บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุโรป-สหรัฐ 'เย็น' ผิดปกติ สวิสทุบสถิติ

สภาพอากาศโลกแปรปรวนไม่หยุด ยุโรปยันสหรัฐอเมริกาสุดยะเยือก หลายพื้นที่อุณหภูมิลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง โดยบางหมู่บ้านในสวิตเซอร์แลนด์ทุบสถิติหนาวสุดในรอบ 30 ปี อุณหภูมิติดลบ 29.9 องศาเซลเซียส หลายพื้นที่ในยุโรปแค่สองวันคนตายเพราะความหนาวกว่า 23 ราย ส่วนใหญ่เป็นพวกไร้บ้าน-ผู้อพยพ ขณะที่ตุรกี-กรีซ หิมะตกหนัก ต้องปิดเส้นทางคมนาคมทั้งถนน-สนามบิน-เส้นทางเดินเรือ ด้านสหรัฐอเมริกา อุณหภูมิติดลบไม่น้อยหน้า บางรัฐเจอหิมะถล่ม คนนับพันชีวิตไร้ไฟฟ้าใช้ ส่วนจีนเจอมลพิษทางอากาศขั้นรุนแรงในกรุงปักกิ่ง ถึงกับไล่จับพวกปิ้งย่างอาหารในที่โล่งแจ้ง รวมถึงพวกเผาขยะ วัชพืช โรงไฟฟ้าชีวมวล พร้อมเล็งปิดโรงงานไฟฟ้าพลังงานถ่านหินหลังหมดหนาว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานถึงสภาพอากาศที่หนาวเย็นหิมะตกกระหน่ำทั่วยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยเมื่อวันที่ 8 ม.ค. พื้นที่ยุโรปเผชิญสภาพอากาศ หนาวจัดผิดปกติ จากคลื่นความหนาวเย็นแผ่ปกคลุมหลายประเทศตั้งแต่ตุรกี กรีซ โปแลนด์ อิตาลี เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี โดยโปแลนด์อุณหภูมิลดต่ำ ติดลบ 20 องศาเซลเซียส ขณะที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ อุณหภูมิลดต่ำทุบสถิติ ติดลบ 29.9 องศาเซลเซียส หนาวเย็นที่สุดนับตั้งแต่ปี 2530 ส่วนบางโรงเรียนทางตอนใต้ของอิตาลีต้องปิดการเรียนการสอนไปจนถึงวันจันทร์ที่ 9 ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากหิมะที่ตกลงมาหนาถึง 1 เมตร จนเป็นอุปสรรคต่อเส้นทางในการเดินทาง

นอกจากนี้ ความหนาวเย็นยังแผ่ปกคลุมที่เมืองเทสซาโลนิกี เมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศกรีซ ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเซนทรัลมาซิโดเนีย อุณหภูมิลดลงถึงขั้นติดลบ 7 องศาเซลเซียส คาดว่าจะลดลงอีกเป็นติดลบ 10 องศาเซลเซียสในวันรุ่งขึ้น และอีกหลายเกาะทางตอนเหนือของกรีซ ซึ่งรู้กันว่าอากาศอบอุ่นและมีแดด แต่ตอนนี้กลับเจอหิมะที่ตกลงมา ทำให้ต้องปิดถนนเป็นการชั่วคราว และจากหิมะที่กระหน่ำตกลงมาอย่างหนักในนครอิสตัลบูล เมืองหลวงของตุรกี ทำให้สายการบินแห่งชาติ เตอร์กิช แอร์ไลน์ ต้องยกเลิกกว่า 650 เที่ยวบิน รวมถึงที่ช่องแคบบอสพอรัส ช่องทางเดินเรือสำคัญติดอันดับโลกก็ถูกปิด และเรือเฟอร์รี่งดให้บริการ เช่นเดียวกับสภาพอากาศหนาวเย็นในกรุงมอสโก เมืองหลวงรัสเซีย อุณหภูมิลดต่ำ ติดลบ 30 องศาเซลเซียส พอๆกับกรุงปราก เมืองหลวงสาธารณรัฐเช็ก และสาธารณรัฐลัตเวีย

