กันเงินไปดูงาน - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

กันเงินไปดูงาน

โดย ซี.12

การเร่งรัด ติดตามหน่วยงานของรัฐที่เกิดกรณีเงินขาดบัญชี หรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริตให้ปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ดังที่บันทึกไว้เมื่อวานนั้น

นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีตัวอย่างมาให้เผยแพร่หลายเรื่องด้วยกัน ในวันนี้จึงขอเลือกเอาเรื่อง มีเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี มาว่ากันก่อน

หน่วยงานราชการของรัฐแห่งหนึ่งได้ขอกันเงินงบประมาณที่เหลือจ่ายไว้เบิกเหลื่อมปีกรณีไม่มีหนี้ผูกพัน เพื่อนำไปจัดสรรเป็นสิ่งจูงใจ โดยกำหนดจะนำเงินดังกล่าวไปดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการอบรมสัมมนาศึกษาดูงาน การแลกเปลี่ยนความรู้ กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ และทำแผนกลยุทธ์การบริหารงานทรัพยากรบุคคลของหน่วยงาน ซึ่งเงินที่จะนำมาจัดสรรเป็นสิ่งจูงใจดังกล่าว คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2548 ไม่ให้นำไปใช้ศึกษาดูงานในต่างประเทศ

ต่อมา สถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งหนึ่งได้เสนอโครงการอบรมเพื่อพัฒนาสมรรถนะข้าราชการและบุคลากร และศึกษาดูงานภายในประเทศ หน่วยงานราชการของรัฐแห่งนั้นจึงเห็นชอบให้ดำเนินการตามโครงการที่สถาบันอุดมศึกษาของรัฐเสนอ โดยใช้เงินงบประมาณที่ได้กันไว้ดังกล่าวไปใช้ในการลงทะเบียนและในระหว่างการอบรมตามโครงการ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐได้มีหนังสือขออนุญาตนำผู้เข้าร่วมรับการอบรมไปดูงานในต่างประเทศโดยจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ผู้เข้าร่วมโครงการจึงได้ไปดูงานที่ต่างประเทศ

จากการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สถาบัน อุดมศึกษาของรัฐยอมรับว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศใช้จ่ายจากเงินที่ขอกันไว้ดังกล่าว ประกอบกับเมื่อ ตรวจสอบวิธีการคิดค่าใช้จ่ายในการอบรมและศึกษาดูงานของ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐผู้เสนอโครงการพบว่า โครงการกำหนดให้มีการศึกษาดูงานในต่างประเทศมาตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว จึงเชื่อว่ามีการเสนอโครงการ โดยกำหนดให้ไปศึกษาดูงานในต่างประเทศตั้งแต่แรก แต่เพื่อหลีกเลี่ยงมติคณะรัฐมนตรี จึงทำให้เห็นว่าเป็นโครงการศึกษาดูงานภายในประเทศ แต่มีการขอเพิ่มไปดูงานที่ต่างประเทศโดยสถาบันอุดมศึกษาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

นอกจากนี้ ข้าราชการและบุคลากรที่ไปศึกษาดูงานต่างประเทศตามโครงการไม่ได้มีการขออนุมัติหรือได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาให้เดินทางไปราชการในต่างประเทศ เป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการและการจัดประชุมของทางราชการ พ.ศ.2524

พฤติกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ซึ่งกรณีนี้มีการชี้มูลความผิดทางวินัยกับผู้อนุมัติ ผู้ดำเนินการ และผู้ไปต่างประเทศ รวมทั้งดำเนินการทางแพ่งเรียกให้ชดใช้เงินค่าเสียหายด้วย

ดังนั้น ข้าราชการและบุคลากรของรัฐพึงสังวรไว้ว่า อย่า หลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามระเบียบและมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดไว้ และหากต้องเดินทางไปต่างประเทศ จะต้องขออนุมัติและได้รับการอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชาก่อนด้วย

ตัวอย่างนี้เป็นตัวอย่างที่ดีและอาจเกิดขึ้นได้ในทุก หน่วยงาน เพราะชอบทำกันนักหนาสำหรับการไปดูงานต่างประเทศด้วยเงินหลวง.

“ซี.12”


advertisement