น้ำป่าพัดมาวูบเดียวบ้านพัง ทรัพย์สินหาย ชาวพะโต๊ะ ชุมพร วอนช่วยเหลือ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

น้ำป่าพัดมาวูบเดียวบ้านพัง ทรัพย์สินหาย ชาวพะโต๊ะ ชุมพร วอนช่วยเหลือ

ชาวบ้านในหลายตำบลที่ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เดือดร้อนหนัก น้ำป่าพัดบ้านพังเสียหาย ต้องลอยคอในน้ำ กว่าจะขึ้นต้นไม้ใหญ่รอความช่วยเหลือ บางคนถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว วอนหน่วยงานภาครัฐช่วย

เมื่อวันที่ 8 ม.ค.60 นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร สั่งการหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่อำเภอพะโต๊ะ หลังจากที่เมื่อเช้ามืดของวันที่ 5 ม.ค.60 ที่ผ่านมา เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 4 ตำบล คือ พะโต๊ะ ปากทรง พระรักษ์ และปังหวาน ทำให้บ้านเรือนของชาวบ้านพังเสียหายจำนวนมาก รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และทรัพย์สินของชาวบ้านไหลไปกับน้ำ จนบางรายแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่มีแม้เสื้อผ้าที่ใส่ ชาวบ้านต้องช่วยกันนำเสื้อผ้ามาให้ใส่ชั่วคราว


นางศิวลิน อินทร์คำ อายุ 55 ปี เจ้าของแพมาลิน ซึ่งเป็นผู้ประกอบการให้บริการล่องแพกับนักท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดในอำเภอพะโต๊ะ กล่าวว่า บ้านสร้างอยู่ใกล้กับริมแม่น้ำพะโต๊ะ เมื่อช่วงตี 1 ของวันที่ 5 ม.ค.60 ได้เร่งเก็บของไว้ที่สูงเพื่อหนีน้ำกับลูกชายและคนงานรวม 5 ชีวิต ประมาณตี 5 ระน้ำได้เพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว จึงพากันหนีน้ำป่าขึ้นไปอยู่หลังคาบนชั้น 2


นางศิวลิน กล่าวอีกว่า แต่บ้านสั่นทำท่าจะพังลงมา จึงพากันลอยคอไปปีนต้นไม้สูงซึ่งอยู่ใกล้ๆ สักพักบ้านก็พังลงไปทั้งหลัง แต่กระแสน้ำไหลแรงมากทำให้ต้นไม่ที่ไปอาศัยอยู่โค่นลงมาอีก ทำให้ทั้ง 5 ชีวิตไหลกับกับน้ำ โชคดีที่ลอยไปติดกับต้นไม้อีกต้น ทำให้รอดชีวิตมาได้ และติดอยู่หลายชั่วโมง หน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่จะมาช่วยเหลือเพราะกระแสน้ำไหลแรงและเชี่ยวมาก

ทั้งนี้ขอวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ เนื่องจากวันที่ 11-12 ก.พ.60 ที่พะโต๊ะจะมีงานเทศกาลล่องแพ ซึ่งจะทำให้ครอบครัวของตนพอมีรายได้ขึ้นมาบ้าง เพราะขณะนี้ตนไม่เหลือทรัพย์สินอะไรเลยแม้แต่เสื้อผ้าก็ไหลไปกับน้ำหมด


ผู้สื่อข่าวยังรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ที่บริเวณวัดแหลมทรายซึ่งเป็นพื้นลุ่มที่ต่ำ หมู่ที่ 2 ตำบลพะโต๊ะ น้ำป่าได้ซัดบ้านเรือนของชาวบ้านพังไป 4 หลังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลัง อีก 3 หลังเสียหายบางส่วน และน้ำป่ายังได้ซัดเอาโคลนมาหนาเกือบ 1 ฟุต ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก


ทั้งนี้ยังคงมีบ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่อำเภอพะโต๊ะพังเสียหายอีกเกือบ 20 หลัง และยังไม่สามารถสรุปความเสียหายได้ เนื่องจากขณะนี้บางพื้นที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ และในพื้นที่ยังคงมีการเฝ้าระวังเนื่องจากยังมีฝนตกโปรยปรายลงมาอยู่.


advertisement