วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนช.เพิ่งขยับ ตั้งกก.ศึกษากม.ลูก ปชป.จี้บิ๊กตู่ปฏิรูป ยกเลิกทหารรับใช้

วรชัยย้อนศรสปท. เพิ่มโทษคนใช้กม.

วิป สนช.ชง “พรเพชร” ตั้ง กก.ศึกษา 4 ก.ม.ลูกล่วงหน้า “เจตน์” โบ้ย รธน.ตีกรอบเวลาชัดช้าหรือเร็วอยู่ที่ กรธ. สนช.ไม่มีสิทธิหั่นให้สั้นหรือยื้อให้ยาว ด้านโฆษกทีมยกร่างโต้ไม่มีเจตนาเตะถ่วง ขออย่าใจร้อนเร่งมือเต็มสปีด สปท.โวเพิ่มโทษตายสะกดแก๊งโกงเข็ดหลาบ เล็งติดดาบญัตติ-กระทู้ล้างภาพปาหี่ซักฟอกในสภา “วรชัย” ย้อนศรจี้เพิ่มโทษคนใช้กฎหมายดีกว่า เด็ก พท.โวย ปชป. บิดเบือน รธน.ใหม่ ปลดล็อกอุทธรณ์คดีการเมืองช่วย “ปู” ทนายโวยลั่นเพิ่มภาระจำเลย “วัฒนา” โอ่ “ทักษิณ” เนื้อหอมเก่งพลิกวิกฤติเป็นโอกาสจนต่างชาติดึงร่วมทุน แขวะผู้นำโง่แปรโอกาสเป็นวิกฤติ “วิลาศ” ท้า “บิ๊กตู่” ลุยปฏิรูป หนุนรื้อระบบอุปถัมภ์ ดันโละหลักสูตรผูกคอนเน็กชั่น-เลิกทหารรับใช้บ้านนายพล

แม้ว่ารัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ประสานเสียงยืนยันปฏิเสธไม่ได้มีแผนจะยืดโรดแม็ปการเลือกตั้งออกไป โดยอ้างเรื่องขั้นตอนการพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่สามารถหยุดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ลงได้ ล่าสุดวิป สนช.เตรียมเสนอเรื่องให้ประธาน สนช.ตั้งคณะกรรมการศึกษาร่างกฎหมายลูกล่วงหน้า เพื่อร่นระยะเวลาการพิจารณาให้สั้นลง

วิป สนช.ชงตั้ง กก.ศึกษา ก.ม.ลูกล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงการประชุมวิป สนช.ในวันที่ 9 ม.ค. ว่า วิป สนช.เตรียมพิจารณาข้อเสนอจากคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการศึกษา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญล่วงหน้า โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ เพื่อศึกษาประเด็นที่อาจจะมีข้อถกเถียง อาทิ คณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัด ควรจะมีหรือไม่ การสิ้นสุดสภาพและคุณสมบัติของกรรมการในองค์กรอิสระ เพื่อให้การพิจารณากฎหมายลูกมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะ สนช.เองก็กลัวว่าเวลาในการพิจารณากฎหมายลูก 60 วัน อาจจะน้อยเกินไปจนทำไม่ทัน หากตั้งคณะกรรมการศึกษาล่วงหน้าจะช่วยให้งานของ สนช.เร็วและง่ายมากขึ้น ทั้งนี้อำนาจในการตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวอยู่ที่ประธาน สนช.ว่าจะตั้งหรือไม่ และจะเป็นไปในลักษณะใด

ชี้ รธน.ระบุเวลาชัด ช้า-เร็วอยู่ที่ กรธ.

นพ.เจตน์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า โรดแม็ปยังไม่ได้นับหนึ่ง เพราะยังไม่ได้บังคับใช้ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติปี 59 นั้น ตามที่นายวิษณุระบุคือจะเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่มีการประกาศมีผลบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษา และ สนช.ไม่มีสิทธิใดที่จะทำให้สั้นหรือยาวขึ้น เพราะขั้นตอนต่างๆมีการระบุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญชัดเจนทั้งหมด จึงอยู่ที่ กรธ.ว่าจะร่างกฎหมายลูกสำคัญรวม 10 ฉบับเสร็จเมื่อใด โดย สนช.มีเวลาในการพิจารณาฉบับละ 60 วันไม่เกินนั้น ไม่ว่าจะเป็นการทยอยออกทีละฉบับ หรือออกมาพร้อมกันทั้ง 10ฉบับ ทั้งนี้ยอมรับว่า หากจะออกกฎหมายลูกสำคัญ 4 ฉบับในหมวดเลือกตั้งออกมาก่อนเพื่อให้มีการจัดเลือกตั้ง ระหว่างนั้นก็พิจารณาฉบับที่ 5-10 ก็ได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ห้าม แต่ขึ้นอยู่กับ กรธ. เพราะขณะนี้มีเพียง 2 ฉบับที่จะส่งมาให้ สนช.พิจารณา ยืนยันไม่มีการยื้อเวลาตามที่เป็นข่าว

