บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โรคไข้เลือดออกป้องกันได้ วัคซีนตัวแรกของโลกถึงไทยแล้ว

สร้างความตระหนักรู้ให้เท่าทันโรค โรงพยาบาลวิภาวดี โดย พญ.ปราณี สิตะโปสะ กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ “โรคไข้เลือดออก” โรคร้ายใกล้ตัวที่เป็นได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ โดยกล่าวว่า โรคไข้เลือดออกจำแนกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะไข้ ระยะวิกฤติ และระยะพักฟื้น อาการที่สำคัญในระยะไข้ของโรคไข้ เลือดออก คืออาการไข้สูงลอยประมาณ 39-40°C นาน 2-7 วัน มักมีหน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดตา ปวดเมื่อยตาม ตัว ปวดกระดูก คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้อง และอาจมีภาวะเลือดออกร่วมด้วย

อาการของผู้ป่วยไข้เลือดออกส่วนใหญ่จะไม่ปรากฏพร้อมๆกัน จึงต้องเฝ้าติดตามเป็นระยะๆ ระยะวิกฤติ เมื่อผู้ป่วยมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น มีอาการเพลีย ซึม ไม่ดื่มน้ำ ไม่รับประทานอาหาร ไม่มีกิจกรรมตามปกติ เมื่อไข้ลง (บางรายจะกระหายน้ำมาก) อาเจียน ปวดท้องมาก เลือดออกผิดปกติ มีอาการช็อก คือมือเท้าเย็น กระสับกระส่าย เด็กเล็กจะร้องกวนมาก ตัวเย็น เหงื่อออก ตัวลาย สีผิวคล้ำลง ปัสสาวะน้อยลง หรือไม่ปัสสาวะ 4-6 ชม. ความประพฤติเปลี่ยนแปลง เช่น พูดไม่รู้เรื่อง เพ้อ เอะอะโวยวาย เป็นระยะอันตรายของโรค เข้าสู่ระยะช็อก ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที และกระตุ้นให้ผู้ป่วยดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำผลไม้ใส่เกลือเล็กน้อย โดยให้จิบครั้งละน้อยๆ บ่อยๆ ไม่ควรดื่มแต่น้ำเปล่าอย่างเดียว ภาวะช็อกในผู้ป่วยไข้เลือดออกส่วนใหญ่เกิดจากมีการรั่วของพลาสมาออกนอกหลอดเลือด ทำให้ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น และบางรายอาจถึงขั้นมีความดันโลหิตต่ำ หรือที่เรียกว่าช็อกตามมา นอกจากนั้นภาวะช็อกอาจเกิดจากการที่เลือดออกในอวัยวะสำคัญ ได้แก่ เลือดออกในกระเพาะอาหาร ประจำเดือนมามากกว่าปกติ และเลือดออกจากแผลผ่าตัด ในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด ภาวะช็อกในผู้ป่วยไข้เลือดออกอาจทำให้เกิดภาวะล้มเหลวของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะไตและตับ ส่งผลรุนแรงถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาโรคไข้เลือดออก มีเพียงรักษาตามอาการเท่านั้น ดังนั้น การป้องกันไม่ให้เกิดโรคจึงมีความสำคัญมากที่สุด โดยสามารถทำง่ายๆ คือการควบคุมพาหะของโรค ด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น แจกันดอกไม้ควรเปลี่ยนน้ำทุกวัน พลูด่างควรปลูกในดิน กำจัดยุงในบริเวณมุมอับภายในบ้าน ตู้เสื้อผ้า บริเวณรอบๆบ้านทุกสัปดาห์ กำจัดลูกน้ำ ภาชนะใส่น้ำภายในบ้านควรปิดฝาให้มิดชิด และอีกวิธีหนึ่งคือ การฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ซึ่งตอนนี้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกตัวแรกของโลก ได้เข้าสู่ประเทศไทยแล้ว วัคซีนนี้สามารถใช้ได้ในเด็กและผู้ใหญ่ อายุตั้งแต่ 9-45 ปี และพบว่านอกจากจะสามารถป้องกันโรคไข้เลือดออกได้แล้ว ยังสามารถลดการเกิดไข้เลือดออกชนิดรุนแรงได้ถึง 93.2% และสามารถลดการนอนโรงพยาบาลได้ 80.8%.