‘เมืองคอน’ยังอ่วม อุตุเตือน 13จว.ใต้-ฝนหนัก! - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

‘เมืองคอน’ยังอ่วม อุตุเตือน 13จว.ใต้-ฝนหนัก!

แฉปชช.เดือดร้อนเกือบล้าน ไก่7พันตัวจมนํ้าตายยกฟาร์ม รัฐทุ่มงบ9จังหวัดๆละ50ล้าน

กรมอุตุฯเตือน 13 จังหวัดภาคใต้เตรียมรับมือฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ที่เมืองคอนยังระทมประสบภัย 23 อำเภอ สนามบินปิดเป็นวันที่ 3 น้ำซัดไก่ตาย เกลื่อนยกฟาร์ม สงขลายังไม่พ้นวิกฤติ คลื่นลมแรงปักธงแดงห้ามเล่นน้ำทะเล ส่วนเจ้าของแพชุมพรเผยนาทีระทึกหนีน้ำบ้านพังเหลือแต่ตัว ด้านเจ้าหน้าที่เร่งเยียวยาเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน ปภ.แจ้งยอดตายพุ่ง 19 ศพ สูญหาย 1 ราย ขณะที่โพลพอใจ นายกฯ “ตู่” ช่วยชาวใต้พร้อมหนุนเงินจังหวัดละ 50 ล้านบาท

วิกฤติน้ำป่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวใต้ยังอ่วมอยู่หลายจังหวัด เจ้าหน้าที่ระดมกำลังหลายหน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนประสบอุทกภัย โดยเมื่อวันที่ 8 ม.ค. นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า มีพื้นที่ประสบภัย 23 อำเภอ 154 ตำบล 1,284 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 359,459 คน บ้านเสียหาย 125,202 หลัง เสียชีวิต 7 ราย น้ำท่วมสูงหลายอำเภอประกอบด้วย ชะอวด จุฬาภรณ์ ทุ่งสง สิชล เมือง ท่าศาลา นบพิตำ เฉลิมพระเกียรติ เชียรใหญ่ ปากพนัง ฉวาง พิปูน และช้างกลาง ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ส่วนการสัญจรเส้นทางสายหลักนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช-ทุ่งสง และถนนสายเอเชีย 41 รถสัญจรไปมาได้ตามปกติ ยกเว้นรถไฟวิ่งได้ถึงสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสงเท่านั้น จากนั้นต้องต่อรถยนต์ไปยังสถานีชุมทางหาดใหญ่ เพราะรางรถไฟเสียหายหลายจุด ขณะที่สนามบินนครศรีธรรมราช ระดับน้ำรอบๆทางเข้าสนามบินเริ่มลดลงแต่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่บ้าง สนามบินปิดบริการเป็นวันที่ 3 คาดว่าจะเปิดใช้ได้ตามปกติในวันที่ 10 ม.ค.

ยืนยันจระเข้ไม่หลุดกรง

ด้านนายมนัส พงศ์ยี่หล้า รองนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า กรณีมีข่าวจระเข้ในสวนสัตว์สมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 ทุ่งท่าลาด อ.เมืองนครศรีธรรมราช หลุดออกมาภายนอก 11ตัวนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเพราะเจ้าหน้าที่ทำกรงไว้อย่างแน่นหนาและสูงกว่าเดิมมาก ที่สำคัญจระเข้มีอยู่ 4 ตัวยังอยู่ครบ ไม่ใช่ของทุ่งท่าลาดแน่นอน แต่อาจจะเป็นของฟาร์มเอกชนก็ได้ ส่วนสัตว์อื่นๆในสวนสัตว์ก็ได้อพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว ส่วนที่ริมถนนฉวางจันดี หมู่ 3 ต.จันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เกิดดินสไลด์เป็นทางยาวกว่า 50 เมตร ลึกลงไป 3 เมตร เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน

ตั้งโรงครัวทำอาหารกล่องแจก

ส่วนนายไพโรจน์ นวลนุ่ม รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายชุมชนและประชาสังคม ม.วลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีนักศึกษาเป็นอาสาสมัครออกช่วยเหลือชาวบ้านขนย้ายของขึ้นที่สูงและช่วยอพยพคนออกจากพื้นที่น้ำท่วม จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ตั้งโรงครัวผลิตอาหารกล่องแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชุมชนสาธิตวลัยลักษณ์พัฒนา ชุมชนตำบลโพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา ต.กรุงชิง อ.นบพิตำและ ต.บ้านตูน อ.ชะอวด