ทีมยกร่างขออย่าใจร้อนเร่งเต็มที่

ด้านนายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ.ไม่ได้มีเจตนาเตะถ่วงเวลาตามที่มีคนวิจารณ์ คนบางกลุ่มเหมือนกับว่าต้องการจะให้มีการเลือกตั้งอย่างเดียวโดยไม่ได้สนใจอะไร ที่ออกมาเรียกร้องให้มีเลือกตั้งโดยเร็ว เขาไม่ต้องการให้เกิดการปฏิรูปพรรคการเมืองอย่างนั้นหรือ หากอยากจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่เข้าสู่วังวนแบบเดิมๆต้องใช้เวลา ขอให้อย่าใจร้อน กรธ.เองเร่งร่างกฎหมายลูกอยู่แล้ว อย่างไรก็ไม่เกิน 240วันตามที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และไม่เกินโรดแม็ปที่รัฐบาลกำหนดไว้อย่างแน่นอน ขณะนี้ก็ต้องรอให้รัฐธรรมนูญประกาศใช้ถึงจะเริ่มนับเวลา ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. กรธ.ได้เตรียมเนื้อหาไว้บ้างแล้ว ดังนั้นขออย่าได้กังวล และช่วงนี้ กรธ.และ สนช.ได้ประสานกันเป็นการภายในเกี่ยวกับร่างเบื้องต้นของกฎหมายลูกอยู่แล้ว รวมทั้งรัฐบาลเอง ได้ประสานมายัง กรธ.อยู่ตลอด ให้เร่งจัดทำร่างกฎหมายลูกโดยเร็ว เพื่อให้ทันการเลือกตั้งในปี 60

“ราเมศ” ตื๊อแก้ ก.ม.พรรคการเมือง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่ กรธ.ยกร่างอยู่ว่า มีอีกหลายมาตราที่อยากให้ กรธ.รู้ถึงความไม่สมบูรณ์ของกฎหมายที่ทำให้สถาบันพรรคการเมืองอ่อนแอ และปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน คือมาตรา 74 ที่ระบุว่าหากมีสมาชิกพรรคทุจริตเลือกตั้งให้ กกต.หักเงินที่จัดให้พรรคการเมืองส่งเข้ากองทุน ทั้งที่งบฯ ในแต่ละปีไม่เพียงพออยู่แล้ว หากหักเงินอีกจะผลักภาระให้พรรคการเมือง จากเดิมที่กระบวนการบังคับคดีเป็นไปตามขั้นตอนตามระบบยุติธรรม จึงควรเขียนให้ชัดว่าถ้าผู้บริหารพรรคไม่ได้ปล่อยให้มีการทุจริต จะไปหักเงินพรรคการเมืองไม่ได้ ส่วนมาตรา 75 ที่ระบุว่า เมื่อพรรคการเมืองได้รับงบฯ สนับสนุนจาก กกต.และกองทุนฯ แล้ว พรรคจะใช้จ่ายเพื่อบริหารพรรคและจ้างบุคลากรพัฒนาพรรคมิได้ หากห้ามจ้างผู้รู้มาร่วมกับพรรคการเมือง แล้วจะพัฒนาพรรคให้เข้มแข็งได้อย่างไร

