เลือกตั้ง 60 หรือ 61 - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

เลือกตั้ง 60 หรือ 61

ยังเป็นประเด็นถกเถียงกันกรณี คุณสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นประมาณกลางปี 2561 ซึ่งแตกต่างไปจากโรดแม็ปของรัฐบาล และ คสช. ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. พูดมาตลอดว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นภายในปลายปี 2560

ผมย้อนกลับไปอ่านข่าวที่ คุณสุรชัย ให้สัมภาษณ์สื่อซึ่งเกิดขึ้นในช่วงส่งท้ายปีเก่า

วันนั้น คุณสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ให้สัมภาษณ์นักข่าวช่วงส่งท้ายปีเก่าถึง ภารกิจของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในปี 2560 ว่า มีงานสำคัญคือ การพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ รวมทั้ง กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องรวมแล้วประมาณ 100 ฉบับ และ กฎหมายที่อยู่ในบัญชีตามโรดแม็ปของคณะรัฐมนตรีอีกกว่า 100 ฉบับ เพื่อให้เป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการบริหารประเทศ เป็นภารกิจของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทั้งหมดในปี 2560 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของโรดแม็ป ก่อนนำไปสู่การเลือกตั้งประมาณกลางปี 2561

นักข่าวก็ถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าการเลือกตั้งจะมีตามโรดแม็ป คุณสุรชัย ตอบว่า สนช.คงไม่สามารถยืนยันในเรื่องนี้ เพราะไม่ได้มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง แต่ยืนยันว่าจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 60 วัน

ที่น่าสนใจก็คือความเห็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ในเวลาต่อมาว่า การเริ่มกระบวนการเลือกตั้ง เช่น การดำเนินกิจกรรมทางการเมือง การหาเสียงเลือกตั้ง การจัดการเลือกตั้ง และ การจัดตั้งรัฐบาล ต่อไปนั้น จะต้องคำนึงถึงบรรยากาศและความรู้สึกของประชาชนในช่วงนี้ด้วย อันเกี่ยวเนื่องกับความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ที่ไม่ได้คาดคิดหรือเตรียมการไว้ล่วงหน้า และขั้นตอนตามกระบวนการนิติบัญญัติต่างๆก็ยังอยู่ในกรอบของ

โรดแม็ป รัฐบาลและ คสช.ไม่มีเหตุผลหรือเจตนาใดที่จะยืดระยะเวลาใดทั้งสิ้น

เมื่อวันอาทิตย์ สวนดุสิตโพล ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่องการปฏิรูปประเทศและการเลือกตั้ง เมื่อถามว่า “ระหว่างการเลือกตั้ง กับการปฏิรูปประเทศประชาชนคิดว่ารัฐบาลควรทำอย่างไร” คำตอบที่ออกมาน่าสนใจอย่างยิ่ง

อันดับ 1 ร้อยละ 41.19 ตอบว่า ปฏิรูปประเทศก่อนแล้วค่อยเลือกตั้ง จะได้มีความพร้อม ไม่เกิดปัญหาขัดแย้งภายหลัง บ้านเมืองจะได้เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง อันดับ 2 ร้อยละ 38.06 ตอบว่า เลือกตั้งก่อนแล้วค่อยปฏิรูปประเทศ จะได้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็น

ตัวแทนของประชาชน เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ทำให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ ได้รับการยอมรับ อันดับ 3 ร้อยละ 20.75 ตอบว่า เลือกตั้งและปฏิรูปประเทศไปพร้อมกัน เพราะการปฏิรูปประเทศต้องใช้เวลานาน การเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป

ถ้าดูในประเด็น การเลือกตั้ง จะเห็นว่า อันดับ 2, 3 รวมกัน ต้องการให้มีการเลือกตั้งสูงถึงร้อยละ 58.81 มากกว่ากลุ่มที่ต้องการให้ปฏิรูปก่อนแล้วค่อยเลือกตั้งทีหลัง

เมื่อถามว่า “ถ้าเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็นปี 2561 ประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร” ก็ได้คำตอบดังนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 36.99 ตอบว่า เห็นด้วย เพราะปี 2560 จะมีพระราชพิธีสำคัญ ยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ อันดับ 2 ร้อยละ 32.21 ตอบว่า ไม่เห็นด้วย อยากให้เป็นตามโรดแม็ป จะได้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อันดับ 3 ร้อยละ 30.80 ตอบว่า ไม่แน่ใจ กังวลว่าบ้านเมืองจะไม่สงบสุข สนใจเรื่องปากท้องมากกว่า

คะแนนเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยแตกต่างกันแค่ 4 เปอร์เซ็นต์ถือว่าไม่มาก

ความจริง การเลือกตั้งในปลายปี 2560 กับ การเลือกตั้งในกลางปี 2561 ห่างกันเพียง 6 เดือน ไม่มีนัยสำคัญอะไร ถึงเวลานั้นก็รอกันเกือบ 4 ปีแล้ว ผมเชื่อว่ากฎหมายลูกออกทันแน่นอน ที่สำคัญก็คือ ผลงานของรัฐบาล โดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆที่จะทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นใจ ทำให้นักลงทุนรู้สึกมั่นใจ จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปกลางปี 2561 ก็คงไม่มีใครรู้สึกอะไรเท่าไหร่.

“ลม เปลี่ยนทิศ”