เมืองคอนอ่วมถนนทรุดตัว ชาว อ.สิชล เขตรอยต่อสุราษฎร์ ยังรอความช่วยเหลือ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

เมืองคอนอ่วมถนนทรุดตัว ชาว อ.สิชล เขตรอยต่อสุราษฎร์ ยังรอความช่วยเหลือ

ฝนตกหนักดินสไลด์ ทำให้ไหล่ทางถนนสายฉวาง – จันดี (4015) ทรุดตัวลึกกว่า 3 เมตร และไหลเป็นทางยาวกว่า 50 เมตร ส่วนชาวบ้านเขตรอยต่อสุราษฎร์-นครศรี สะพานถูกกระแสน้ำซัดพังเสียหาย หลายภาคส่วนพยายามฝ่าสายน้ำเพื่อนำถุงยังชีพไปแจกจ่าย แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถทำได้

เมื่อวันที่ 8 ม.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนสายฉวาง–จันดี (4015) ต.จันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เกิดดินไหลเป็นทางยาวกว่า 50 เมตร และลึกลงไปกว่า 3 เมตร เนื่องจากฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้ดินด้านล่างถนนอ่อนตัว จนเป็นเหตุให้ผิวจราจรที่เป็นเลนของจักรยานยนต์ทรุดตัวและยังมีรอยร้าวเป็นทางยาว เจ้าหน้าที่ต้องนำอุปกรณ์มาวางขวาง ป้องกัน อาจเกิดอุบัติเหตุได้ เนื่องจากเป็นเส้นทางสายหลักในการเดินทางเข้าตัวเมืองนครศรีธรรมราช

ด้านนายศรากร หนูเอก รอง ผอ.แขวงทางหลวงนครศรีธรรมราช เขต 2 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมหัวหน้าแขวงการทางช้างกลาง และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำหินมาถมกันดินไว้ก่อนไม่ให้เกิดดินไหลเพิ่ม และจะรีบเร่งหาแนวทางในการแก้ไข หรืออาจจะขุดวางท่อเพิ่ม เพื่อเป็นทางระบายน้ำลงคูเหมืองเดิมอีกจุกหนึ่งหลังจากผ่านช่วงหน้าฝนนี้ไปก่อน


ชาวกาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ เขตรอยต่อเมืองคอนขาดอาหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลคลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี โดยในพื้นที่บ้านห้วยหอย สะพานเชื่อมต่อระหว่าง ต.เขาน้อย อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช กับ ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เสียหายไม่สามารถสัญจรได้ ประชาชนประมาณ 400 คนในพื้นที่ตำบลเขาน้อย ถูกตัดขาดเป็นเวลา 3 วันแล้ว ขณะที่หลายภาคส่วนได้พยายามฝ่าสายน้ำเพื่อนำถุงยังชีพไปแจกจ่าย แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากระดับน้ำยังสูงและเชี่ยวกราก


ทั้งนี้ชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ ต.เขาน้อย ซึ่งล้วนเป็นญาติพี่น้องกันกับชาวบ้านห้วยหอย ต.คลองสระ ต้องเดินเท้าข้ามภูเขาประมาณ 4 กิโลเมตร เพื่อมารับถุงยังชีพของจ.สุราษฎร์ธานี ส่วนบรรยากาศการช่วยเหลือปรากฏว่า มีหลายคณะเดินทางเข้ามา ส่วนใหญ่เป็นข้าวกล่องและอาหารแห้ง รวมทั้งมีจิตอาสาเปิดบริการซ่อมรถจักรยานยนต์ฟรีให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ สถานการณ์น้ำปรากฏว่า ยังคงมีฝนตกโปรยปรายมาโดยตลอด น้ำในคลองสวาดก็เพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 10 เซนติเมตร ซึ่งสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ ต้องเฝ้าระวังกันต่อไป.