอเชีย 41 ระหว่างหลัก กม.1-กม.2 ต.บ้านนา อ.เมืองชุมพร ห่างจากสี่แยกปฐมพรมุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ประมาณ 800 เมตร น้ำป่าจากเทือกเขาตะนาวศรีที่ไหลมาจาก อ.กระบุรี จ.ระนอง ได้เอ่อล้นจากแม่น้ำชุมพรไหลเข้าท่วมผิวการจราจรบนถนนเอเชีย 41 ซึ่งเป็นถนนสี่ช่องทางจราจรทั้งขาล่องใต้และฝั่งขึ้น กทม. ระดับน้ำสูงประมาณ 40-50 ซม. เป็นระยะทางยาวกว่า 1 กม. ทำให้การจราจรบนถนนติดขัด การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งรถเล็กและรถใหญ่ที่มาจาก กทม.มุ่งหน้าลงใต้ ต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางหมู่บ้านวัดถ้ำสนุกไปออกปากทางถ้ำสิงห์ ส่วนรถที่มาจากทางภาคใต้ขึ้น กทม.ก็เช่นเดียวกัน

พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ ผกก.สภ.เมืองชุมพร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ตำรวจจราจรของ สภ.เมืองชุมพรทุกนาย ออกอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่บริเวณสี่แยกปฐมพรและตามเส้นทางเลี่ยงน้ำท่วมทั้งฝั่งขาล่องใต้และฝั่งขาขึ้น กทม. ร่วมกับตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 2 ชุมพร มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์และตำรวจชุมชน (ตชต.) เนื่องจากขณะนี้การจราจรบนถนนเพชรเกษมและถนนเอเชีย 41 ติดขัดมากรถติดยาวหลายกิโลเมตร

น้ำป่าถล่มพื้นที่บางสะพานยับ

นอกจากนี้ ที่ อ.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ น้ำป่าจากเทือกเขาตะนาวศรีไหลบ่าท่วมในพื้นที่หลังฝนตกติดต่อกัน 4 วันส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนหลายหมู่บ้านใน ต.บางสะพาน ต.ช้างแรก อ.บางสะพานถูกน้ำป่าถล่มเสียหายเป็นวงกว้าง ระดับน้ำในคลองบางสะพาน ล้นตลิ่งเอ่อท่วมถนนสายบางสะพาน-บางสะพานน้อย และถนนหน้าตลาดห้วยทรายขาว หน้าโรงเรียนดอนสำนักและปริมาณน้ำฝนที่ไหลลงมาจากเทือกเขาตะนาวศรียังเข้าท่วมพื้นที่ ต.ทองมงคล ต.ร่อนทอง ต.กำเนิดนพคุณ เขตเทศบาลตำบลกำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน นอกจากนี้โรงเรียนอนุบาลบางสะพานกับโรงเรียนมัธยมนพคุณ ถูกน้ำท่วมสูงต้องปิดการเรียนการสอนโดยไม่มีกำหนด ส่วน อ.บางสะพานน้อย ถูกน้ำท่วมเสียหายไม่แพ้กัน ถนนภายในหมู่บ้านเสียหาย 16 สาย สะพานชำรุด 7 แห่ง พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายกว่า 500 ไร่ บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมขังกว่า 250 ครัวเรือนแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

สร้างพนังป้องกันน้ำท่วม รพ.

นายศักรินทร์ ทุมเสน นอภ.บางสะพาน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายปกครองอำเภอบางสะพานพร้อมสมาชิกอาสารักษาดินแดน สังกัดกองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 7 อำเภอบางสะพาน สนธิกำลังกับหน่วยทหาร ศร.พัน. 1 ค่ายธนะรัชต์ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 147 และกองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน 5 ประจวบคีรีขันธ์ นำกระสอบทรายกว่า 8,000 กระสอบสร้างกำแพงป้องกันน้ำเข้าท่วม รพ.บางสะพาน และเร่งเคลื่อนย้ายเครื่องเอกซเรย์ออกจากห้องปฏิบัติการไว้ในตึกที่อยู่ในพื้นที่สูง ป้องกันความเสียหาย ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะรายงานข่าวยังมีฝนตกลงมา ท้องฟ้ามืดครึ้มตลอด

