บริการข่าวไทยรัฐ

เชื่อมต่อระบบสื่อสาร 3 เครือข่ายเร่งบรรเทาทุกข์ลูกค้าใต้น้ำท่วม

เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ เอช เร่งดำเนินการเยียวยาระบบสื่อสารให้ลูกค้าในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้หลายจังหวัด…

จากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดภาคใต้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยได้รับความเดือดร้อนและสูญเสียทรัพย์สิน ล่าสุด ผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) ทั้ง 3 ค่าย ได้แก่ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ เอช ได้ประกาศความช่วยเหลือด้านการสื่อสารแล้ว

นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า บริษัทได้ขยายระยะเวลาการชำระค่าบริการสำหรับลูกค้าเอไอเอสรายเดือนตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ยังมีผลกระทบกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เอไอเอสจึงเพิ่มความช่วยเหลือแก่ลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนใน 48 อำเภอ 9 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, ชุมพร, ตรัง, นราธิวาส , ปัตตานี, พัทลุง, ยะลา และสงขลา โดยให้ลูกค้าทั้งระบบเติมเงินและรายเดือนโทรฟรีทุกเครือข่าย 50 นาที นาน 30 วัน โดยลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์โทรฟรีจะได้รับข้อความสั้น (SMS) แจ้งไปยังเลขหมายที่ใช้บริการอยู่

นอกจากนี้ เอไอเอสยังได้ระดมทีมวิศวกรในเขตภาคใต้ ภาคกลาง และภาคอีสาน ลงพื้นที่ดูแลเครือข่ายอย่างเต็มกำลัง พร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ประกาศว่า ดีแทคได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง และด้วยความห่วงใยลูกค้าและประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับความเดือดร้อน จึงมีมาตรการเยียวยาและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าทั้งเติมเงินและรายเดือนใน 8 จังหวัด 36 อำเภอ คือ ตรัง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, นราธิวาส และยะลา โดยดีแทคจะแจ้งให้ลูกค้าทราบผ่านทาง SMS

สำหรับสิทธิ์ที่ลูกค้าดีแทคจะได้รับ แบ่งเป็น ลูกค้าระบบเติมเงิน (พรีเพด) จะได้รับสิทธิ์โทรฟรีทุกเครือข่าย 50 นาที ใช้ได้นาน 30 วัน โดยลูกค้าสามารถกด *222*123# เพื่อตอบรับสิทธิ์โทรฟรีนี้ได้ถึงวันที่ 11 ม.ค. และเมื่อกดรับสิทธิ์แล้วจะได้รับ SMS ยืนยัน สามารถใช้งานได้นาน 30 วัน ส่วนลูกค้าระบบรายเดือน (โพสต์เพด) ดีแทคได้เลื่อนวันชำระเงินโดยอัตโนมัติแก่ลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างหนักในพื้นที่ 8 จังหวัด 36 อำเภอ เป็นระยะเวลา 15 วัน หรือ จนถึง 21 ม.ค.

นอกจากนี้ ยังมีการดูแลสถานีฐานและโครงข่ายในทุกพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมอย่างหนักในปัจจุบัน โดยดีแทคได้จัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจเร่งตรวจสอบพื้นที่ตามมาตรการรองรับเหตุฉุกเฉินและดำเนินไปตามแผนรองรับภัยพิบัติเพื่อให้บริการและบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม โดยจัดเตรียมยานพาหนะ เช่น รถขับเคลื่อน 4 ล้อ และเรือสำหรับการเดินทางเข้า-ออกในพื้นที่สถานีชุมสายหลักทุกพื้นที่ และบริหารจัดการการใช้กระแสไฟฟ้าในสถานีฐานอย่างเหมาะสม ทั้งยังได้จัดเครื่องปั่นไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ (mobile generator) พร้อมทั้งสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง กรณีที่สถานีฐานถูกตัดกระแสไฟฟ้าจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ รวมทั้งอุปกรณ์ทดแทนหรืออะไหล่ที่จำเป็นสำรองกรณีฉุกเฉินอีกด้วย

ส่วน นายกิตติณัฐ ทีคะวรรณ หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่ม ด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ลูกค้าทรูมูฟ เอช ในพื้นที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ อาทิ นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, นราธิวาส, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, กระบี่, ตรัง, ปัตตานี และยะลา ยังสามารถใช้งานระบบสื่อสารของทรูมูฟ เอชได้อย่างต่อเนื่อง แม้บางเวลาอาจได้รับผลกระทบเนื่องจากมีการตัดการจ่ายไฟเพื่อป้องกันอันตรายจากน้ำท่วมสูงในบางพื้นที่ของจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อย่างไรก็ตาม ทรูมูฟ เอช ได้เตรียมความพร้อมแผนฉุกเฉินเพื่อรองรับสถานการณ์โดยจัดทีมวิศวกรเฝ้าติดตามตรวจสอบโครงข่ายสัญญาณในพื้นที่ทั้ง 12 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบตลอด 24 ชั่วโมง และได้จัดเตรียมระบบสำรองไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่ไว้ ณ สถานีฐานกรณีเกิดไฟฟ้าดับ รวมทั้งรถสถานีเครือข่ายเคลื่อนที่เพื่อเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที ตลอดจนเตรียมสถานีเครือข่ายสำรองเพื่อเตรียมพร้อมสลับเส้นทางการเชื่อมโยง (reroute) ทันทีที่มีสถานีเครือข่ายเกิดเหตุฉุกเฉิน

ทั้งนี้ ทรูมูฟ เอช ยังมอบความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ลูกค้าในพื้นที่ภัยพิบัติทั้ง 12 จังหวัด โดยขยายเวลาชำระค่าบริการแก่ลูกค้าแบบรายเดือนอีก 30 วัน และเพิ่มวันใช้งานให้ลูกค้าเติมเงินทันทีเป็นเวลา 30 วัน นอกจากนี้ยังให้ลูกค้าทั้งรายเดือนและเติมเงินโทรฟรีหากันในเครือข่ายทรูมูฟ เอช นาน 30 วัน ตลอดจนเปิดให้โทรฟรี หมายเลข 1784 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ตลอด 24 ชั่วโมง.