นโยบายทรัมป์เริ่มออกฤทธิ์ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

นโยบายทรัมป์เริ่มออกฤทธิ์

แม้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯคนใหม่ ยังไม่ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 20 มกราคมนี้ แต่นโยบายต่างๆที่ทรัมป์หาเสียงไว้ก็เริ่มออกฤทธิ์แล้ว เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ทยอยสั่งงานและผลักดันนโยบายผ่านทวิตเตอร์และการไปพบกับนักธุรกิจใหญ่ด้วยตัวเอง เพื่อให้นโยบาย America First อเมริกาต้องมาก่อน บังเกิดผลอย่างจริงจัง ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯเริ่มส่อแววฟื้นตัวอย่างมีพลัง

สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารงานของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะ ผู้นำประเทศ ที่มาจากภาคธุรกิจ มีการทำงานที่ฉับไวรวดเร็ว แตกต่างจากผู้นำที่มาจากนักการเมือง

สดๆ ร้อนๆ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ ขู่จะเก็บภาษีจากโตโยต้า มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของโลกจากญี่ปุ่น หลังจากที่มีรายงานข่าวว่า โตโยต้าจะไป ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ในเม็กซิโก เพื่อผลิตรถยนต์รุ่นโคโรลล่าส่งไปขายในสหรัฐฯภายในปี 2019

นายอากิโอะ โตโยดะ ประธานใหญ่ของ โตโยต้า มอเตอร์ ก็ออกแถลงการณ์ในวันเดียวกันทันทีว่า เขาเห็นว่านโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรค แต่บริษัทยังคงมีแผนการผลิตรถเล็กในเม็กซิโกเช่นเดิม แต่จะไม่ลดปริมาณการผลิตในสหรัฐฯเช่นกัน
นับตั้งแต่โตโยต้าเข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ โตโยต้าได้ลงทุนไปแล้วกว่า 21,900 ล้านดอลลาร์ ราว 788,400 ล้านบาท มีโรงงานผลิตรถยนต์ 10 แห่ง มีดีลเลอร์ 1,500 ราย จ้างงานในสหรัฐฯกว่า 136,000 คน

คุณโตโยดะ ยังได้ตอกย้ำในงานเลี้ยงของ สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ประเทศญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ว่า ไม่ว่าใครขึ้นมาเป็นผู้นำสหรัฐฯ บริษัทยังคงมีนโยบายเช่นเดิม คือองค์กรธุรกิจที่มีธรรมาภิบาล จึงมีเป้าหมายที่ไม่ต่างกับนโยบายของทรัมป์ คือทำให้อุตสาหกรรมการผลิตในสหรัฐฯกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง โตโยต้าจะพยายามทำให้ดีที่สุด

เป็นท่าทีที่น่านับถืออย่างยิ่งของผู้นำบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่น

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ ก็ได้ทวีตข้อความวิจารณ์ ฟอร์ด บริษัทผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ที่มีแผนจะไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ขนาดเล็กในเม็กซิโก 1,600 ล้านดอลลาร์ เพื่อส่งรถยนต์กลับไปขายในสหรัฐฯโดยไม่ต้องเสียภาษี ส่งผลให้ผู้บริหารฟอร์ดตัดสินใจประกาศยกเลิกการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในเม็กซิโกทันที และประกาศว่าจะลงทุน 700 ล้านดอลลาร์ ขยายโรงงานผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯแทน

ผู้บริหารฟอร์ดได้แถลงกับสื่อในเรื่องนี้โดยอ้างว่า เนื่องจากยอดจำหน่ายรถยนต์ขนาดเล็กที่ชะลอตัวลง จึงไม่มีความจำเป็นต้องไปเพิ่มกำลังผลิตในต่างประเทศอีกต่อไป ส่วนการขยายกำลังผลิตในสหรัฐฯที่โรงงานมิชิแกนนั้น จะเน้นไปที่ยานยนต์แห่งอนาคต คือรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ที่ขับเคลื่อนได้เองโดยไร้คนขับ

ยังไม่ทันได้นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ นโยบายหาเสียงของทรัมป์ America First ก็ได้ขับเคลื่อนอย่างมีสัมฤทธิผลอย่างน่าทึ่ง

นอกจากนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้เสนอชื่อ โรเบิร์ต ไลท์ทิเชอร์ อดีตรองผู้แทนการค้าสหรัฐฯสมัย ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ที่มีแนวคิดเรื่อง การปกป้องทางการค้าของสหรัฐฯมาตลอด เป็น ผู้แทนการค้าสหรัฐฯคนใหม่ เพื่อสานต่อนโยบายปกป้องทางการค้าของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการ ยกเลิกข้อตกลงทางการค้า TPP และข้อตกลงเสรีทางการค้าอเมริกาเหนือ ซึ่ง ทรัมป์ เห็นว่า สหรัฐฯเสียเปรียบ ข้อตกลงเหล่านี้ทำให้คนอเมริกันตกงาน และขโมยความมั่งคั่งของชาวอเมริกันไป

เห็นที สงครามเย็น และ สงครามการค้าโลก คงจะระเบิดขึ้นอีกครั้งในไม่ช้า หลังจากวันที่ 20 มกราคมนี้เป็นต้นไป และคงจะหลีกหนีไปไม่พ้นแน่นอนแล้ว

แล้ว ประเทศไทย เตรียมรับมือ สงครามการค้า ที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้หรือยัง หรือยังฝันหวานว่าการส่งออกจะเพิ่มขึ้น และพูดแต่เรื่องเดิมๆอยู่ทุกวัน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”