วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิจารณาโทษประหารมือปืนสนามบินฟลอริดา

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ จับกุมนายเอสเตบัน ซานติอาโก อดีตทหารผ่านศึกวัย 26 ปี หลังก่อเหตุระทึกขวัญ ใช้ปืนสั้น 9 มม. กราดยิงในอาคารสนามบินฟอร์ต ลอเดอร์เดล รัฐฟลอริดา บริเวณลานสายพานรับกระเป๋า จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ศพ บาดเจ็บ 6 คนนั้น เมื่อวันที่ 8 ม.ค. นายวิเฟรโด เฟอร์เรอร์ อัยการสหรัฐฯได้เปิดเผยว่า นายซานติอาโกที่จะถูกนำตัวขึ้นศาลในวันที่ 9 ม.ค.นี้ อาจได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต หากพบว่ามีความผิดจริง โดยวันก่อเหตุนายซานติอาโกใช้ปืนสั้นเล็งยิงศีรษะของเหยื่อทีละราย ก่อนจะทิ้งปืนนอนหมอบราบไปกับพื้นให้เจ้าหน้าที่จับกุมหลังกระสุนหมด

ขณะที่นายคริสโตเฟอร์ โทลลีย์ ผู้บัญชาการตำรวจเมืองแองคอเรจ รัฐอลาสกา ซึ่งเป็นถิ่นพำนักอาศัยของคนร้าย กล่าวว่า จากที่มีรายงานขั้นต้นว่านายซานติอาโกเคยไปก่อความวุ่นวายที่สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอ ในเมืองแองคอเรจ เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา จนถูกส่งตัวไปบำบัดทางจิตนั้น นายซานติอาโกได้นำปืนติดตัวมาด้วยแต่ทิ้งไว้ในรถพร้อมกับลูกวัยทารก ไม่ได้นำเข้าไปในสำนักงานเอฟบีไอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไดยึดปืนไว้ ก่อนที่นายซานติอาโกมาทำเรื่องขอคืนไปเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. กระนั้นไม่แน่ชัดว่าปืนที่นายซานติอาโกรับคืนไปเป็นกระบอกเดียวกันที่ใช้ก่อเหตุหรือไม่

ส่วนนายไบรอัน ซานติอาโก พี่ชายของคนร้าย ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงคดีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ระบุว่าหลังน้องชายไปสร้างความวุ่นวายที่สำนักงานเอฟบีไอ แต่กลับถูกควบคุมตัวบำบัดทางจิตเพียงแค่ 4 วัน คิดอย่างไรถึงปล่อยตัวคนที่พูดว่าถูกสำนักงานข่าวกรองกลางหรือซีไอเอล้างสมองให้ไปเข้าร่วมกับกลุ่มหัวรุนแรง พร้อมระบุว่าหลังน้องชายกลับมาจากการปฏิบัติหน้าที่ในอิรัก ก็กลายเป็นคนโมโหง่าย ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่

วันเดียวกัน นางเดบบี วาสเซอร์มาน ชูลซ์ ส.ส.รัฐฟลอริดา ระบุว่า จากเหตุที่เกิดขึ้น จำเป็นต้องมาทบทวนเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยในสนามบินใหม่ ว่าควรหรือไม่ที่จะให้โหลดอาวุธปืนขึ้นเครื่อง รวมถึงขั้นตอนการรับปืนคืน เพราะวันก่อเหตุนายซานติอาโกทำตามระเบียบ โหลดปืนและกระสุนแยกกันคนละกล่อง แต่หลังจากรับคืนแล้ว จึงนำไปบรรจุกระสุนในห้องน้ำ ส่วนนายคริส โกรลล์เน็ค อดีตตำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยสนามบินระบุว่า บริเวณสายพานรับกระเป๋าเป็นจุดที่มีการรักษาความปลอดภัยน้อย แต่การป้องกันทำได้แค่ไม่ให้อาวุธปืนตกไปอยู่กับคนผิด พร้อมให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องเพื่อนพี่น้องคนรู้จักที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายอันตราย.