วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สารพัดปัญหาไฟแนนซ์-บัตรเครดิตมีทางออก

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับสัปดาห์นี้ ผมได้รวบรวมคำถามที่น่าสนใจของผู้ที่มีปัญหาด้านกฎหมายมาให้ศึกษากันครับ บางคำถามที่มีผู้สอบถามเข้ามานั้น ค่อนข้างที่จะเรียบเรียงเนื้อหาที่เข้าใจยากครับ ผมจึงขออนุญาตตั้งคำถามใหม่ เพื่อให้ผู้อ่านท่านอื่นได้เข้าใจโดยง่ายนะครับ

1. ผมจะซื้อรถยนต์ต่อจากเพื่อน แต่รถติดไฟแนนซ์ควรทำอย่างไร

ตอบ ในระหว่างที่ผ่อนค่างวดกับไฟแนนซ์อยู่ รถยนต์ที่เช่าซื้อจะยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าซื้อครับ แต่สิทธิเช่าซื้อเป็นทรัพย์สินชนิดหนึ่งที่สามารถซื้อขายกันได้ (เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 4503/2540) ดังนั้น ควรทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ไว้ และตรวจสอบค่างวดค้างชำระให้ละเอียด รวมถึงระบุเงื่อนไขว่าจะผ่อนชำระค่างวดต่อจากผู้ขาย โดยแนบเอกสารสำคัญของผู้ขายอย่างน้อย 3 ชุด เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาทะเบียนรถ ที่สำคัญควรทำหนังสือมอบอำนาจไว้สองฉบับ ฉบับที่ 1 มอบอำนาจให้ไปรับเล่มทะเบียนรถยนต์กับผู้ให้เช่าซื้อ ฉบับที่ 2 มอบอำนาจให้ไปเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่สำนักงานขนส่งครับ

2.ค้างค่างวดรถสามงวดติดต่อกัน แต่ไฟแนนซ์ยังไม่มีหนังสือบอกเลิกสัญญา ไฟแนนซ์จะมายึดรถได้หรือไม่

ตอบ ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งมีการควบคุมข้อความในสัญญาเช่าซื้อที่จะต้องมีและข้อความที่ห้ามเขียน โดยเฉพาะในเรื่องของขั้นตอนก่อนการบอกเลิกสัญญาและยึดรถยนต์ครับ ดังนั้น แม้ท่านจะผิดสัญญาโดยค้างชำระค่างวดรถสามงวดติดต่อกันก็ตาม แต่ไฟแนนซ์ก็ยังไม่มีสิทธิ์มายึดรถยนต์ของท่านนะครับ เนื่องจากไฟแนนซ์จะต้องมีหนังสือแจ้งให้ท่านชำระค่างวดภายใน 30 วัน ก่อนมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและติดตามยึดรถคืนตามลำดับ

หากไฟแนนซ์ดำเนินการยึดรถยนต์ของท่าน โดยยังมิได้มีหนังสือแจ้งให้ชำระค่างวดค้างชำระ 3 งวดดังกล่าว ถือว่าไฟแนนซ์ทำผิดสัญญาครับ ท่านมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ เมื่อท่านได้บอกเลิกสัญญาแล้วมีผลให้ไฟแนนซ์จะต้องคืนค่างวดรถและดอกเบี้ย ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ท่านได้ชำระไปทั้งหมด แต่ทั้งนี้ไฟแนนซ์มีสิทธิ์คิดค่าใช้จ่ายจากการใช้รถยนต์ของท่านในช่วงระยะเวลาก่อนบอกเลิกสัญญาครับ

3.พี่ทนายครับ รบกวนถามอีกเรื่องครับ ถ้าวันหนึ่งผมออกจากงานประจำ ไม่มีเงินเดือนผ่านบัญชีธนาคารไหนเลย แล้วเจ้าหนี้บัตรเครดิตจะอายัดเงินเรา หรือเราต้องผ่อนจ่ายต่อไปอีกไหมครับ หรือถ้าผมตกงานไม่มีปัญญาหาเงินจ่ายเจ้าหนี้ ผมจะมีโทษทางกฎหมายหรือไม่ครับ

ตอบ คำถามของท่านมีหลายส่วนครับ ขอแยกประเด็นตอบนะครับ

ประเด็นที่หนึ่ง เมื่อท่านออกจากงานประจำ และไม่มีเงินเดือนแล้ว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่สามารถที่จะตั้งเรื่อง เพื่อขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีออกหนังสืออายัดเงินเดือนของท่านได้ครับ เนื่องจากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องระบุรายละเอียดในคำร้องเกี่ยวกับชื่อบริษัท ซึ่งเป็นนายจ้างของท่านรวมถึงอัตราเงินเดือนของท่านด้วย เมื่อท่านลาออกจากงานประจำแล้ว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงไม่มีข้อมูลดังกล่าว เพื่อประกอบการตั้งเรื่องอายัดเงินเดือนครับครับ

ประเด็นที่สอง แม้ท่านจะได้ลาออกจากงานประจำและไม่มีเงินเดือนแล้ว แต่หากท่านมีเงินในบัญชีธนาคาร และเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสืบทราบเลขที่บัญชีธนาคารดังกล่าวของท่าน เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสามารถตั้งเรื่องอายัดเงินในบัญชีดังกล่าวได้ครับ และสิ่งที่สำคัญ คือ ไม่ควรฝากเงินไว้ในบัญชีธนาคาร ซึ่งเป็นธนาคารเดียวกับเจ้าหนี้ครับ เนื่องจากท่านอาจจะถูกอายัดเงินทันที โดยธนาคารมักจะอ้างว่าเป็นการอายัดไว้เบื้องต้น แม้เงินดังกล่าวจะเป็นของคนอื่นฝากมา หรือธนาคารเจ้าหนี้จะยังไม่ได้ฟ้องคดีเลยก็ตาม โดยปกติการอายัดเงินในบัญชีของลูกหนี้นั้น เจ้าหนี้ต้องอาศัยข้อสัญญาหรือคำพิพากษาของศาลเท่านั้น เพื่อขออายัดเงินในบัญชีของลูกหนี้ แต่อาจจะมีธนาคารบางแห่งที่ใช้สิทธิไม่สุจริตอายัดเงินของลูกหนี้ โดยลัดขั้นตอนครับ และเป็นสิทธิของท่านที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล เพื่อฟ้องเรียกเงินดังกล่าวคืนครับ

ประเด็นที่สาม กรณีที่ท่านไม่สามารถหาเงินไปชำระหนี้ค่าบัตรเครดิตให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ เป็นเพียงความรับผิดทางแพ่งเท่านั้นครับ และเป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะต้องสืบหาทรัพย์สินของจำเลยเอง การที่ท่านไม่ชำระหนี้ให้แก่ เจ้าหนี้จึงไม่มีโทษทางอาญา ไม่มีโทษจำคุกหรือปรับครับ

สำหรับท่านที่มีคำถาม ข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย และต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมล์มาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook: ทนายเจมส์ LK

ทนายเจมส์