น้ำท่วมนครศรีฯ ตาย7 เปิดบัญชีขอน้ำใจคนไทยช่วย-เตรียมเปิดสนามบิน 9 ม.ค. - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

น้ำท่วมนครศรีฯ ตาย7 เปิดบัญชีขอน้ำใจคนไทยช่วย-เตรียมเปิดสนามบิน 9 ม.ค.

สรุปความเสียหายน้ำท่วม นครศรีธรรมราช 23 อำเภอ มีผู้ได้รับผลกระทบเกือบ 3.6 แสนคน เสียชีวิต 7 คน มีอีกจำนวนมากที่ยังถูกตัดขาดเข้าไม่ถึง ทางการเร่งช่วย ส่วนสนามบินฯ คาดเปิดใช้ได้ 9 ม.ค.นี้... 

วันที่ 8 ม.ค. 60 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช เผยว่า ตามที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ประสบอุทกภัยอย่างรุนแรง ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2560 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งหนักที่สุดในรอบ 30 ปี มีพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 23 อำเภอ 154 ตำบล 1,284 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 359,459 คน 125,202 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตจำนวน 7 ราย จนกระทรวงมหาดไทยได้ยกระดับอุทกภัยภาคใต้ครั้งนี้เป็นสาธารณภัยขนาดใหญ่ระดับ 3

จังหวัดเปิดบัญชีธนาคาร บริจาคช่วยผู้ประสบภัย

จังหวัดนครศรีธรรมราชจึงได้ประกาศเชิญชวนชาวไทยทั่วประเทศร่วมกันบริจาคเงินสด และสิ่งของ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยสามารถโอนเงินเข้าบัญชี กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช ธนาคารกรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัส นครศรีธรรมราช เลขบัญชี 779-0-43256-7 หรือบริจาคสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ได้ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-7534-1063


ชะอวด-จุฬาภรณ์-ทุ่งสง เสียหายหนัก 

อำเภอที่เสียหายหนักสุดคือ อ.ชะอวด อ.จุฬาภรณ์ อ.ทุ่งสง อ.สิชล อ.เมือง อ.ท่าศาลา อ.นบพิตำ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.เชียรใหญ่ อ.ปากพนัง อ.ฉวาง อ.พิปูน อ.ช้างกลาง ซึ่งระดับน้ำได้เริ่มลดลงสู่สภาวะปกติแล้ว

รถยนต์วิ่งได้-รถไฟรอก่อน

ทั้งนี้ การสัญจรเส้นทางสายหลักนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช-ทุ่งสง และถนนสายเอเซีย 41 รถสามารถวิ่งได้ตลอดสาย ยกเว้นรถไฟสามารถวิ่งได้ถึงสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสงเท่านั้น แล้วต่อรถไปยังสถานีชุมทางหาดใหญ่ เพราะรางรถไฟเสียหายหลายจุดจากน้ำท่วม อยู่ระหว่างการซ่อมแซม คาดว่าจะใช้การได้ปกติภายใน 2-3 วัน

เตรียมเปิดใช้สนามบินนครศรีธรรมราช 

ขณะที่สนามบินนครศรีธรรมราช ระดับน้ำรอบๆ ทางเข้าสนามบินเริ่มลดลง แต่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่บ้าง คาดว่าจะเปิดใช้ได้ตามปกติในวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค.) ซึ่งต้องรอประกาศจากท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชอีกครั้งหนึ่ง และในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังมีท่วมขังอยู่ในหลายซอย คาดวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค.) จะเข้าสู่สภาวะปกติ

อากาศยังปิด ฮ.ขึ้นบินหย่อนอาหารไม่ได้ 

ที่ อ.สิชล พบพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือ บ้านห้วยแก้ว ม.3 ต.เขาน้อยถนนเป็นถนนของทางหลวงชนบท เชื่อมต่อกันกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถนนฝายน้ำล้น 2 จุด หายไปกับน้ำ สะพานคอนกรีต 1 จุด ทรุดใช้ไม่ได้ มีบ้านพังหายไปกับกระแสน้ำจำนวน 4 หลัง และพังเสียหายกว่า 10 หลัง การเดินทางต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร มีชาวบ้านอาศัยอยู่ประมาณ 50 หลังคาเรือน เส้นทางเข้าลำบาก มีดินสไลด์มาปิดถนนตลอดสาย เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือต้องเดินลัดเลาะริมป่าเข้าไปช่วย ในเบื้องต้นสามารถนำถุงยังชีพไปให้ได้แล้วจำนวน 20 ชุด ซึ่งตามกำหนดการจะมีทหารนำเฮลิคอปเตอร์ไปหย่อนอาหารให้เช้าวันนี้ แต่อากาศปิด เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถยกตัวได้ เจ้าหน้าที่เร่งหาทางช่วยเหลือ

