บริการข่าวไทยรัฐ

ก.กลาโหม แจงส่งกำลัง 3 เหล่าเข้าช่วยน้ำท่วมใน 12 จว.ใต้ต่อเนื่อง

กระทรวงกลาโหม ยังให้การช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 12 จว.ภาคใต้ ส่งกำลัง 3 เหล่าทัพเข้าช่วยประชาชน ทั้งการวางระบบสื่อสาร การขนส่งไปจุดปลอดภัย ตั้งศูนย์พักพิง แจกอาหาร น้ำ และยารักษาโรค...


เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2560 พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ จนเกิดปริมาณน้ำฝนสะสม ส่งผลให้น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคใต้นั้น ทหารทุกเหล่าทัพได้ดำเนินการตามแผนบรรเทาสาธารณภัยของ กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ โดยได้ประสานกับทุกส่วนราชการในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือเร่งด่วนกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดกำลังพล พร้อมเครื่องมือช่างและยุทโธปกรณ์ในการบรรเทาสาธารณภัย กระจายเข้าช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ ทั้งการช่วยขนย้ายสิ่งของจำเป็น การขนย้ายผู้ป่วยและอุปกรณ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาลขึ้นที่สูง ช่วยอพยพประชาชนและสัตว์ไปยังพื้นที่ปลอดภัย ช่วยสถาปนาข่ายการสื่อสาร รวมถึงการแจกจ่ายถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค ยาสามัญประจำบ้าน น้ำดื่มสะอาด พร้อมกับใช้หน่วยทหารในพื้นที่เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว ร่วมกับการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประสบภัย


พร้อมกันนี้ ได้จัดเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพื้นที่ประสบภัย ให้การช่วยเหลือประชาชนที่ถูกตัดขาดในพื้นที่ห่างไกล และใช้อากาศยาน เครื่องบินลำเลียงแบบ C-130 ของกองทัพอากาศ บินลำเลียงถุงยังชีพพระราชทานและสิ่งของบรรเทาทุกข์ น้ำดื่มที่ได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน เข้าแจกจ่ายผู้ประสบอุทกภัยในเส้นทางที่ถูกตัดขาด ร่วมกับการดำเนินการติดตั้งสะพานทอดหนุนมั่นทดแทนสะพานที่ถูกตัดขาด เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สัญจรไม่ถูกตัดขาดจากความช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน ได้จัดส่งเรือร่วมผลักดันน้ำจำนวน 50 ลำ กระจายระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมกับใช้ เรือหลวงอ่างทอง และเรือหลวงกระบี่ เป็นฐานปฏิบัติการ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล


พล.ต.คงชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับให้ทุกเหล่าทัพ เกาะติดสถานการณ์อุกทกภัยในพื้นภาคใต้และให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามเข้าให้ถึงและให้การช่วยเหลือเร่งด่วนกับประชาชนในทุกพื้นที่ที่ถูกตัดขาด ขณะเดียวกันให้คงการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องไปจนถึงขั้นฟื้นฟู ภายหลังสถานการณ์น้ำลด โดยประสานการทำงานร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเช่นเดิม

พร้อมกับขอถือโอกาสนี้ ร่วมกับประชาชนทั้งประเทศ ร่วมเป็นกำลังใจให้กับประชาชนในจังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ ให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติและความยากลำบากครั้งนี้ไปด้วยกัน.