“ยะใส” กระตุก คสช.ขยับปรองดอง

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลเตรียมตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปและการปรองดอง ต้องทำไปพร้อมกัน ที่ผ่านมาเราเน้นแต่การปฏิรูปเฉพาะการเขียนรัฐธรรมนูญกับกฎหมายเท่านั้น แต่ลืมการสร้างความสมานฉันท์ปรองดอง การปฏิรูปประเทศผูกกับโรดแม็ปของการเขียนรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกมากเกินไป หลายเรื่องจึงเริ่มไม่ได้ต้องรอกฎหมาย ทั้งที่ข้อเสนอของ สปช.และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สปท.หลายเรื่องดีและทำได้เลย แต่กลับถูกเก็บไว้จนเสียโอกาส จึงหวังว่า คสช.จะพิสูจน์ความตั้งใจจริง ปี 60 จึงเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของ คสช.ที่จะผลักดันทั้งเรื่องปฏิรูปและการปรองดอง กรรมการทั้ง 2 ชุด มีภารกิจสำคัญเปลี่ยนผ่านสังคมและการเมืองไทยครั้งสำคัญ

ชาวบ้านรู้สึกบ้านเมืองยังไม่พร้อม ลต.

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 1,192 คน เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรต่อการปฏิรูปประเทศและการเลือกตั้ง” ระหว่างวันที่ 2-7 ม.ค.พบว่าร้อยละ 35.63 คิดว่าการปฏิรูปประเทศ ค่อนข้างก้าวหน้า ร้อยละ 29.81 ยังไม่ค่อยก้าวหน้า ร้อยละ 17.70 ก้าวหน้า และร้อยละ 16.86 ไม่ก้าวหน้า ร้อยละ 71.08 เห็นว่าการปฏิรูปประเทศมีความเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ร้อยละ 28.92 ระบุไม่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ร้อยละ 41.19 เห็นว่าควรมีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ร้อยละ 38.06 เลือกตั้งก่อนแล้วค่อยปฏิรูปประเทศ และร้อยละ 20.75 เลือกตั้งและปฏิรูปประเทศไปพร้อมกัน โดยร้อยละ 51.23 เห็นว่าสถานการณ์บ้านเมือง ณ วันนี้ยังไม่พร้อมจะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ร้อยละ 48.77 พร้อมแล้ว เมื่อถามว่า ถ้าการเลือกตั้งจะเลื่อนออกไปเป็นปี 2561 ร้อยละ 36.99 เห็นด้วย ร้อยละ 32.21 ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 30.80 ไม่แน่ใจ

ดีเดย์ถกคณะ กก.ยุทธศาสตร์ฯ

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและปรองดอง ที่ประกอบด้วยกรรมการย่อย 4 คณะได้แก่ 1.คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 2.คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ 3.คณะกรรมการปรองดอง และ 4.คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.จะเป็นประธานคณะใหญ่ แล้วให้รองนายกฯทั้ง 6 คนกำกับดูแลยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ ระดับหน่วยงานมีรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงทำหน้าที่ขับเคลื่อน การปฏิรูปจะนำแนวทางที่ สปท.และสปช.ดำเนินการมาแล้ว 2 ปี และการปฏิรูปของรัฐบาลในระยะที่ผ่านมามากลั่นกรองไม่ให้ซ้ำซ้อน จัดลำดับความสำคัญ ทั้งนี้ นายกฯกำชับให้เร่งจัดตั้งทั้งหมดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และให้มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและปรองดองให้ได้ในสัปดาห์นี้

สปท.ดันกลไกล้างภาพปาหี่สภา

อีกเรื่อง นายวันชัย สอนศิริ โฆษกกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงการประชุม สปท.วันที่ 9 ม.ค.ว่า กมธ.การเมืองจะเสนอรายงานปฏิรูป เรื่อง การควบคุมและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดย กมธ.มีแนวคิดว่าการตั้งกระทู้ถามในสภาและการอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีตที่ผ่านมา เปรียบเสมือนการเล่นปาหี่ เป็นแค่การแสดงทางการเมือง และมีแต่วาทกรรมเท่านั้น ญัตติหรือกระทู้ถามไม่ได้ทำให้รัฐบาลนำไปแก้ไขข้อบกพร่องและปฏิบัติจริงได้ ดังนั้น สิ่งที่ กมธ.การเมืองต้องการคือ ต้องมีมาตรการที่ทำให้กระทู้ถาม ญัตติต่างๆที่เสนอ รวมทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน สามารถจะทำให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติได้จริง โดยอาจจะทำให้เป็นข้อบังคับหรือกฎหมายเพื่อควบคุมให้ทำได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างพูดเพื่อเอาผลทางการเมืองเท่านั้น รวมทั้งหากข้อมูลที่นำมาอภิปราย กล่าวหา ไม่เป็นความจริง จะต้องมีบทลงโทษกำหนดเอาไว้ด้วย เพื่อเป็นการยกระดับการประชุมสภาให้โปร่งใสและมีมาตรฐานที่ดีขึ้น