ส่งหญ้าแห้งเลี้ยงสัตว์หนีน้ำ

ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่นำรถบรรทุก 9 คัน บรรทุกหญ้าแห้งที่ได้รับจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการอาหารสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ 2,500 ฟ่อนรวม 50,000 กิโลกรัม เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนอาหารสัตว์จากสถานการณ์อุทกภัย โดยปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช เร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมรถบรรทุกหญ้าแห้ง อาหารสัตว์ เวชภัณฑ์ รวมทั้งคอกสัตว์เคลื่อนที่เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน ส่วนชาวบ้านนาลึก หมู่ 2 ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ร้องขอความช่วยเหลือจากทหารค่ายฝึกการรบพิเศษสิชลและหน่วยกู้ภัยใต้เต็กตึ้งอำเภอสิชลช่วยนำงูออกจากรถ จยย. เจ้าหน้าที่ช่วยกันถอดอุปกรณ์รถ จยย.พบงูเห่ายาว 50 ซม. ขดตัวอยู่ในหม้อกรองอากาศ เร่งใช้เครื่องมือจับใส่ขวดนำไปปล่อยคืนธรรมชาติต่อไป

น้ำซัดไก่ตายยกฟาร์ม

นายสุภาส แป้นชาตรี นายก อบต.ควนหนองคว้า อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอจุฬาภรณ์ เข้าตรวจสอบฟาร์มไก่ในพื้นที่บ้านควนน้อย หมู่ 2 และหมู่ 4 ต.ควนหนองคว้า หลังถูกน้ำท่วมสูง สอบถาม น.ส.ชนกนันท์ ลี่จ้อน อายุ 33 ปี เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ ทราบว่ามีโรงเรือนเลี้ยงไก่ 5 หลัง เลี้ยงไก่ไข่ 7,000 ตัว ขณะเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมไม่สามารถเคลื่อนย้ายทัน ระดับน้ำสูง 2 เมตร ทำให้ไก่ตายทั้งหมด โรงเรือน อุปกรณ์การเลี้ยง อาหารไก่ และเครื่องมือเครื่องใช้เสียหายหมด เดือดร้อนมากแทบจะหมดทางในการทำมาหากิน

ปักธงแดงห้ามเล่นน้ำทะเล

ด้าน พ.ต.ท.อนุรักษ์ ปริญญาสถิรกุล สารวัตรตำรวจน้ำกระบี่ รับแจ้งเหตุลูกเรือเพชรไพริน เป็นเรือโดยสารที่เดินทางระหว่างสตูล-ลันตา เกิดตกทะเลหายไป 1 คน ขณะแล่นอยู่บริเวณระหว่างเกาะมุก จ.ตรัง กับเกาะลันตา จ.กระบี่ ออกตรวจสอบยังไม่พบตัว ขณะเดียวกัน คลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง ทางอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ปักธงแดงห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ เช่น อ่าวมาหยา เกาะไม้ไผ่ ล่าสุดที่ทะเลแหวก แจ้งให้นักท่องเที่ยวออกจากบริเวณเกาะกลับเข้าฝั่งทั้งหมด ส่วนที่เกาะลันตา เกิดต้นไม้หักโค่นล้มทับเสาไฟฟ้า รถยนต์และบ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ที่ อ.เขาพนม น้ำท่วมขังบ้านเรือนเสียหายกว่า 300 หลัง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างนำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือ

