วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทล.สรุปเส้นทางหลัก 5 จว.น้ำท่วม เสียหาย 17 ไม่สามารถสัญจร 9 แห่ง

ฝนตกน้ำท่วมหนักทำถนนทางหลวงพังยับใน 5 จังหวัด 13 สายทาง ด้านกรมทางหลวงลงพื้นที่ด่วนช่วยผู้ประสบภัย สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ประสาน จนท.เตรียมพร้อมดำเนินการแก้ไขเบื้องต้น 24 ชม. ...

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 60 นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ภาคใต้ กรมทางหลวงได้รายงานสรุปเหตุการณ์ภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินในเส้นทางสายหลักที่จะเดินทางไปสูภาคใต้ ประจำวันที่ 8 มกราคม 2560 มีสภาวะน้ำท่วมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร จังหวัดตรัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีสายทางที่เสียหายจากน้ำท่วมจำนวนทั้งสิ้น 13 สายทาง ในจำนวนสายทางที่เสียหายมีถนนที่เสียหายจำนวนรวม 17 แห่ง แบ่งเป็นถนนที่เสียหายแต่ประชาชนยังสามารถสัญจรผ่านได้ จำนวน 8 แห่ง และถนนเสียหายที่ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้จำนวน 9 แห่ง

สำหรับถนนที่จังหวัดชุมพร การจราจรผ่านไม่ได้จำนวน 1 แห่ง คือ ทล.4134 หลังสวน – ละแม พื้นที่ อ.หลังสวน กม.17 คอสะพานขาด ซึ่งประชาชนสามารถใช้ทางเลี่ยงในชุมชน

จังหวัดตรัง การจราจรผ่านไม่ได้จำนวน 4 แห่ง คือ 1.ทล.419 ถนนวงแหวนรอบเมืองตรัง พื้นที่ อ.เมืองตรัง กม.2 ระดับน้ำสูง 45 ซม. เส้นทางเลี่ยงปิดการจราจร ให้ประชาชนใช้เส้นทาง ทล.403, ทล.4236 ถ.แพรก – ลำนาว พื้นที่ อ.ห้วยยอด กม.11 ระดับน้ำสูง 80 ซม., ทล.4258 บ้านซา – ควนชัน พื้นที่ อ.ห้วยยอด กม.10 – 11 ระดับน้ำสูง 60 ซม. และ ทล.4347 ตลาดฉุ้น – บ้านซา พื้นที่ อ.ห้วยยอด กม.1 – 2 ระดับน้ำสูง 55 ซม. เส้นทางเลี่ยงใช้ ทล.4 และ ทล.4258 แทน

ส่วนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เส้นทางที่การจราจรผ่านไม่ได้จำนวน 1 แห่ง คือ ทล.4151 กุมแป – ควนหนองหงส์ พื้นที่ อ.ชะอวด กม.9 – 12 ระดับน้ำสูง 50 ซม.

ส่วนจังหวัดพัทลุง การจราจรผ่านไม่ได้จำนวน 1 แห่ง ทล.4047 ลำปำ – พัทลุง พื้นที่ อ.เมืองพัทลุง กม.2 – 3 ระดับน้ำสูง 40 ซม. นอกจากนั้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังจากน้ำท่วมพบว่าการจราจรผ่านไม่ได้จำนวน 2 แห่ง คือ ทล.4112 สวนแตง – ไชยา พื้นที่ อ.ท่าชนะ กม.41 – 42 ระดับน้ำสูง 30 ซม. ใช้ทางเลี่ยง ทล.41542ทล.4192 เกาะมุกข์ – โมถ่าย ท้องที่ อ.ท่าฉาง กม.5 คันทางสไลด์ด้านขวาทาง ทั้งนี้ยังเกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ของภาคใต้

สถานการณ์ยังคงต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของกรมทางหลวงประกอบด้วย สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงในพื้นที่ เตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นตลอด 24 ชม. โดยภารกิจหลักตอนนี้คือ ช่วยให้การจราจรผ่านได้ก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่สะพานขาด หน่วยงานดำเนินการเองของกรมทางหลวง ได้แก่ ศูนย์สร้างทางและศูนย์สร้างและบูรณะสะพานในพื้นที่ เข้าพื้นที่แก้ไขโดยใช้เวลาอย่างรวดเร็วที่สุด หลังจากเมื่อน้ำลดจะทำการสำรวจความเสียหายเพื่อซ่อมแซมสู่ความยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัดระวังในการใช้เส้นทางเพิ่มขึ้น เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของผู้ใช้ทาง หากต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่าย ตลอด 24 ชั่วโมง).