โอ่เพิ่มโทษตายแก๊งโกงถึงเข็ดขยาด

นายวันชัยกล่าวอีกว่า ในส่วนบทลงโทษผู้ที่กระทำผิดในคดีคอร์รัปชัน ที่ กมธ.การเมืองเสนอให้ปรับเปลี่ยนอัตราการลงโทษ โดยคดีที่สร้างความเสียหายมูลค่าเกิน 100-1,000 ล้านบาท ให้จำคุกตลอดชีวิต และคดีที่สร้างความเสียหายเกิน 1,000 ล้านบาทจะต้องถูกประหารนั้น จะทำให้การบริหารงานในโครงการต่างๆ ของทั้งข้าราชการ พนักงาน และนักการเมือง มีความระมัดระวัง ทำงานอย่างละเอียดมากขึ้น ที่ผ่านมาหากกระทำผิดส่วนใหญ่จะโดนเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งเท่านั้น ไม่ค่อยโดนความผิดทางอาญา ครั้งนี้ กมธ.ได้เสนอให้เพิ่มความผิดทางอาญาควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้ การลงโทษจะลงโทษผู้ร่วมกระบวนการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีผู้สั่งการ ข้าราชการและภาคเอกชน เชื่อว่าข้อเสนอต่างๆเหล่านี้ จะเป็นหนึ่งในหัวข้อการปฏิรูปที่สำคัญในอนาคตได้

กมธ.ศก.จ่อปั๊ม ก.ม.ลดเหลื่อมล้ำ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เลขานุการคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงการทำงานของ กมธ.เศรษฐกิจว่า ได้จัดทำแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจเสนอต่อที่ประชุม สปท.อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ยุทธศาสตร์ 4 ด้าน คือ การก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว การลดความเหลื่อมล้ำของเศรษฐกิจ การพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการสร้างความยั่งยืนทางการเงินและการคลัง หัวใจสำคัญอยู่ที่การนำเอาแนวคิดเหล่านี้ไปสู่การออกกฎหมายและปฏิบัติจริง โดยทำงานร่วมกับกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา ร่าง พ.ร.บ.สถาบันการเงินชุมชน ร่าง พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน และร่าง พ.ร.บ.สหกรณ์ ให้ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาผ่านบังคับใช้เป็นกฎหมาย ทั้งนี้ ประเด็นปฏิรูปที่กมธ.เศรษฐกิจได้นำเสนอไว้ จะมีส่วนช่วยยกระดับชีวิตในมิติต่างๆ ของคนไทย จึงจำเป็นที่เราต้องเร่งดำเนินการปฏิรูปให้สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ เพื่อคนไทยทุกคน

“วรชัย” ย้อนศรจี้เพิ่มโทษคนใช้ ก.ม.

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองของ สปท.เตรียมเสนอปรับอัตราโทษผู้กระทำผิดคดีคอร์รัปชัน ที่สร้างความเสียหายมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท ให้ลงโทษประหารชีวิตว่า กฎหมายป้องกันการทุจริตมีอยู่แล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมาย แต่อยู่ที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย ถ้าเป็นไปอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันทุกฝ่าย ไม่ใช่คดีลักษณะเดียวกันฝ่ายหนึ่งผิดอีกฝ่ายไม่ผิด ทั้งข้าราชการและนักการเมืองจะยำเกรงไม่กล้ากระทำผิด แต่ที่ผ่านมาบางคดีอย่างอุทยานราชภักดิ์ และการขุดลอกคูคลองขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ประชาชนมีข้อกังขา สุดท้ายไม่มีความผิด แบบนี้ผู้บังคับใช้กฎหมายอาจอยู่ใต้อาณัติของผู้มีอำนาจหรือไม่ แทนที่จะเพิ่มโทษผู้กระทำความผิดให้ไปเพิ่มโทษผู้บังคับใช้กฎหมาย ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอจะดีกว่า เช่น หากมีผลการพิจารณาคดีอะไรออกมาแล้วไม่มีความผิด ถ้าตรวจสอบภายหลังแล้วมีความผิด และพบว่าผู้บังคับใช้กฎหมายช่วยเหลือผู้กระทำผิด บทลงโทษฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต้องรุนแรงขึ้น จะทำให้ไม่มีใครกล้ากระทำผิดอีก