ร.ต.ท.ถูกน้ำซัดจมติดท่อดับอนาถ

ขณะที่ ร.ต.ท.ดุสิต สนทนาการ รอง สวป.สภ.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ กำลังอำนวยความสะดวกด้านจราจร หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ต.แสงอรุณ อ.ทับสะแก ปรากฏว่าถูกกระแสน้ำพัดตกลงไปในร่องระบายน้ำข้างถนนเพชรเกษม แล้วจมหายไป ต่อมา พ.ต.อ.นพดล ธุวังควัฒน์ ผกก.สภ.ห้วยยาง ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสากู้ภัยสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานและเจ้าหน้าที่แขวงการทางประจวบคีรีขันธ์ออกค้นหาศพใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงพบศพหลุดออกจากท่อระบายน้ำไปติดกอหญ้าในสวนมะพร้าวห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร โดย พ.ต.อ.นพดลกล่าวว่า ได้รับการติดต่อจาก ร.ต.ท.ดุสิต ครั้งหลังสุดเมื่อเวลา 12.26 น.โดยรายงานสถานการณ์น้ำท่วมผ่านไลน์กลุ่มของโรงพัก ส่วนศพนำส่งชันสูตรที่ รพ.ทับสะแก ก่อนรอญาติมารับไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.ระนองต่อไป

สังเวยน้ำท่วมใต้ทั้งหมด 21 ศพ

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่าจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันใน 12 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ รวม 96 อำเภอ 588 ตำบล 4,277 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 330,415 ครัวเรือน 958,602 คน ผู้เสียชีวิต 21 ราย สูญหาย 2 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 5 แห่ง ถนน 218 จุด คอสะพาน 59 แห่ง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 1 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ยังคงมีสถานการณ์ใน 11 จังหวัด รวม 97 อำเภอ 560 ตำบล 4,233 หมู่บ้าน โดยในภาพรวมสถานการณ์ในปัจจุบันยังมีฝนตกในพื้นที่ ระดับน้ำลดลง ยกเว้นจังหวัดนครศรีธรรมราช ระดับน้ำเพิ่มขึ้น และนราธิวาส ระดับน้ำทรงตัว

“เพชรบุรี-ประจวบฯ” ฝนหนัก

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศเตือน “ฝนตกหนักถึงหนักมากภาคใต้ตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ฉบับที่ 47 ว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนกลาง คาดจะเคลื่อนตัวเข้าอ่าวมะตะบันและประเทศเมียนมาในวันที่ 10 ม.ค.60 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนบนยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งโดยเฉพาะ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและปริมาณฝนที่ตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 10 ม.ค.60 และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สำหรับมรสุมตะวันออก เฉียงเหนือกำลังแรงยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือ ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ในหลวงทรงห่วงใยพสกนิกร

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังองคมนตรีประกอบด้วย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และนายวิรัช ชินวินิจกุล เดินทางเข้าหารือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ว่าเป็นการอัญเชิญพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบปัญหาอุทกภัยอาจจะลำบากในการเข้าช่วยเหลือประชาชนเพราะจะส่งเงินไปประชาชนไม่สามารถนำเงินไปซื้อข้าวของได้จะส่งข้าวสารไปก็ไม่มีไฟ ไม่มีน้ำในการหุงต้ม จึงทำให้ลำบากไปหมด และมีแนวทางที่รัฐบาลรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมนำไปดำเนินการ

รัฐบาลจัดเร่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ

เมื่อถามว่า หลังจากองคมนตรีอัญเชิญพระราชกระแสรับสั่งมาแล้ว รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายวิษณุ กล่าวว่า จะให้ความช่วยเหลือประชาชน เพราะทรงห่วงใยว่า จะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไร เนื่องจากอาหารแจกจ่ายได้ไม่ทั่วถึง และแต่ละอำเภอมีปัญหาแตกต่างกัน บางแห่งได้ยินมาว่าราษฎรกว่า 2-3 หมื่นคน ต้องอพยพไปพักอยู่ในโรงแรมหรือโรงเรียนในที่เดียวกันเป็นการชั่วคราว กินอาหารวันละ 3 มื้อ ซึ่งแปลว่าต้องใช้งบประมาณเลี้ยงดูวันละประมาณ 1 ล้านบาท ตรงนี้รัฐบาลจะมาพิจารณาว่าจะมีการบริหารจัดการกันอย่างไร และในวันที่ 10 ม.ค.นี้รัฐบาลจะเปิด “ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้” อย่างเป็นทางการต่อไป

