วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บุญส่ง' เชื่อ ลต.ครั้งหน้าทุจริตลดลง เหตุนักการเมืองกลัว ก.ม.เข้มยาแรง

"บุญส่ง" เชื่อหลังกฎหมาย กกต.ใช้บังคับ ช่วยทำคดีมีประสิทธิภาพ ลดปมศาลยกฟ้องได้ พร้อมประเมินเลือกตั้งครั้งหน้า เชื่อทุจริตลดลง เหตุนักการเมืองระวังตัว หลัง ก.ม.เข้มกำหนดคุณสมบัติ

เมื่อวันที่ 9 ม.ค.60 นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมด้านการสืบสวนสอบสวนเพื่อรองรับการบังคับใช้ของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ตามกฎหมายใหม่เพิ่มอำนาจสืบสวนให้ กกต.ทำให้การทำงานจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้เจ้าหน้าที่เป็นเหมือนนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่สามารถตรวจค้น ยึดอายัด และยังคุ้มครองพยาน มีรางวัลนำจับสำหรับผู้ชี้เบาะแสการทุจริตเลือกตั้ง ได้กำชับเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่าเมื่อมีอำนาจมากขึ้นก็ต้องใช้ประโยชน์ทำงานมีประสิทธิภาพมากที่สุด หลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้เชื่อว่าการพิจารณาสำนวนคดีจะทำได้รวดเร็วมากขึ้น และจะช่วยลดปัญหาในอดีตที่เมื่อคดีไปสู่ชั้นศาลจะถูกยกฟ้องประมาณ 40-50 เปอร์เซ็นต์ ลงที่ผ่านมาคดีที่ยกฟ้องมักเกิดจากพยานไม่ไปให้ปากคำในชั้นศาลหรือกลับคำให้การ แต่เมื่อมีการคุ้มครองพยานและกฎหมายยังให้กกต.ใช้วิธีการบันทึกภาพและเสียงคำให้การของพยานเป็นหลักฐานในศาลก็มั่นใจมากขึ้นว่าศาลจะยืนตามสำนวนที่ กกต.เสนอ เนื่องจากกฎหมายเขียนให้ยึดสำนวน กกต.เป็นหลักในการพิจารณา ประกอบกับก่อนหน้านี้ได้การประชุมทำความเข้าใจกับศาลในเรื่องการทำสำนวนไปแล้ว และจะนัดหารือกับศาลอีกครั้งหนึ่งหลังกฎหมายบังคับใช้ว่าจะยังยึดแนวทางดังกล่าวหรือไม่ ส่วนที่กฎหมายให้อำนาจ กกต.ในการตั้งงบหาข่าวเป็นงบลับนั้น กกต.จะออกระเบียบรองรับเพื่อให้การใช้งบดังกล่าวสามารถตรวจสอบได้

นายบุญส่ง กล่าวประเมินการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ว่า เรื่องการร้องทุจริตจะลดลง เพราะนักการเมืองมีความระมัดระวังมากขึ้นเพราะกฎหมายกำหนดโทษรุนแรงทั้งตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และยังกำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้สูง ทำให้สามารถกลั่นกรองคนได้พอสมควร คนที่มลทินจะเข้ามาได้ยาก อีกทั้งการปิดป้าย และการหาเสียง จะต้องขออนุญาตจาก กกต. ซึ่งจะทำให้เรื่องเหล่านี้สามารถควบคุมได้ แต่มีความเป็นห่วงเกี่ยวกับระบบเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลงไปคือระบุให้พรรคการเมืองต้องส่งผู้สมัครในระบบเขตเกินกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมดจึงจะมี ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ ซึ่งจะส่งผลให้มีการส่งผู้สมัครที่อาจจะขาดคุณสมบัติ ไม่มีคุณภาพ และปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิ ขายเสียง การย้ายทะเบียนบ้านที่ยังแก้ไม่ได้ สำหรับเนื้อหาในร่างกฎหมาย กกต.นั้นยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวนที่จะต้องหารือกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพิ่มเติม กรณีการฟ้องคดีอาญาว่าจะต้องนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องด้วยหรือไม่ ซึ่ง กกต.อยากให้มีการดำเนินการเหมือนกับคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือไม่ต้องนำตัวผู้ต้องหาไปแต่ศาลจะเป็นผู้เรียกเอง เพราะหากต้องนำตัวผู้ต้องหาไปจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ เนื่องจาก กกต.ไม่มีห้องขัง ไม่มีกฎหมายที่จะเชื่อมโยงกับศาลให้ฝากขังได้

นายบุญส่ง กล่าวต่อว่า มั่นใจว่าหลังการเลือกตั้ง กกต.จะพิจารณาเรื่องร้องคัดค้านได้รวดเร็วเสร็จก่อนการประกาศผลเลือกตั้ง แม้ว่ากฎหมายจะให้เวลา กกต.ภายในหนึ่งปี แต่เราเห็นว่าเมื่อรู้ว่าทุจริตแล้วการจะรอไปอีกหนึ่งปีค่อยตัดสินจะทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ จึงมีการเตรียมข้อมูลการข่าว คู่มือการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง บัญชีหัวคะแนนของทุกจังหวัด ซึ่งมีไปถึงระดับเครือญาติ โดยเชื่อว่าฐานข้อมูลไม่เปลี่ยนแปลงเพราะนักการเมืองไม่เปลี่ยนหัวคะแนน และการสอบสวนจะไม่ใช้บุคลากรจากภายนอกไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพนักงานฝ่ายปกครอง แต่จะใช้เจ้าหน้าที่สืบสวนของกกต.เอง โดยจะมีการนำพนักงานสอบสวนทั้งหมดมาไว้ที่ส่วนกลางก่อนจะกระจายกำลังลงพื้นที่ โดยไม่ให้รับผิดชอบในพื้นที่ของตัวเองเพื่อป้องกันปัญหาความสัมพันธ์กับนักการเมืองในพื้นที่นั้นๆ ดังนั้นการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอาจถือได้ว่าเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จ หรือความล้มเหลวของ กกต. เพราะกฎหมายให้อำนาจแล้วหากยังทำไม่สำเร็จก็ตัวใครตัวมัน