ฉะบิดเบือนปลดล็อกอุทธรณ์ช่วย “ปู”

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่รองโฆษกและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.ร่างเอื้อประโยชน์ให้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯในการอุทธรณ์คำตัดสินของศาลในคดีจำนำข้าวนั้น เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ กรธ.จะชี้แจงข้อกล่าวหา แต่พรรคเพื่อไทยขอเรียนว่าเป็นการบิดเบือนสร้างความสับสน เพื่อหวังผลดิสเครดิตทางการเมือง ไม่พูดความจริงทั้งหมดเนื่องจาก 1.อนาคตจะเป็นอย่างไรยังไม่ทราบ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อย่ามโนล่วงหน้าถึงการใช้สิทธิของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ 2.แกนนำพรรคเพื่อไทยเคยแสดงความไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.ร่างขึ้น ถ้าเอื้อประโยชน์ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำไมจะต้องคัดค้าน 3.น่าเสียดายที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อ่านกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ระบุว่า การอุทธรณ์เป็นสิทธิ และเนื่องจากเนื้อหาของรัฐธรรมนูญปี 50 กำหนดให้มีหลักฐานใหม่จึงจะอุทธรณ์ได้ ยังไม่สอดคล้องกับกับพันธกรณีระหว่างประเทศนี้ ทำให้ไทยต้องแก้กฎหมายให้สอดคล้อง 4.รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่ใช้บังคับกับทุกคน ไม่ได้ใช้บังคับกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์เท่านั้น และร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติไปหลายเดือนแล้ว ควรเอาเวลาไปช่วยพี่น้องผู้ประสบภัยภาคใต้ดีกว่า นักการเมืองต้องปฏิรูปตนเองก่อนประชาชนจะเบื่อหน่าย

ทนายโวยเพิ่มภาระแก่จำเลย

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้สิทธิจำเลยอุทธรณ์ และชี้นำไปถึงคดีจำนำข้าวที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลฎีกาขณะนี้ว่า ในฐานะที่รับผิดชอบคดีในโครงการรับจำนำข้าว ตั้งข้อสังเกตว่า 1.เป็นการจงใจพูดไม่หมด เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในคดีอาญาของศาลฎีกาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ไม่ได้ให้สิทธิอุทธรณ์ได้เฉพาะจำเลยเท่านั้น แต่ได้ให้สิทธิโจทก์ในการอุทธรณ์หากศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ ดังนั้นจะเป็นการเพิ่มภาระแก่จำเลย เพราะแม้ว่าจะยกฟ้องแต่คดีก็ยังไม่เป็นที่สุด 2.กรณีที่ระบุว่าเอื้อประโยชน์แก่คดีจำนำข้าวนั้น ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะเป็นการก้าวล่วงและชี้นำคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลฎีกา และยังคงเหลือพยานจำเลยที่จะเข้าสืบอีกหลายปาก 3.ขอเรียกร้องให้ยุติการก้าวล่วงและชี้นำคดี ซึ่งตนยังมั่นใจในพยานหลักฐาน และความบริสุทธิ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่จะได้รับความเป็นธรรมจากศาล