สงขลาอ่วมยังไม่พ้นวิกฤติ

จ.สงขลา ขณะนี้ยังน่าเป็นห่วงเนื่องจากยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง และมีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมขยายวงกว้างขึ้น นอกเหนือจากพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาที่ถูกน้ำหนุนท่วมแล้ว ล่าสุดริมคลองอู่ตะเภาตอนบน ใน อ.สะเดา เป็นพื้นที่ต้นน้ำของคลองอู่ตะเภา หลายหมู่บ้านถูกน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วม บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรแล้ว นอกจากนี้ ยังพบว่าน้ำป่าจากเทือกเขาแก้วไหลหลากลงมาในพื้นที่หมู่ 2 บ้านคลองทราย ต.ทุ่งหมอ หมู่ 1 บ้านสองพี่น้อง ต.ท่าโพธิ์ และหมู่ 5 บ้านโคกเนียมออก ต.ท่าโพธิ์ อ.สะเดา สถานการณ์ยังไม่พ้นภาวะวิกฤติ เพราะระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนอาจส่งผลทำให้น้ำในคลองอู่ตะเภาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ท้ายน้ำทั้ง อ.คลองหอยโข่ง รวมถึงบางส่วนของ อ.หาดใหญ่ ล่าสุดสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา แจ้งพื้นที่น้ำท่วมทั้งหมด 16 อำเภอ

เตือนระวังดินสไลด์จากภูเขา

จ.พัทลุง ยังมีฝนตกหนักส่งผลให้ระดับน้ำยังสูงอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ อ.ควนขนุน อ.เมืองพัทลุง อ.บางแก้ว อ.เขาชัยสน อ.ป่าพะยอม และ อ.ปากพะยูน ส่วนพื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัดดินเริ่มอิ่มน้ำในพื้นที่ อ.กงหรา อ.ศรีนครินทร์ และ อ.ป่าพะยอม นายวันชัย คงเกษม ผวจ.พัทลุง เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังภัยจากหินและดินโคลนถล่มตลอด 24 ชม. ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง สรุปสถานการณ์น้ำท่วมชาวบ้านเดือดร้อน 54,549 ครัวเรือน 128,036 ราย ความเสียหายด้านการเกษตร 35,341 ไร่ และมีผู้เสียชีวิต 6 ราย ขณะที่ ร.ต.อ.ภิญโญ ขาวเผือก รอง สว. (สอบสวน) สภ.ลำปํา อ.เมืองพัทลุง รับแจ้งเหตุไฟไหม้อาคารเก็บพัสดุของศูนย์วิจัยและการพัฒนาการเกษตร หมู่ 6 ต.ลำปํา อ.เมืองพัทลุง เป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมสูง 50 ซม. รถดับเพลิงไม่สามารถวิ่งไปที่เกิดเหตุ ชาวบ้านช่วยกันสูบน้ำที่ท่วมขังดับไฟ ตรวจสอบอาคารเสียหายทั้งหลัง คาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ค่าเสียหายประมาณ 1 แสนบาท

คลื่นสูงซัดเรือประมงล่ม 5 ลำ

จ.สตูล ฝนตกหนักและคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง เรือประมงและเรือท่องเที่ยวต่างทยอยกันหลบตามอ่าวต่างๆ เพื่อความปลอดภัย ด้านนายปณพล ชีวเสรีชล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา กล่าวว่า สภาพอากาศที่แปรปรวนทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ขณะนี้แจ้งทางตำรวจน้ำและเจ้าท่าเพื่อชะลอการออกเรือห้ามนำนักท่องเที่ยวออกจากฝั่งเพื่อความปลอดภัย ส่วนนายกิตติ หมัดตานี นายก อบต.ตันหยงโป เปิดเผยว่า คลื่นลมแรงส่งผลให้เรือประมงพื้นบ้านที่จอดอยู่ริมฝั่งกว่า 200 ลำ ถูกคลื่นซัดเรือล่มไป 5 ลำ ชาวบ้านต้องลากเรือมาไว้ในที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้น้ำในลำคลองสายหลักเช่นคลองดูสน คลองฉลุง และคลองมำบัง เริ่มที่จะเต็มตลิ่ง ทางจังหวัดได้สั่งให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง

เรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวต้องกลับฝั่ง

ขณะที่เจ้าหน้าที่เปิดรับลงทะเบียนผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติขึ้นเรือรอยัล วัน หรือ เรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทย พัทยา-หัวหิน บริการฟรีเพื่อทดสอบเดินเรืออีกครั้ง โดยออกเดินทางจากท่าเทียบเรือบ้านหัวดอน เขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย) จ.ชลบุรี แบบเที่ยวเดียวไม่เดินทางกลับ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง มีผู้โดยสาร 200 คน มารอขึ้นเรือเฟอรรี่ตามเวลาที่ประกาศ โดยออกเดินทางในเวลา 08.30 น. วันที่ 8 ม.ค. แต่เมื่อออกจากท่าเรือไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่บนเรือแจ้งกลับมายังเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าประจวบคีรีขันธ์ว่า ไม่สามารถนำเรือแล่นไปพัทยาได้เนื่องจากคลื่นสูง 2-4 เมตร และมีลมแรงประกอบกับฝนตกหนัก หวั่นจะไม่ได้รับความปลอดภัยจึงนำเรือเฟอรรี่แล่นกลับเข้าฝั่งที่ท่าเทียบเรือหัวดอน เขาตะเกียบ อ.หัวหิน ทันที

“ชวน” โวยตั๋วเครื่องบินแพงเท่าตัว

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังสนามบินนครศรีธรรมราช ประกาศปิดทำการ เนื่องจากน้ำท่วม ถนนถูกตัดขาด ผู้โดยสารต่างหันมาใช้สนามบินตรังอยู่ใกล้ที่สุด โดยเปิดให้บริการ 2 สายการบิน คือนกแอร์และแอร์เอเชีย 6 เที่ยวบินต่อวัน จากราคาค่าโดยสารจากตรัง-ดอนเมือง 1,300-1,800 บาทต่อที่นั่ง แต่ช่วงนี้กลับมีราคาพุ่งสูงขึ้นเท่าตัว 3,000-4,000 บาทต่อที่นั่ง ตนจึงโทรศัพท์ติดต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ขอความเห็นใจให้ช่วยดูแลเรื่องดังกล่าวด้วย เพราะเป็นการซ้ำเติมคนไทยที่กำลังประสบอุทกภัยน้ำท่วม อีกทั้งวันที่ 10 ก.พ. นี้ ก็จะมีการเปิดสายการบินไลอ้อนแอร์ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน และทางผู้บริหาร ไลอ้อนแอร์ก็รับปากว่าจะไม่เอาเปรียบผู้โดยสารอย่างแน่นอน

ประกาศ 6 อำเภอเขตภัยพิบัติ

นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ประกาศ 6 อำเภอเป็นเขตภัยพิบัติ ประกอบด้วยอำเภอเมือง พะโต๊ะ หลังสวน ละแม ทุ่งตะโก และสวี น้ำท่วมหนักสุดที่ อ.หลังสวน สำหรับระดับน้ำขณะนี้ลดลงแล้วจนเกือบเข้าสู่สภาวะปกติยกเว้นพื้นที่ริมแม่น้ำหลังสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หน่วยกู้ภัย และจิตอาสาระดมกำลังเข้าช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ ด้านนายชาญ เสมสวัสดิ์ นายอำเภอสวี กล่าวว่า น้ำท่วมบ้านเรือนสูงกว่า 2 เมตรในพื้นที่ 11 ตำบล 116 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 10,000 ครัวเรือน น้ำท่วมหนักที่ ต.สวี ต.นาโพธิ์ และ ต.ปากแพรก ถนนในหมู่บ้านและสะพานถูกตัดขาด ทรัพย์สินของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ขณะนี้ระดับน้ำลดลงแล้ว หากฝนไม่ตกลงมาซ้ำก็จะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ

เจ้าของแพทรุดน้ำซัดเหลือแต่ตัว

นางศิวลิน อินทร์คำ อายุ 55 ปี เจ้าของแพมาลิน เป็นผู้ประกอบการให้บริการล่องแพกับนักท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดใน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เล่าถึงเหตุระทึกว่า บ้านสร้างอยู่ใกล้กับริมแม่น้ำพะโต๊ะ เมื่อช่วงตี 1 วันที่ 5 ม.ค. น้ำป่าไหลเชี่ยวมาก คนงาน 5 คน และลูกชายเร่งเก็บของไว้ที่สูงเพื่อหนีน้ำ ต่อมาระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วจึงพากันหนีน้ำขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน จังหวะนั้นบ้านเกิดสั่นคลอนจึงตัดสินใจพากันลอยคอไปปีนต้นไม้สูงที่อยู่ใกล้กัน ต่อมาบ้านล้มพังทั้งหลังหายไปตามกระแสน้ำ ครอบครัวและคนงานติดอยู่บนต้นไม้หลายชั่วโมงจึงมีเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือ ขณะนี้ไม่เหลือทรัพย์สินอะไรเลยแม้แต่เสื้อผ้าก็ไหลไปกับน้ำหมด วอนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐด้วย

