ฉลามขาวบุกจับสวนปาล์ม รุกที่ป่าสงวน จ.กระบี่ โยงคนมูลนิธิพระธรรมกาย - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ฉลามขาวบุกจับสวนปาล์ม รุกที่ป่าสงวน จ.กระบี่ โยงคนมูลนิธิพระธรรมกาย

ภาพจากเจ้าหน้าที่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) 

ชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว ของ ทช. กระทรวงทรัพยากรฯ เข้าจับสวนปาล์มน้ำมันและบ้านพักตากอากาศ โยงคนของมูลนิธิพระธรรมกาย หลังพบสร้างรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองกาโหรดและป่าคลองหิน 2 จุด จ.กระบี่ เกือบ 80 ไร่...

เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2560 นายรัชชัย พรพา หัวชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายบุญสืบ สมัครราช ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 จ.กระบี่ นำเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและกรมป่าไม้ ร่วมกันเข้าตรวจสอบที่ดินบริเวณหมู่ 6 ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีบุคคลซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิพระธรรมกายเข้ามากว้านซื้อที่ดิน และใช้ประโยชน์บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองกาโหรดและป่าคลองหิน 2 จุด พื้นที่รวมกันเกือบ 80 ไร่



จากการตรวจสอบ จุดแรกพบมีการสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศเป็นอาคารถาวร 3 ชั้น เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองกาโหรดและป่าคลองหิน โดยไม่มีเจ้าของมาแสดงตัว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ได้ใช้เครื่องมือจับหาค่าพิกัดจากดาวเทียมจีพีเอส(GPS) แล้วนำไปถ่ายทอดลงในแผนที่ มาตราส่วน 1:50,000 ปรากฏว่าติดอยู่ในป่าสงวนฯ ป่าคลองกาโหรดและป่าคลองหินเต็มทั้งแปลง นอกจากนั้นยังได้นำภาพถ่ายทางอากาศปี 2510 และ 2518 ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มาเปรียบเทียบพบว่าพื้นที่ที่ตั้งบ้านพักดังกล่าวเดิมยังมีสภาพเป็นป่าและยังตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติอีกด้วยและปัจจุบันไม่มีเอกสารสิทธิ



นายบุญสืบ กล่าวว่า บ้านพักดังกล่าวเป็นของนายเพชร แก่นทรัพย์ ซึ่งได้มากว้านซื้อที่ดินในแถบนี้ตั้งแต่ปี 2540 ทั้งที่มีและไม่มีเอกสารสิทธิ ยังสืบทราบอีกว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิพระธรรมกาย และยังเคยถูกดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเกาะยาวน้อย ใน จ.พังงา เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้วอีกด้วย ในเบื้องต้นจะส่งเรื่องดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากนั้นจะรื้อถอนเพื่อคืนพื้นที่ป่าต่อไป จากนั้นได้ไปตรวจสอบจุดที่สอง ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับจุดแรกในเขตป่าสงวนฯ ป่าคลองกาโหรดและป่าคลองหิน พบเป็นสวนปาล์มน้ำมัน อายุประมาณ 15-18 ปี จำนวน 40 ไร่ อายุ 9-10 ปี จำนวน 20 ไร่ ในพื้นที่ดังกล่าวมีสระน้ำ จำนวน 2 สระ อยู่ทางทิศตะวันตก เนื้อที่สระน้ำประมาณ 5 ไร่ และทิศตะวันออก เนื้อที่สระน้ำประมาณ 7 ไร่และเป็นพื้นที่ว่างประมาณ 10 ไร่ ทิศเหนือติดแม่น้ำคลองกรวด ทิศตะวันตกติดป่าชายเลนและบางส่วนยังตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี ประมาณ 33 ไร่เศษ เนื้อที่รวมทั้งหมดประมาณ 77 ไร่ ไม่มีผู้แสดงตัวครอบครองเช่นกัน

จากการสอบถามชาวบ้าน อ้างว่า ผู้ซื้อเป็นคนเดียวกันกับจุดแรก คือ นายเพชร แก่นทรัพย์ และได้มอบให้ผู้อื่นครอบครองต่ออีก 3 คน คือ น.ส.จิตสิริ ธนภัทร น.ส.พรรณทิพย์ พิริยะโยธิน และนายเอียด กุลจิ โดยทุกแปลงอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ แต่อย่างไรก็ตามนายรัชชัย หัวชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว ได้ตรวจสอบไปยังสำนักงานที่ดิน จ.กระบี่ ตอบว่าไม่ยืนยันว่าเอกสารสิทธิถูกต้องหรือไม่ จึงได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวนาง



นายรัชชัย กล่าวว่า การเข้าจับกุมดำเนินคดีกับบ้านพักตากอากาศและสวนปาล์ม มีส่วนที่เชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกาย คือ นายเพชร แก่นทรัพย์ ที่เป็นผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าว ที่ขณะนี้ตกเป็นผู้ต้องหาในฐานะผู้ครองครองที่ดินมูลนิธิธรรมกายในนามสถานปฏิบัติธรรมมุกตะวัน ของมูลนิธิธรรมกายบนเกาะยาว ต.เกาะยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา หลังพบก่อสร้างในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าจุก โดยทั้งที่ จ.กระบี่ และพังงา อาจจะมีการกว้านซื้อที่ดินในระยะเวลาใกล้เคียงกันก็ได้ แล้วใช้นอมินีมาครอบครองแทน.