ผลกระทบจากสภาพอากาศหนาวเย็นทั่วยุโรป ทำให้มีผู้เสียชีวิตตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมามีมากกว่า 23 ราย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนไร้บ้านและผู้อพยพลี้ภัย ทั้งในตุรกี โปแลนด์ กรีซ และอิตาลี ส่วนทางตอนเหนือของยุโรปที่แม้คุ้นเคยกับสภาพหนาวเย็นอุณหภูมิติดลบ แต่ตำรวจในเดนมาร์กยังเตือนประชาชนให้ระวังถนนลื่น หลังเกิดอุบัติเหตุรถชนกันกลางถนนหลายสิบคัน

ขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกที่รัฐทางภาคตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ก็เผชิญสภาพอากาศหนาวเย็นหิมะตกหนักตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่องจนถึงกลางวันเสาร์ที่ 7 ม.ค. ในหลายพื้นที่ทั้งรัฐจอร์เจีย แมสซาชูเสตต์ เวอร์จิเนีย นอร์ธ และเซาท์แคโรไลนา โดยเฉพาะที่เมืองวิลเลียมเบอร์ก ตอนใต้ของรัฐเวอร์จิเนียกับตอนเหนือของรัฐนอร์ทแคโรไลนา ที่หิมะตกหนักจนมีความหนาราว 30 ซม. ทำให้ประชาชนหลายพันคนขาดกระแสไฟฟ้าใช้ และเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนหลายร้อยแห่งในหลายรัฐ เช่นที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา ได้รับรายงานอุบัติเหตุกว่า 700 จุด ส่วนที่รัฐเวอร์จิเนีย 500 จุด อีกทั้งหลายสายการบินต้องประกาศยกเลิกหรือเลื่อนเที่ยวบินทั่วประเทศ และพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ เตือนประชาชนทางฝั่งตะวันออกว่าให้เตรียมรับสภาพอากาศหนาวมากขึ้น โดยเฉพาะรัฐนอร์ทแคโรไลนากับรัฐเวอร์จิเนียอาจเจอสภาพอากาศหนาวติดลบราว 15 องศาเซลเซียส

วันเดียวกัน ทีมงานตำรวจด้านสิ่งแวดล้อมของจีนในกรุงปักกิ่งเร่งจัดการปัญหาหมอกควันพิษปกคลุมพื้นที่ทั่วเมืองหลวงถึงระดับอันตราย “สีแดง” โดยตรวจจับการปิ้งย่างอาหารในที่โล่งแจ้ง การเผาขยะ เผาวัชพืช และเผาขยะชีวมวลผลิตกระแสไฟฟ้า ตลอดจนควันพิษอันเกิดจากยวดยานพาหนะและโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งนี้ นายไช่ ชี นายกเทศมนตรีรักษาการกรุงปักกิ่ง เผยในที่ประชุมเกี่ยวกับมาตรการหลายอย่าง ทั้งการตั้งเป้าลดการใช้พลังงานถ่านหินให้ได้ร้อยละ 30 ภายในปีนี้

จากรายงานของสำนักข่าวซินหัวเปิดเผยว่า นายชียังเตรียมปิดโรงงานไฟฟ้าพลังงานถ่านหินหลังหมดหน้าหนาว ห้ามนำรถเก่าที่ปล่อยควันไอเสียอีก 300,000 คันวิ่งตามท้องถนนในกรุงปักกิ่ง โดยจะเริ่มปฏิบัติจริงในเดือน ก.พ.นี้ รวมทั้งสั่งปิดโรงงานที่ปล่อยควันพิษ 500 แห่ง ส่วนโรงงานอีกกว่า 2,500 แห่งต้องปรับปรุงมาตรฐานการดูแลสภาพอากาศให้ดีขึ้น จากนั้นจะเริ่มตั้งเครื่องกรองอากาศบริสุทธิ์ตามโรงเรียนและโรงเรียนอนุบาล พร้อมเตือนประชาชนให้งดกิจกรรมนอกบ้านทุกชนิด