บริการข่าวไทยรัฐ

'รอยล' เผย มรสุม ตต.เฉียงใต้ในอันดามันทำกทม.ฝนตก ชี้หลัง 10 ม.ค.ฝนจะลด

'รอยล' แจงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงในอันดามันยังมีอิทธิพล ต้นเหตุทำกรุงเทพฯ และภาคกลางหลายพื้นที่มีฝนตก ขณะที่จากการตรวจสอบของ 'วาฟ' ชี้ช่วง 8-10 ม.ค. 8 จว.ภาคใต้จะยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง แต่พ้น 10 ม.ค.ไปฝนจะเริ่มลด...

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณกรุงเทพมหานครมีฝนตกเกือบทั่วทุกพื้นที่ ตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเที่ยง โดยท้องฟ้ามืดครึ้มตลอดทั้งวัน และหลายพื้นที่ในภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี กระบี่ มีฝนตกหนักอีกครั้ง สร้างความกังวลแก่ประชาชนอย่างยิ่ง เพราะก่อนหน้านี้ระดับน้ำที่ท่วมอยู่เดิมลดลงมาแล้ว กลัวว่า น้ำจะขึ้นมาอีกรอบ โดยกลุ่มเมฆจากระบบภาพถ่ายดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาตรวจพบกลุ่มเมฆหนาแน่นปกคลุมทั่วทุกพื้นที่ของภาคใต้ ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ระบบโทรมาตรอัตโนมัติตรวจวัดปริมาณฝนสะสมจนถึงเวลา 10.00 น. พบว่า ฝนตกหนักถึงหนักมากในบริเวณภาคใต้ โดยมีฝนตกหนักที่ จ.ปัตตานี 98.6 มิลลิเมตร จ.ยะลา 79.2 มิลลิเมตร จ.นครศรีธรรมราช 74 มิลลิเมตร จ.ภูเก็ต 44 มิลลิเมตร และ จ.ชุมพร 41.8 มิลลิเมตร

นายรอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า สาเหตุที่เช้าวันที่ 8 ม.ค. กรุงเทพฯ มีฝนตกกระจายเกือบทั่วทุกพื้นที่ เพราะยังมีอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงซึ่งกำลังก่อตัวเป็นพายุอยู่ที่บริเวณทะเลอันดามัน โดยลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงนี้เคลื่อนตัวออกจากทะเลอันดามันช้าไปจากเดิมที่คาดการณ์เอาไว้ประมาณ 12 ชั่วโมง และดันความชื้นขึ้นมาถึงบริเวณภาคกลางตอนบน ส่งผลให้มีฝนตกครอบคลุมในภาคกลางหลายแห่งรวมทั้งกรุงเทพฯ


ผอ.สสนก.กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบแบบจำลองสภาวะอากาศ (วาฟ) พบว่า ช่วงวันที่ 8 -10 ม.ค. บริเวณความกดอากาศสูงที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนอ่อนกำลังลง ประกอบกับจะมีกระแสลมตะวันตกในระดับลมชั้นบนพัดปกคลุมภาคเหนือ ส่งผลให้ภาคเหนือจะมีฝนเกิดขึ้น ส่วนหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างได้เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กับชายฝั่งของ จ.กระบี่ และจะเคลื่อนตัวขึ้นเลียบชายฝั่งไปยัง จ.ระนอง จากนั้นจะเคลื่อนตัวออกไปยังทะเลอันดามันตอนบน ทำให้ยังคงมีลมที่หมุนเข้าสู่ศูนย์กลางหย่อมความกดอากาศต่ำพัดผ่านภาคใต้ส่งผลให้ภาคใต้จะยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต รวมทั้งจะมีฝนเกิดบริเวณภาคกลางตอนล่างและด้านตะวันตกของประเทศ จากนั้นฝนจะเริ่มลดลงในช่วงวันที่ 10 ม.ค.


นายรอยล กล่าวด้วยว่า ส่วนช่วงวันที่ 11-14 ม.ค. บริเวณความกดอากาศสูงที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ยังคงอ่อนกำลังลง ทำให้ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับกระแสลมตะวันตกในระดับลมชั้นบนยังคงพัดปกคลุมภาคเหนือ ส่งผลให้ภาคเหนือจะยังคงมีฝนเกิดขึ้น ส่วนหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลอันดามัน จะเคลื่อนตัวออกไปสู่อ่าวเบงกอลตอนบน ทำให้ลมที่พัดผ่านภาคใต้อ่อนกำลังลง ส่งผลให้ภาคใต้จะมีฝนลดลง ทั้งนี้หย่อมความกดอากาศต่ำในมหาสมุทรแปซิฟิกที่จะทวีกำลังแรงขึ้น และจะเคลื่อนตัวผ่านประเทศฟิลิปปินส์ตอนล่างเข้าสู่ทะเลจีนใต้ จากนั้นจะเคลื่อนที่ทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเข้าสู่ทะเลจีนใต้ตอนล่างและชายฝั่งประเทศเวียดนาม แล้วจะอ่อนกำลังลงไป.