เกาะสมุยน้ำลดร้านค้าเตรียมเปิด

ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ภายหลังน้ำท่วมสูงระดับลดลงจนเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ผู้ประกอบการร้านอาหาร และร้านจำหน่ายสินค้า บริเวณริมถนนเลียบชายหาดแซง ต.บ่อผุด เร่งทำความสะอาดเพื่อเตรียมมาเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ส่วนที่วัดพระบรมธาตุไชยาวรวิหาร อ.ไชยา ชาวบ้านร่วมกับทหารฉีดน้ำล้างดินโคลนที่พื้นและพระพุทธรูป ซ่อมแซมบางส่วนที่เสียหาย

ภูเก็ตคุมเข้มเรือเล็กงดออกฝั่ง

นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่ากระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ทุกจังหวัดในภาคใต้เตรียมรับมือปัญหาอุทกภัยติดตามสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง เตรียมแผนป้องกันน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง จ.ภูเก็ตยังไม่ประสบปัญหาจากอุทกภัยฝนตกสะสมในพื้นที่ 50 มิลลิเมตร ยังอยู่ในสถานการณ์ที่สามารถควบคุมได้ ขณะเดียวกันจัดแผนดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ประกาศห้ามเรือเล็กออกจากฝั่ง สำหรับนักท่องเที่ยวที่โดยสารเรือจะต้องสวมใส่เสื้อชูชีพตลอดระยะเวลาเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัดภาคใต้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัย ขณะนี้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้ว

รฟท.ขยายการเดินรถสายใต้

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยแจ้งว่า การรถไฟฯสามารถเปิดเดินรถเส้นทางสายใต้เพิ่มขึ้น จากเดิมสิ้นสุดที่สถานีชุมพรขยายไปถึงสถานีชุมทางทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และสามารถเปิดเดินรถเพิ่มจาก 10 ขบวน เพิ่มเป็น 16 ขบวน ส่วนผู้โดยสารที่จองตั๋วล่วงหน้าไปยังภาคใต้สามารถติดต่อเพื่อขอคืนเงินค่าโดยสารได้เต็มราคา และในช่วงนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอแจ้งว่าจะไม่มีบริการขนถ่ายผู้โดยสารต่อทางรถยนต์ เนื่องจากเส้นทางถนนมีน้ำท่วมสูง

ถนนทางหลวงพัง 13 สายทาง

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ภาคใต้ กรมทางหลวงรายงานสรุปเหตุการณ์ภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินในเส้นทางสายหลักที่จะเดินทางไปสู่ภาคใต้ มีน้ำท่วมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช พัทลุง และสุราษฎร์ธานี โดยมีสายทางที่เสียหายจากน้ำท่วมจำนวนทั้งสิ้น 13 สายทาง ในจำนวนสายทางที่เสียหายมีถนนที่เสียหายจำนวนรวม 17 แห่ง แบ่งเป็นถนนที่เสียหายแต่ประชาชนยังสามารถสัญจรผ่านได้ 8 แห่ง และถนนเสียหายที่ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมา 9 แห่ง

พม.เตรียมเยียวยาชาวใต้

นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่หลายจังหวัดภาคใต้ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน สั่งการให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ (สสว.) และทุกหน่วยงานสังกัด พม.ในพื้นที่บูรณาการร่วมกับทางจังหวัด ช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ม.ค. โดย สสว.11 ที่รับผิดชอบพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ รายงานว่า มี 6 จังหวัด ที่ประสบอุทกภัย ประกอบด้วย ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง และตรัง ทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน 55 อำเภอ 213,987 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 14 ศพ และสูญหาย 1 คน นอกจากนี้ สสว. 12 ที่รับผิดชอบพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ รายงานว่า มี 4 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประกอบด้วย สงขลา นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน 36 อำเภอ 63,813 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 4 ศพ การช่วยเหลือเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ พร้อมมอบถุงยังชีพ อาหาร เครื่องดื่ม อีกทั้งมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ยังได้เตรียมจัดทำแผนระยะยาวเพื่อฟื้นฟูผู้ประสบภัยภายหลังน้ำลดจะจัดชุดปฏิบัติการของ พม.ลงพื้นที่ เยี่ยมเยียนให้กำลังใจและสำรวจปัญหาความต้องการของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เปราะบาง เช่น เด็กแรกเกิด ผู้พิการ และผู้สูงอายุ เป็นต้น

