ประหารชีวิตแก้ทุจริตได้หรือ? - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ประหารชีวิตแก้ทุจริตได้หรือ?

โดย สายล่อฟ้า

นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญในการปฏิรูปการเมือง...คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) การขับเคลื่อนการปฏิรูปในการ กมธ. ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง สนช. ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธาน ซึ่งทำการศึกษาและจัดทำรายงานเสร็จแล้ว

“การควบคุมและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ” คือหัวข้อที่ได้ทำการจัดทำเพื่อเสนอให้ สนช. พิจารณาว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ หรือจะแก้ไขปรับปรุงอย่างไร

สาระสำคัญแบ่งออกเป็น 4 แนวทาง

1 การปฏิรูปการควบคุมตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐผ่านระบบรัฐสภาเสนอให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองกระทู้เพื่อคัดเลือกกระทู้ถามที่มีความสำคัญและเป็นปัญหาที่ต้องรับการแก้ไขในระดับการบริหารราชการแผ่นดินก่อนเข้าสู่การบรรจุในระเบียบวาระ

เพื่อแก้ไขปัญหากรณีที่ตั้งกระทู้ถามลักษณะสนับสนุนหรือการประชาสัมพันธ์ของรัฐ

2 การปฏิรูปควบคุมและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐผ่านองค์กรตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรม

ด้วยการเสนอให้ปรับกระบวนการสรรหา ซึ่งตามรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านประชามติกำหนดให้มีตัวแทนจากองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการสรรหาด้วย ดังนั้น จึงควรกำหนดให้ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้มีการกำหนดบุคคลเอาไว้ล่วงหน้า

เพื่อให้เกิดความโปร่งใสควรกำหนดนิยามและขอบเขตให้ชัดเจนรวมถึงเปิดกว้างให้ทุกสาขาวิชาชีพเข้ารับการสรรหาได้

3 การปฏิรูปการควบคุมและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยประชาชนเสนอให้มีการส่งเสริมให้มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลข่าวสารภาครัฐ สนับสนุนให้มีการประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ

4 การปฏิรูปการควบคุมและการตรวจสอบข้าราชการและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจรัฐด้วยข้อเสนอให้ใช้แนวทางเดียวกับการตรวจสอบฝ่ายการเมือง ปรับอัตราการลงโทษผู้ที่กระทำผิดในคดีคอร์รัปชันเอาไว้ดังนี้

คดีสร้างความเสียหายมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี

คดีที่สร้างความเสียหายมูลค่าเกิน 1 ล้านบาท ให้จำคุก 10 ปี

คดีที่สร้างความเสียหายมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท ถึง 100 ล้านบาท จำคุก 20 ปี

คดีที่สร้างความเสียหายมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทถึง 1,000 ล้านบาท ให้จำคุกตลอดชีวิต

คดีที่สร้างความเสียหายมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท ให้ลงโทษประหารชีวิต

ว่ากันถึงวาระแรกที่เกี่ยวกับกระทู้ถามนั้นการสร้างระบบและระเบียบโดยให้มีคณะกรรมการการกลั่นกรองมาพิจารณานั้นน่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะที่ผ่านมากลายเป็น “กระทู้โหล” ที่ ส.ส.ต้องการหาเสียงเอาเรื่องหยุมหยิมที่ไม่สำคัญทำให้เสียเวลาไปเปล่าๆ

ข้อสำคัญก็คือทำยังไงที่จะให้รัฐบาลให้ความสำคัญและรัฐมนตรีจะต้องมาชี้แจงด้วย มิฉะนั้นก็เปล่าประโยชน์

วาระที่ 2 เป็นเพียงการดำเนินการเพื่อให้เกิดความโปร่งใสไม่มีอะไรใหม่

วาระที่ 3 น่าจะเป็นหัวข้อที่เป็นปัญหามาตลอดแม้ที่ผ่านมาจะมีการบังคับให้ประชาชนมีส่วนในการเข้าถึงข้อมูล แต่ก็แทบจะไม่เป็นผลเนื่องจากรัฐไม่ยอมเปิดเผยด้วยข้ออ้างเป็นข้อมูลลับหรือติดขัดในด้านความมั่นคง

พูดง่ายๆว่ามีกฎหมายแต่บังคับใช้ไม่ได้

วาระที่ 4 ว่าด้วยบทลงโทษที่มีการขยับให้มีโทษสูงขึ้นไม่ละเว้นนักการเมือง รัฐบาลหรือข้าราชการก็เป็นแค่ให้มีบทลงโทษที่รุนแรงกว่าที่ผ่านมา

แน่นอนว่าด้วยตรรกะและแนวคิดว่าหากมีโทษรุนแรงจะทำให้ไม่กล้าที่จะคอร์รัปชันโดยเฉพาะโทษประหารชีวิต

ประเด็นจริงๆมันอยู่ที่ว่าจะบังคับใช้ได้จริงแค่ไหนกว่าจะไปถึงบทลงโทษ.

“สายล่อฟ้า”