เข็น 5 ยุทธศาสตร์ฝ่าวิกฤติ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

เข็น 5 ยุทธศาสตร์ฝ่าวิกฤติ

“ซุปเปอร์บอร์ด” ออกจากถ้ำชม 7 รัฐวิสาหกิจ

“ซุปเปอร์บอร์ด” ปลื้มปริ่มผลการดำเนินงานของ 7 รัฐวิสาหกิจ พอใจผลงานที่สั่งเป็นการบ้านเป็นไปตามเป้าหมาย เผย ธพว. พลิกกลับมามีกำไร การบินไทยมีผลประกอบการที่ดีขึ้น พร้อมเห็นชอบ 5 แผนยุทธศาสตร์ เพื่อใช้เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (ซุปเปอร์บอร์ด) ได้รับทราบผลการดำเนินงานตามแผน การแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจ แผนการแก้ไขปัญหาองค์กรของรัฐวิสาหกิจปี 2560 ของรัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง ซึ่งโดยรวมมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น เป็นไปตามเป้าหมาย ประกอบด้วย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) พบว่า ผลการดำเนินงานในภาพรวมดีขึ้น เป็นไปตามเป้าหมาย เช่น การขยายสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น 34,000 ล้านบาท มีกำไร 1,600 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน โดยปีนี้ได้กำหนดให้ ธพว.เร่งปล่อยสินเชื่อในส่วนที่ไม่เกินรายละ 15 ล้านบาท วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท และการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ให้มีจำนวนไม่เกิน 16,600 ล้านบาท

ขณะที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยมีความคืบหน้าในการจัดทำแผนรองรับการดำเนินงานตลอดจนการเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินของธนาคารได้มากขึ้น และได้จัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์เป็นไปตามแผนแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังมีความพร้อมในการเพิ่มทุนให้ในวงเงิน 18,000 ล้านบาท เพื่อให้การดำเนินงานในปีนี้พลิกกลับมามีกำไร หลังจากที่ขาดทุนมานาน รวมทั้งการสรรหาพันธมิตรให้แล้วเสร็จในเดือน มิ.ย.นี้

สำหรับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้มอบให้กระทรวงคมนาคม กำกับการทำงานของกรมการขนส่งทางบก และ ขสมก.ให้ดูแลการให้บริการ การปฏิรูปเส้นทางเดินรถ เข้มงวดความปลอดภัยในการเดินทาง ส่วนบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ได้เร่งแก้ไขปัญหามาดีโดยตลอด ทำให้มีผลประกอบการที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2558 โดยใน 3 ไตรมาสที่ผ่านมา มีกำไรสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่มีบางแผนงานที่ช้ากว่าเป้าหมาย เช่น การเพิ่มสัดส่วนขายตั๋วเครื่องบินในอินเตอร์เน็ต ซึ่งที่ประชุมได้เร่งรัดการดำเนินงานแล้ว

นอกจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในข้อเสนอของ ร.ฟ.ท. ที่จะรับผิดชอบเรื่องการดำเนินการพัฒนาที่ดินย่านมักกะสัน และดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่ประชุมมอบให้กระทรวงคมนาคมไปจัดทำข้อมูลมาเสนอใหม่ในเดือน ก.พ.นี้ อาทิ ต้องกำหนดเงื่อนไขการทำงานให้ชัดว่ามีอะไรบ้าง และหากรับไปทำแล้ว จะลดภาระหนี้สินที่สะสม 100,000 ล้านบาทอย่างไร ส่วนบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่ประชุมได้รับทราบการควบรวม 2 บริษัทลูก คือ ธุรกิจโครงข่ายระหว่างประเทศ หรือเอ็นจีเอ็น และอินเตอร์เน็ตดาต้าเซ็นเตอร์ (ไอดีซี) เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจให้มากขึ้น

นายเอกนิติกล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ 5 ยุทธศาสตร์ โดยยุทธศาสตร์แรก คือการกำหนดบทบาทรัฐวิสาหกิจให้ชัดเจน เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ โดยกำหนดบทบาทและทิศทางการดำเนินงานให้ชัดเจนและแยกบทบาทระหว่างผู้กำกับดูแล ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ให้บริการออกจากกัน 2.เร่งการลงทุนที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยจัดให้มีแผนการลงทุนของรัฐวิสาหกิจราย 5 ปี ที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เป็นต้น 3.เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจการเงิน ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 4.สนับสนุนการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะการมุ่งสร้างนวัตกรรมและนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0 และแผนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ประชาชน และลดต้นทุนดำเนินการ 5.ส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลให้มีความโปร่งใสและมีคุณธรรม มีกลไกส่งเสริมสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจปรับปรุงการบริหารจัดการ เพื่อเป็นองค์กรคุณธรรม มีกลไกกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ บริหารความเสี่ยง และประเมินผลที่เพียงพอเหมาะสม ฯลฯ.


advertisement