สธ.ส่งหน่วยแพทย์ช่วยชาวบ้าน

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรงพยาบาลทุกแห่งที่ถูกน้ำท่วมเปิดให้บริการตามปกติแล้ว สั่งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการในจุดต่างๆ และศูนย์อพยพรวม 64 ทีม พร้อมจัดทีมหมอครอบครัวดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่ติดอยู่ในบ้านน้ำท่วม ไม่สามารถมาพบแพทย์ได้ตามนัด สามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร สาธารณสุข หรือโทรศัพท์สายด่วน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

ธารน้ำใจหลั่งไหลลงใต้

ขณะที่หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภคพร้อมน้ำดื่มจำนวนมากขนขึ้นรถบรรทุกเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบด้วยเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร สมาคมชาวใต้ จ.จันทบุรี กลุ่มพ่อค้าและชาวบ้าน จ.อุบลราชธานี สมาคมตราดพุทธ-สงเคราะห์ ภาคอุตสาหกรรม จ.พังงา และทหารเรือหน่วยกิจการพลเรือนนำเรือผลักดันน้ำเข้าพื้นที่ประสบอุทกภัยเพื่อระบายน้ำแล้ว

กรมอุตุฯเตือนฝนตกหนัก 13 จังหวัด

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามัน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เคลื่อนตัวทางทิศเหนืออย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนเข้าอ่าวมะตะบัน และประเทศเมียนมา ในวันที่ 10 ม.ค. ส่งผลให้ภาคใต้ยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ปริมาณฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกต้องระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 9 ม.ค. ส่วนภาคใต้ตอนล่างบริเวณจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เริ่มมีปริมาณฝนลดลง ในภาพรวมของสถานการณ์ฝนในบริเวณภาคใต้จะลดลงในวันที่ 9 ม.ค.

นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกในช่วงเดือน ม.ค.ว่า ตัวฝนเกิดมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่อยู่ในทะเลอันดามัน ถือว่าไม่ใช่เหตุปกติที่จะเกิดหย่อมความกดอากาศต่ำในช่วงฤดูนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. เมื่อถึงเดือน ม.ค.จะน้อยลง เพราะน้ำทะเลจะเย็นขึ้นจึงเกิดขึ้นยาก แต่เมื่อเกิดขึ้นก็ไม่ได้ถึงกับแปลก เพราะลักษณะอากาศแบบนี้สามารถจะเกิดขึ้นได้เมื่อลมมาบรรจบกัน ที่มีฝนตกใน กทม. และที่ท้องสนามหลวงล้วนมาจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำตัวเดียวกัน ปกติในเดือนนี้จะต้องเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นลมหนาว แต่พอมีหย่อมความกดอากาศต่ำเกิดขึ้น จึงเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้ เป็นลมจากอ่าวไทยเข้ามาแทน กรมอุตุฯ แจ้งไว้แล้วว่าจะมีฝนตกในภาคใต้ตอนบนขึ้นมาถึง จ.เพชรบุรี ส่วนกรุงเทพฯเป็นพื้นที่อยู่สุดขอบก็จะมีฝนตกบางพื้นที่เป็นลักษณะของฝนเคลื่อนผ่าน โดยจะตกในวันที่ 8-9 ม.ค. คาดว่าวันที่ 10 ม.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำจะเคลื่อนเข้าเมียนมาแถวอ่าวมะตะบัน หลังจากนั้นฝนจะลดลงไปและอากาศจะเย็นลง

