บริการข่าวไทยรัฐ

ลุ้นผลศึกษาเหมืองทอง

นายวิษณุ ทับเที่ยง ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดเผยว่า กพร.ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 2 ชุด เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพพื้นที่บริเวณเหมืองแร่ทองคำทุกแห่ง หลังจากที่มีคำสั่งตามมาตรา 44 ให้ยุติการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำและประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ รวมถึงคำขอต่ออายุประทานบัตรทั่วประเทศ เพื่อส่งข้อเท็จจริงให้คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ (คนร.) พิจารณาว่าจะเปิดให้ประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำอีกครั้งหรือไม่

ทั้งนี้ ผลการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมล่าสุด พบว่าการทำเหมืองแร่ทองคำไม่กระทบต่อสภาพดิน น้ำ และพืชผักในพื้นที่ ดังนั้น จึงต้องรอผลการศึกษาเรื่องรอยรั่วของบ่อน้ำในเหมือง และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่คาดน่าจะรู้ผลภายในเดือน เม.ย.นี้ เป็นขั้นตอนสุดท้าย ส่วนผลการศึกษาด้านสุขภาพ ต้องรอผลจากคณะทำงานที่ได้เปรียบเทียบการทำเหมืองแร่ทองคำระหว่าง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก และ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี กับแหล่งอื่นๆ

นายวิษณุกล่าวว่า ปีงบประมาณ 2560 นี้ การเก็บรายได้จากการเก็บค่าภาคหลวงแร่ ของกพร. จะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 5% จากปีงบประมาณ 2559 สามารถจัดเก็บรายได้ค่าภาคหลวงแร่ได้ 4,017 ล้านบาท เนื่องจากราคาแร่ในตลาดโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากปี 2558 มีผลทำให้การจัดเก็บรายได้ค่าภาคหลวงแร่ทองคำ สูญหายไปปีละ 400-500 ล้านบาท.