“วัฒนา ”โว “ทักษิณ” เจ๋งต่างชาติรุมตอม

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอเล่าเรื่อง “ทักษิณ” (2) ว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯใช้ชีวิตในต่างประเทศด้วยความสุขสบายตามอัตภาพ เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว Gulf-stream รุ่น G650 รุ่นใหม่ล่าสุด มีรถยนต์และบ้านพักส่วนตัวอยู่ในหลายประเทศ ดำรงชีพด้วยการทำธุรกิจ ล่าสุดได้รับเชิญให้เข้าร่วมทุนกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ก่อตั้งบริษัท Owlstone Medical ประดิษฐ์เครื่องมือขนาดเล็กตรวจหามะเร็งด้วยลมหายใจ ต่อไปจะพัฒนาให้ราคาถูกลง ใช้ตรวจหามะเร็งในที่อื่น เหตุที่นักวิจัยเชิญไปเป็นหุ้นส่วนเพราะต้องการความรู้ด้านการตลาดและประสบการณ์การบริหาร นายทักษิณจึงเป็นคนเก่งที่ต่างชาติยอมรับและเป็นที่ต้องการ ที่เลือกลงทุนในอังกฤษเพราะเชื่อถือในระบอบการปกครองและระบบกฎหมายบนหลักนิติธรรม และมีสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้ นักลงทุนมั่นใจกล้านำเงินมาลงทุน เพราะเชื่อว่าธุรกิจจะได้รับความคุ้มครอง มีผู้นำที่อยู่กับร่องกับรอย มีความละอาย แต่ไม่มีอำนาจพิเศษออกกฎหมายได้ตามอำเภอใจ อีกทั้งยังไม่มีสภาที่พร้อมจะเป็นตรายางสนองความต้องการของผู้นำ ทั้งหมดคืออุปสรรคที่ขัดขวางการลงทุน เพราะนักลงทุนกลัวความเสี่ยงที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้โดยเฉพาะที่เกิดจากอารมณ์ของมนุษย์ซึ่งไม่มีความแน่นอน

แขวะผู้นำโง่แปรโอกาสเป็นวิกฤติ

นายวัฒนากล่าวว่า ธุรกิจดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ การตรวจพบมะเร็งในระยะแรกรักษาให้หายขาดได้ จะช่วยรักษาชีวิตมนุษย์ได้นับแสนคนต่อปี หากเครื่องมือดังกล่าวถูกพัฒนาจนมีราคาถูกจนวางขายในห้างสรรพสินค้าทั่วไป ประชาชนจะเข้าถึงง่ายตรวจเองได้ บริษัทดังกล่าวกำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่นิวยอร์ก นายทักษิณมีหุ้นอยู่ 20 เปอร์เซ็นต์ คงทำกำไรได้หลายหมื่นล้านบาท เอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายสร้างความร่ำรวยให้นักลงทุนต่างชาติต่อไป การที่อดีตนายกฯหาเงินมหาศาลได้ในขณะเศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงขาลง จึงสวนทางคำพูดของผู้นำบางประเทศที่แก้ตัวกับประชาชนว่าเศรษฐกิจตกต่ำ เพราะปัจจัยจากเศรษฐกิจโลก ทั้งที่จริงแล้วโอกาสมีอยู่เสมอ ขึ้นอยู่กับสติปัญญาของผู้นำที่จะนำพาประชาชนของตนไปสู่ความร่ำรวยหรือยากลำบากแบบที่กำลังเป็นอยู่ เป็นไปตามคำกล่าวที่ว่าคนเก่งจะแปรวิกฤติให้เป็นโอกาส แต่คนโง่จะทำโอกาสให้กลายเป็นวิกฤติ

ค้านวาระกำนัน-ผญบ.อยู่ 5 ปี

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ สปท.เสนอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านมีวาระ 5 ปี เพราะเกรงว่าการให้อยู่จนอายุ 60 ปีจะอยู่ในตำแหน่งนานเกินไป ว่า ในฐานะที่ตนเป็นกำนันเก่าทำหน้าที่มานานกว่า 25 ปี ไม่เห็นด้วยกับการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ในวาระเพียง 5 ปีแล้วเลือกตั้งใหม่ เพราะจะทำให้ไม่กล้าทำงานแก้ไขปัญหาต่างๆ เนื่องจากเกรงผลกระทบกับการเลือกตั้งสมัยต่อไป กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นข้าราชการที่ทำหน้าที่ดูแลประชาชนเป็นผู้ปกครองท้องที่ มีอำนาจจับกุมคุมขัง จึงควรให้อยู่ในวาระนานได้ จะได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงกลัวอะไร ส่วนที่กังวลว่าจะมีอิทธิพลไม่ทำงานดูแลประชาชนนั้น โดยปกติหากผู้ใหญ่บ้านคนใดประพฤติไม่ดี ประชาชนก็สามารถเข้าชื่อเกินครึ่งของหมู่บ้าน ให้ออกจากตำแหน่งได้จึงไม่ใช่ปัญหา