ปภ.แจงยอดตายพุ่ง 19 ศพ

วันเดียวกัน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันใน 10 จังหวัด ประกอบด้วย พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร และระนอง รวม 91 อำเภอ 569 ตำบล 4,205 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 330,318 ครัวเรือน 958,602 คน ผู้เสียชีวิต 19 ราย สูญหาย 1 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 5 แห่ง ถนน 218 จุด คอสะพาน 59 แห่ง ปัจจุบันคลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ ยะลา และระนอง ยังคงมีสถานการณ์ใน 8 จังหวัด รวม 85 อำเภอ 523 ตำบล 4,020 หมู่บ้าน โดย จ.พัทลุง น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ นราธิวาส 13 อำเภอ สงขลา 11 อำเภอ ปัตตานี 8 อำเภอ ตรัง 5 อำเภอ สุราษฎร์ธานี 8 อำเภอ นครศรีธรรมราช 23 อำเภอ และชุมพร 6 อำเภอ ในภาพรวมสถานการณ์ในปัจจุบันยังมีฝนตกในพื้นที่ ระดับน้ำลดลง ยกเว้น จ.นครศรีธรรมราช และชุมพร ระดับน้ำเพิ่มขึ้น และ จ.นราธิวาส ระดับนํ้าทรงตัว ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

ปชป.ขอบคุณยกระดับภัยใต้

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงษ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอสนับสนุนการยกระดับภัยพิบัติและตั้งศูนย์ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ โดยใช้ศูนย์ป้องกันสาธารณภัยเขต 11 และ 12 ดำเนินการ แต่ถ้าจะให้เป็นเอกภาพอยากให้ใช้กองทัพภาค 4 ค่ายวชิราลงกรณ์ เป็นศูนย์อำนวยการแก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมภาคใต้เพียงจุดเดียว เพราะเป็นหน่วยงานที่เข้มแข็งทั้งกองทัพบกและกองทัพเรือ มีอุปกรณ์พร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

หนุนเงินจังหวัดๆละ 50 ล้านบาท

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด โดยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและชื่นชมคนไทยที่ไม่เคยทิ้งกันยามที่ผู้อื่นเดือดร้อน เห็นได้จากจิตอาสาที่ไปช่วยเหลือและร่วมกันบริจาคสิ่งจำเป็นผ่านหน่วยงาน ต่างๆ โดยนายกฯเน้นว่าสิ่งที่บริจาคควรเป็นของที่ใช้ได้จริงและไม่เน่าเสียง่าย ส่วนการช่วยเหลือด้านอื่นๆ ทั้งฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้โดยเร็วที่สุด ผ่านกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติส่วนหน้า โดยจะเร่งช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งด้านการดำรงชีพ พื้นที่เกษตร ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งสาธารณประโยชน์ ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้ประสานกรมบัญชีกลางอนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบเหตุ 9 จังหวัด เพิ่มเติมจังหวัดละ 50 ล้านบาท อีกทั้งได้อนุมัติให้ยกเว้นหลักเกณฑ์เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

พอใจนายกฯ “ตู่” ดูแลผู้ประสบภัย

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ความพอใจของประชาชนต่อหน่วยงานรัฐช่วยเหยื่อภัยพิบัติน้ำท่วมภาคใต้ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,514 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 5-7 ม.ค. พบว่าเมื่อถามถึงความพอใจของประชาชนต่อกลุ่มบุคคลและหน่วยงานรัฐช่วยเหยื่อภัยพิบัติน้ำท่วมภาคใต้ร้อยละ 83.7 ระบุว่า พอใจต่อกระทรวงมหาดไทย รองลงมาร้อยละ 82.9 ทหาร กองทัพ กระทรวงกลาโหม ร้อยละ 71.8 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยละ 70.4 กระทรวงสาธารณสุข ร้อยละ 68.3 สำนักนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 54.7 กระทรวงศึกษาธิการ ร้อยละ 53.7 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 51.2 ตำรวจ ร้อยละ 50.8 กระทรวงแรงงาน และร้อยละ 50.1 กระทรวงคมนาคม เมื่อถามถึงความพอใจต่อความรวดเร็วฉับไวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ภาคใต้ช่วยเหลือเหยื่อภัยพิบัติน้ำท่วม พบว่าร้อยละ 85.6 พอใจมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 14.4 พอใจน้อยถึงไม่พอใจเลย นอกจากนี้ ประชาชนร้อยละ 85.2 ระบุ ผลของการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีทำให้การช่วยเหลือเหยื่อภัยพิบัติน้ำท่วมภาคใต้ดีขึ้น ขณะที่ร้อยละ 11.4 ระบุเหมือนเดิม และร้อยละ 3.4 ระบุแย่ลง


advertisement