นายกฯชวนบริจาคช่วยน้ำท่วม

ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงเหตุการณ์อุทกภัยในภาคใต้ว่า ขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทางภาคใต้ โดยประชาชนสามารถบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้ ในส่วนของกรุงเทพมหานครน่าจะสามารถบริจาคเป็นเงินลงไปในพื้นที่มากกว่าเพราะมันไกลและเป็นภาระต่อการขนส่งสิ่งของในพื้นที่เพราะน้ำท่วม รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว ทั้งในระดับอำเภอโดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ทำหน้าที่บูรณาการยกระดับอุทกภัยให้เป็นระดับ 3 โดยสามารถบูรณาการข้ามเขตช่วยเหลือกันได้ ปัญหานี้เป็นสิ่งที่ประเทศไทยจะต้องเตรียมการให้พร้อมเพื่อรับมือ เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอด

จ่อแก้ปัญหาทั้งน้ำท่วม-แล้ง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า อย่ามัวทะเลาะกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องว่าจะอะไรเมื่อไหร่ แล้วเกิดน้ำท่วมมันหายไหม สำหรับมาตรการเยียวยานั้น สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศออกไปแล้วโดยเยียวยาตามที่รัฐบาลสามารถให้ได้ตามกฎหมาย ไม่ใช่นึกจะให้เท่าไหร่ก็ให้ ส่วนการเยียวยาอื่นๆนอกจากนี้กำลังพิจารณา หากเห็นว่าประชาชนลำบาก เดือดร้อนจะเพิ่มมาตรการเยียวยาเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ไม่ใช่อยู่ดีๆจะอนุมัติเงิน 9 ล้านบาท ต้องยอมรับว่าน้ำท่วม 10 จังหวัดภาคใต้ ถือว่าอาการหนัก เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดในรอบ 30 ปี และโดยรอบก็เป็นพื้นที่ภูเขาและทะเล เมื่อน้ำไหลลงมาจากภูเขา เข้าสู่เมืองจึงเกิดน้ำท่วม การแก้ต้องแก้ทั้งระบบไม่ใช่น้ำท่วมอย่างเดียวต้องแก้ฝนแล้งด้วย

ทุ่ม 3 หมื่นล้านป้องกันระยะยาว

ส่วนมาตรการให้ความช่วยแหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า สั่งการให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ในแต่ละเขตรับผิดชอบกำกับดูแล สำรวจความเสียหายจริงเพื่อทำแผนการฟื้นฟูเยียวยาเป็นรายจังหวัด รวมถึงเร่งรัดการช่วยเหลือตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 2559/60 ครัวเรือนละ 3,000 บาท ให้ถึงมือเกษตรกรโดยเร็วที่สุดภายใน 1-2 เดือน สำหรับแผนการป้องกันน้ำท่วมในระยะกลางและระยะยาว สั่งการให้กรมชลประทานจัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ 7 โครงการ โดยให้จัดทำเป็นแพ็กเกจรายกลุ่ม พร้อมสั่งการให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำงบพัฒนากลุ่มจังหวัดบรรจุในแผนงบกลางในปีงบประมาณ 2560-2561 จากเดิมอยู่ในแผนปี 2563-2564 คาดว่างบประมาณจะอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมในระยะกลาง-ยาวช่วงระยะเวลา 3-5 ปี โดยตั้งเป้าให้แผนเริ่มดำเนินการในปี 2561