“วิลาศ” แจมรื้อระบบอุปถัมภ์

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากกรณีที่ สนช.เสนอรายงานการแก้ปัญหาระบบอุปถัมภ์ต่อรัฐบาลว่า ถ้าไม่มีการปฏิบัติจริงจังก็ไร้ความหมาย และยังไม่ได้พูดถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย ที่องค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบ ลงโทษไม่เคยกำหนดกรอบเวลาการทำคดี นอกจากนี้ องค์กรอิสระจัดหลักสูตรพิเศษอบรม อ้างว่าเพื่อส่งเสริมความรู้ให้ประชาชน ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง แต่ข้อเท็จจริงกลับไปใช้สร้างความสัมพันธ์หรือคอนเน็กชั่นกับกรรมการในองค์กรอิสระ เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบในองค์กร มีโอกาสขอความช่วยเหลือได้ หลังเรียนมีการจัดเลี้ยงสานสัมพันธ์ ทำให้กระทบต่อการตัดสินคดี อาจเกิดความไม่เป็นธรรม เพราะมีความสัมพันธ์ส่วนตัว

โละหลักสูตรคอนเน็กชั่น-ทหารรับใช้

นายวิลาศกล่าวอีกว่า ปัจจุบันหลักสูตรเหล่านี้ไม่มีประกาศให้สังคมทราบ แต่เลือกตัวบุคคลไปเรียนเลย เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ กำลังจะเปิดหลักสูตร แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด เป็นความลับ โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลกำหนดให้เปิดเผยสัดส่วนของผู้เข้าอบรมว่ามาจากแต่ละภาคส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ ฝากถึงนายกฯช่วยตั้งคณะทำงานไปตรวจสอบองค์กรเหล่านี้ว่า ได้ทำตามนโยบายในยุคปฏิรูปที่นายกฯสั่งห้ามไว้หรือไม่ และกรณีทหารรับใช้บ้านนายพลทหาร ขอให้ยกเลิก หากต้องการปฏิรูปตามยุทธศาสตร์ 20 ปี เพราะไม่มีเหตุผลที่จะมีต้องมีทหารรับใช้นับสิบคน หากเป็นเรื่องความมั่นคงไม่ติดใจ แต่ขอให้ลดจำนวนลง ผู้เกษียณราชการแล้วต้องยกเลิกให้หมด ถ้าทำได้ คนจะชมเชยนายกฯอีกระดับหนึ่ง เพราะพูดตลอดว่าเสียสละเพื่อปฏิรูป ขอให้นายกฯนำ 3 เรื่องที่ตนเสนอไปปฏิบัติควบคู่กับรายงานของ สนช.และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จะแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง

อ้างหลังบ้าน “อัศวิน” ก้าวก่าย กทม.

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการบริหารงานของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า เริ่มมีเสียงสะท้อนจากข้าราชการ กทม. ทั้งเรื่องทีมบริหารและนโยบายที่สั่งการต่อข้าราชการ เช่น 1.สั่งการทุกเขตให้ทำความสะอาดสะพานลอยทุกวันที่ 15 ของเดือน โดยขอสนับสนุนงบฯจากเอกชน 2.บังคับให้ข้าราชการตั้งแต่ลูกจ้างชั่วคราว ยัน ผ.อ.เขตและครูในสังกัด กทม.ให้ซื้อข้าวสารช่วยชาวนา 3.ให้ทุกเขตจัดซุ้มเลี้ยงอาหารประชาชนที่สนามหลวง สลับวนกันทุกวัน จัดกาแฟ น้ำ มาม่าอย่างละ 3,000 ชุด โดยต้องรอฟังคำสั่งจากภริยาผู้ว่าฯ กทม.ว่าจะให้แจกอะไร เวลาไหน 4.ให้ทุกเขตจัดหาของขวัญเพื่อนำไปให้ผู้ว่าฯ กทม.แจกงานวันเด็กที่สวนสาธารณะของ กทม. ทุกเรื่องล้วนให้ทุกเขตไปหาเงินเอง คือพึ่งพาระบบอุปถัมภ์จากบริษัทเอกชนห้างร้าน ในเชิงขอความร่วมมือ หรืออาจได้จากสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ ยังมีเสียงบ่นอื้ออึงว่า มีภริยาผู้ว่าฯ กทม.เข้ามาก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของผู้ว่า กทม. เข้ามาจัดการทุกเรื่อง แม้กระทั่งการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ

บี้สางทุจริตแต่งตั้ง ขรก.-จัดซื้อจัดจ้าง

“พล.ต.อ.อัศวินจำไม่ได้หรือ ที่เคยบ่นเรื่องที่มีสุภาพสตรีเข้ามายุ่งเกี่ยวการบริหารงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม. ให้ผมฟัง แล้วเหตุไฉนในยุคท่านจึงเกิดเรื่องคล้ายกันไปได้ นี่คือจุดบกพร่องของผู้ว่าฯจากการแต่งตั้งของทหาร ขาดทีมงานจึงต้องดึงภริยามาทำงานด้วย ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจในวงข้าราชการ กทม. แต่ที่น่าชื่นชมคือการสั่งยกเลิกโครงการที่ไม่มีประโยชน์ เช่น โครงการโทรทัศน์ กทม. แต่ควรสั่งตรวจสอบว่าที่ผ่านมาใช้ไฟฟ้าของ กทม.ฟรีหรือไม่ มีการทุจริตหรือไม่ ที่สำคัญคือควรยกเลิกส่วย กทม. ไม่ให้มีการซื้อขายตำแหน่งอีกต่อไป และขจัดการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะที่สำนักโยธาธิการ รวมทั้งควรจัดเงินบำนาญ 25% ให้แก่อดีตข้าราชการครู กทม. 15,000 คน นโยบายหาบเร่แผงลอยในจุดผ่อนผันที่ถูกต้องตามกฎหมาย ควรค่อยๆทำในจุดที่พร้อม ให้เคารพคำสั่งของศาลปกครอง และประกาศเขตห้ามปูฟุตปาทบนทางเท้าใหม่ทุกปีนอกจากที่ชำรุดจริงๆ

จุดเทียนทวงสิทธิประกันตัว “ไผ่”

เมื่อเวลา 18.10 น. ที่บริเวณด้านหน้าป้ายศาล อาญา ถนนรัชดาภิเษก มีกลุ่มประชาชนผู้รักความเป็นธรรม นำโดยนายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นายกรกช แสงเย็นพันธุ์ ร่วมกันจุดเทียนเป็นรูป FREE PAI ให้กำลังใจนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักกิจกรรมที่ถูกถอนประกันในคดีแชร์บทความจาก BBC Thai และถูกคุมขังที่เรือนจำขอนแก่นมาแล้ว 4 ผัด น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ กล่าวว่า มารวมตัวกันวันนี้เพื่อเป็นกำลังให้ไผ่และเรียกร้องสิทธิการประกันตัว ขณะนี้ไผ่มีสอบตัวสุดท้ายจะจบการศึกษา และไม่มีพฤติกรรมที่จะหลบหนี นอกจากนี้ยังออกแถลงการณ์แสดงความเห็นว่า คำสั่งศาลในการถอนประกันและให้คุมขังไผ่ ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยสิทธิการประกันตัว ทั้งกฎหมายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ “พวกเรากลุ่มประชาชนผู้รักความเป็นธรรมขอยืนยันในสิทธิการได้รับการประกันตัว และขอเรียกร้องให้องค์กรตุลาการไทยคืนสิทธิดังกล่าวให้กับนายจตุภัทร์ เพื่อให้มีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม และดำเนินชีวิตอย่างที่สมควรจะกระทำได้ต่อไป”

เตือนระวังกิจกรรมเสี่ยงผิด ก.ม.

วันเดียวกัน นายสุภัทร์ สุทธิมนัส อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึงกรณีมีนักกิจกรรมมาจุดเทียน บริเวณทางเท้าหน้าป้ายสำนักงานศาลยุติธรรมและศาลอาญา ช่วงเย็นวันเดียวกัน เพื่อสื่อให้ศาลจังหวัดขอนแก่นพิจารณาให้ประกันตัว “ไผ่ ดาวดิน” ว่า เจ้าหน้าที่ รปภ.ศาลได้แจ้งข้อมูลผ่านสายบังคับบัญชาให้ทราบแล้ว ในเบื้องต้นหากไม่ได้มีการจัดกิจกรรมที่เข้ามาวุ่นวายในบริเวณศาลอาญา หรือกระทำการใดๆต่อป้ายศาลอาญาและสำนักงานศาลยุติธรรมก็ยังไม่ดำเนินการใด แต่ถ้าเข้ามาในบริเวณศาลและกระทำการต่อป้ายศาล สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำที่จะผิดกฎหมาย เช่นนั้นต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย