สังคมปลอดปืน - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

สังคมปลอดปืน

...อาชญากรรมจากอาวุธปืนในสหรัฐฯเฉลี่ยเกิดทุกวัน วันละหลายครั้ง ความพยายามแก้กฎหมายควบคุมเข้มงวดอาวุธปืนยิ่งขึ้นไม่เคยทำสำเร็จ ส่วนหนึ่งเพราะข้ออ้างสังคมแห่งเสรีภาพและอิสรภาพ

เปรียบเทียบกับสังคมญี่ปุ่น ติดอันดับเกิดคดีอาชญากรรมเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนต่ำที่สุดชาติหนึ่งของโลก ข้อมูลเฉพาะช่วงปี 2557 คดีฆาตกรรมเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนทั่วประเทศมีเพียง 7 ครั้ง แต่สหรัฐฯเกิดมากเกือบ 33,400 ครั้ง...อะไรคือความแตกต่าง...

สังคมญี่ปุ่นถ้าใครต้องการซื้อ ใช้ปืนซักกระบอกต้องผ่านกระบวนการมากมายซับซ้อน ต้องผ่านคุณสมบัติ ต้องผ่านการอบรม ต้องสอบผ่านข้อเขียนและผ่านทดสอบยิงปืนด้วยคะแนนสูงถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ต้องผ่านการตรวจสภาพจิต ผ่านการตรวจใช้ยาเสพติด ผ่านตรวจประวัติอาชญากรรมและความเกี่ยวข้องกลุ่มหัวรุนแรงใดๆ จากนั้นต้องผ่านการตรวจสอบสัมภาษณ์ญาติพี่น้อง คนใกล้ชิดและเพื่อนร่วมงาน

แม้ผ่านทุกด่านแล้ว แต่ตำรวจก็ยังมีสิทธิระงับการออกใบอนุญาตหรือมีสิทธิตรวจค้นและยึดอาวุธได้ตามแต่กรณี อีกทั้งอาวุธปืนที่จะครอบครองได้ส่วนใหญ่ก็แค่ปืนยาวลูกซองหรือปืนไรเฟิลล่าสัตว์ ไม่ใช่ปืนพก ปืนสั้น ปืนซ่อนที่นำพาไปไหนได้ง่ายๆ

ตำรวจญี่ปุ่นมีสิทธิทราบสถานที่เก็บปืนและเครื่องกระสุน อีกทั้งจะตรวจสอบปืนปีละครั้ง และถ้าใบอนุญาตครอบครองใช้ปืนหมดอายุทุก 3 ปี ผู้ใช้ครอบครองปืนต้องผ่านการทดสอบยิงใช้ปืนอีกครั้งด้วยระดับคะแนน 95 เปอร์เซ็นต์ ร้านค้าอาวุธปืนในชุมชนจังหวัดญี่ปุ่นแต่ละแห่งอนุญาตเปิดกิจการไม่เกิน 3 ร้าน การซื้อเครื่องกระสุนต้องนำปลอกกระสุนเก่าใช้แล้วไปแลกซื้อใช้ใหม่ได้เท่าจำนวนเดิม

เพราะมาตรการควบคุมสุดเข้มงวด ทำให้อัตราเฉลี่ยการครอบครองปืนของคนญี่ปุ่นอยู่ที่ราว 0.6 กระบอกต่อประชากร 100 คน หรือเฉลี่ยประชากร 200 คน มีปืนแค่ 1 กระบอก เปรียบเทียบสังคมอเมริกัน 100 คน มีปืนเฉลี่ย 88.8 กระบอก คนอังกฤษ 100 คน มีอาวุธปืนเฉลี่ย 6.2 กระบอก

สังคมญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีทัศนคติต่อความรุนแรงต้องไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง แม้แต่ตำรวจยังแทบไม่มีพกอาวุธปืน ตำรวจออกเวรปฏิบัติหน้าที่ต้องฝากอาวุธปืนไว้ที่ทำงาน ยุทธวิธีหลักใช้ปราบปรามเหล่าอาชญากรคือศิลปะการต่อสู้ยูโด คาราเต้และเคนโด้.

อานุภาพ เงินกระแชง


advertisement