แบงก์ออมสินให้กู้เงินฉุกเฉิน

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยว่า ธนาคารออมสินมีมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนจากผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ นอกจากสำรวจความเสียหายของลูกค้า ออกเยี่ยมเยียนประชาชนและลูกค้าในพื้นที่ พร้อมนำถุงยังชีพออกแจกจ่ายแล้ว ยังได้ออกมาตรการด้านสินเชื่อใช้จ่ายตามความจำเป็น ภายใต้เงื่อนไขผ่อนปรนเพื่อบรรเทาภาระและช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นกรณีเร่งด่วนคือ “สินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน” โดยให้สิทธิ์กู้ตามความจำเป็นในวงเงินครอบครัวละไม่เกิน 50,000 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 5 ปี ไม่คิดดอกเบี้ยเป็นเวลา 1 ปี (ดอกเบี้ย 0% ในปีแรก) หลังจากนั้น ปีที่ 2-5 คิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 1 ต่อเดือน สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาที่ในพื้นที่ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ธ.ก.ส.เร่งเยียวยาเกษตรกร

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เผยว่า ธ.ก.ส.ออกมาตรการเพื่อเยียวยาเกษตรกรลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้ มาตรการเร่งด่วนคือให้พนักงานออกเยี่ยมเยียนลูกค้าที่ประสบอุทกภัย นำถุงยังชีพมอบให้เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้ว 33,000 ชุด ใช้เงินจากกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติของ ธ.ก.ส. จำนวน 16,500,000 บาท นอกจากนี้ ธ.ก.ส.ยังมีมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติ โดยการพักชำระหนี้เงินต้นเกษตรกรที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. เป็นระยะเวลา 1 ปี และงดคิดดอกเบี้ยปรับ หลังสถานการณ์คลี่คลายจะเข้าไปสำรวจความเสียหายเพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับพิจารณามาตรการฟื้นฟูการประกอบอาชีพและมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมต่อไป

ทางหลวง 9 แห่งรถผ่านไม่ได้

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวงเผยว่า เส้นทางสายหลักที่จะเดินทางไปสู่ภาคใต้ยังคงมีน้ำท่วมหนัก การสัญจรไม่สามารถเดินทางได้สะดวก เส้นทางเสียหายกว่า 18 สายทางใน 7 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช พัทลุง ยะลา กระบี่ ประจวบคีรีขันธ์ ใน 18 สายทางมีถนนเสียหายรวม 21 แห่ง แบ่งเป็นสายทางเสียหายแต่ประชาชนสามารถใช้สัญจรผ่านไปมาได้ 12 แห่ง และไม่สามารถใช้สัญจรผ่านไปมาได้ 9 แห่ง โดย จ.ชุมพร 1 แห่ง ถนนสายหลังสวน-ละแม กม.ที่ 17 อ.หลังสวน ส่วน จ.ตรัง 5 แห่ง ประกอบด้วย 1.ทล.419 ตรัง-กันตัง กม.ที่ 130-134 พื้นที่ อ.กันตัง 2.ทล.419 ถนนวงแหวนรอบเมืองตรัง กม.ที่ 2-5 3.ทล.4236 ถนนแพรก-ลำนาว กม.ที่ 11 อ.ห้วยยอด 4.ทล.4258 บ้านซา-ควนชัน กม.ที่ 10-11 อ.ห้วยยอด 5.ทล.4347 ตลาดฉุ้น-บ้านซา กม.ที่ 1-2 อ.ห้วยยอด ส่วน จ.นครศรีธรรมราช 1 แห่ง ทล.4151 บ่อล้อ-กุมแป กม.ที่ 2 อ.เชียรใหญ่ ขณะที่ จ.ยะลา 1 แห่ง ทล.4060 กะรุบี-ต๊ะโล๊ะหะลอ กม.ที่ 27 อ.รามัน และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 1 แห่ง ทล.4 ห้วยยาง-บางสะพาน กม.ที่ 357-359 อ.ทับสะแก ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

ซีพีเอฟระดมช่วยผู้ประสบภัย

วันเดียวกัน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ยังระดมทุกภาคส่วนช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤติอุทกภัยภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่ปรุงอาหารแจกจ่ายถึงมือผู้ประสบภัย พร้อมสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารสด อาหารสำเร็จรูป และน้ำดื่ม มอบผ่านภาครัฐ มูลนิธิ องค์กรการกุศล สถาบันการศึกษา และสื่อมวลชน เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนแก่ชาวใต้ที่ประสบอุทกภัยในหลายจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

แจงค่าเครื่องบินตามเกณฑ์

นายจุฬา สุขมานพ ผอ.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ชี้แจงกรณีที่นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร้องเรียนนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กรณีค่าโดยสารเครื่องบินเส้นทางกรุงเทพฯ-ตรัง ราคาแพงถึง 4,000 บาท ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ว่า เรื่องนี้ได้ตรวจสอบพบว่า อัตราค่าโดยสารดังกล่าวเป็นไปตามกรอบเพดานที่คณะกรรมการการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กบร.) อนุมัติไว้ว่าอัตราค่าโดยสารสูงสุดต้องไม่เกิน 13 บาทต่อกิโลเมตร แต่อัตราการเรียกเก็บของสายการบินต้นทุนต่ำส่วนใหญ่สูงสุดจะไม่เกิน 7 บาทต่อกิโลเมตร จะไปสั่งการให้สายการบินปรับลดราคาค่าโดยสารลงนั้นคงไม่สามารถดำเนินการได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละสายการบิน

ช่วงไฮซีซั่นราคาแพงกว่าปกติ

ผอ.กทพ.เผยถึงการกำหนดอัตราค่าโดยสารของสายการบิน เพดานขั้นสูงสุดต้องไม่เกิน 13 บาทต่อกิโลเมตร อัตราที่เรียกเก็บจะเป็นไปตามกลไกตลาดเพราะมีไปซื้อตั๋วหน้าเคาน์เตอร์ หรือช่วงเวลาการเดินทาง ในช่วงเร่งด่วนหรือวันหยุดจะมีราคาสูงกว่าวันธรรมดาและไม่ใช่เวลาเร่งด่วน โดยเฉพาะการเดินทางในช่วงปีใหม่ เดือน ม.ค. เดือน ก.พ. ถือว่าเป็นช่วงไฮซีซั่น ราคาก็จะแพงกว่าราคาทั่วไป สำหรับเส้นทางกรุงเทพฯ-ตรัง ระยะทาง 600 กม. หากคิดค่าโดยสารเต็มราคาจะไม่เกิน 7,800 บาทต่อเที่ยว อัตราค่าโดยสารเฉลี่ยสูงสุดของสายการบินต้นทุนต่ำจะยู่ที่ 7 บาท ต่อกิโลเมตร หรือคิดเป็น 4,200 บาท จึงถือเป็นอัตราสูงสุดในช่วงไฮซีซั่นและเป็นการซื้อตั๋วหน้าเคาน์เตอร์ไม่ได้ขอล่วงหน้า ขณะที่เส้นทางดังกล่าวอัตราปกติทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 1,800-2,000 บาท อย่างไรก็ตามได้หารือกับผู้ประกอบการสายการบินหลายแห่งยืนยันว่ามีการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบของ CSR หรือบริการเชิงสังคม หรือการจัดเที่ยวบินรับขนส่งสิ่งของที่จะไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ด้วย

สั่งกรมการค้าภายในตรวจสอบ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีราคาตั๋วเครื่องบินของสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ไปภาคใต้ราคาสูงมากในขณะที่เกิดปัญหาน้ำท่วมว่า สั่งการให้กรมการค้าภายในตรวจสอบดูว่าราคาที่สูงขึ้นนั้น สูงขึ้นตามหลักการปกติของโลว์คอสต์แอร์ไลน์ หรือไม่ ที่ราคาจะสูงขึ้น เรื่อยๆเมื่อใกล้วันเดินทาง และดูว่าเป็นราคาที่สูงขึ้นทุกที่นั่งหรือไม่ หรือเฉพาะไม่กี่ที่นั่งเท่านั้น ที่ผ่านมาเคยมีกรณีใดที่ราคาตั๋วเครื่องบินปรับขึ้นสูงเท่ากับกรณีที่เกิดน้ำท่วมภาคใต้ในปัจจุบันนี้หรือไม่ มีสาเหตุใดบ้างที่ทำให้ราคาตั๋วปรับตัวสูงขึ้น หากพบว่าราคาสูงขึ้นผิดปกติจริงจะดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป เนื่องจากราคาตั๋วเครื่องบินยังอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ที่กระทรวงฯ สามารถดูแลได้ พร้อมกันนี้จะประสานไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อขอให้ดูแลเรื่องดังกล่าวอีกทางหนึ่งด้วย