หมู่บ้านติดเขา เสาไฟล้ม ยังเข้าไปซ่อมไม่ได้

ส่วนที่ตำบลเทพราช อ.สิชล ได้รับความเสียหายหนักบริเวณ หมู่ 10 และหมู่ 15 เจ้าหน้าที่สร้างสะพานไม้เชื่อมต่อระหว่าง ม.5 กับหมู่ที่ 10 ได้เรียบร้อยแล้ว ขณะที่หมู่ 15 เป็นพื้นที่ด้านในสุดติดกับภูเขา สายไฟแรงสูงล้ม ไฟดับ รถไม่สามารถเข้าซ่อมแซมได้  ถนนพังเสียหายมากที่สุดของตำบลเทพราช ซึ่งเมื่อระดับน้ำลดเจ้าหน้าที่ไฟฟ้า และอบต.เทพราชจะทำการซ่อมแซมทันที


จยย.ถูกน้ำซัดจมคลอง 6 ปี โผล่คืนเจ้าของ
 

อย่างไรก็ตาม ที่ ม.10 ต.เทพราช รถจักรยานยนต์จมหาย 6 ปี ชาวบ้านได้พบซากรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง-ขาว หมายเลขทะเบียน คทล 513 นครศรีธรรมราช ของนายสมโภชน์ ใจห้าว อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ 10 ต.เทพราช อ.สิชล ที่จมน้ำทั้งคันตั้งแต่น้ำท่วมหนักตั้งแต่ปี 54 ที่จมหายไปกับกระแสน้ำดินถล่มในครั้งนั้น ชาวบ้านพบโผล่ในคลองที่หมู่ 10 บ้านอ่าวยางแดง อยู่ในสภาพดี พบห่างจากจุดที่จมประมาณ 20 เมตร สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก

วอนเร่งสำรวจช่วยเหลือ หลังน้ำลด 

ส่วน อ.ชะอวด อ.ทุ่งสง อ.สิชล อ.นบพิตำ หลังน้ำลดแล้วได้ปรากฏว่าความเสียหายให้เห็นจำนวนมาก ทั้งบ้านเรือนพัง สะพานพัง ถนนพังเสียหาย โรงเรียน ตชด.บ้านเขาวัง อ.ร่อนพิบูลย์ เสียหายบางส่วน และความเสียหายอื่นๆ อยู่ระหว่างการสำรวจและบูรณะซ่อมแซมต่อไป ส่วนการช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนปรากฏว่ายังไม่ทั่วถึง เพราะเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก ราษฎรวอนหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาช่วยเหลือโดยด่วน รวมทั้งพื้นที่เกษตรนาข้าว สวนยาง สวนผลไม้ และสวนส้มโอของราษฎรก็ได้รับความเสียหายมากเช่นกัน 

คนชะอวดร้องถูกลืม น้ำท่วมเป็นเดือน ไม่มีใครช่วย

ขณะเดียวกันชาวบ้าน ต.เคร็ง อ.ชะอวด โดยนายชัยวัฒน์ ศรีแก้ว ชาวบ้าน ม.3 ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช และ นางนิตย์ ภิรมย์รักษ์ อยู่บ้านเลขที่ 130/1 หมู่ 3 บ้านควนยาว ต.เคร็ง ร้องเรียนขอความช่วยเหลือมายังสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านควนยาว ต.เคร็ง ถูกน้ำท่วมหนัก 3 รอบ ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. 2559 โดยน้ำท่วมขังต่อเนื่อง ระดับน้ำเฉลี่ยกว่า 1.5 เมตร จนถึงขณะนี้ชาวบ้านประมาณ 200 ครัวเรือน ไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย ทาง อบต.เคร็ง ไม่เคยเข้ามาดูแล ไม่เคยประกาศแจ้งเตือน หรือชี้แจงใดๆ ระดับอำเภอ จังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่เข้ามาดูแลช่วยเหลือแม้แต่น้อย


“ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส โดยเฉพาะน้ำดื่ม อาหาร เริ่มขาดแคลน ชาวบ้านเข้าใจดีว่าน้ำท่วม 3 รอบมีพื้นที่ได้รับผลกระทบกว้างขวาง การช่วยเหลืออาจจะล่าช้า ไม่ทั่วถึง จึงพยายามอดทนรอมาตลอด แต่น้ำท่วมมานานกว่า 1 เดือน ทุกอย่างยังเงียบ ติดตามข่าวทางสื่อมวลชนว่ามีการเข้ามาช่วยเหลือในพื้นที่ใกล้เคียง ต.เคร็ง ทาง อบต.รับถุงยังชีพมาแล้ว แต่ไม่เห็นนำออกมาแจกจ่ายชาวบ้าน  ทราบว่าชาวบ้านจากบ้านนาดอน หมู่ 3 ซึ่งได้รับผลกระทบน้อยกว่ามากก็ให้ไปเอาถุงยังชีพที่ อบต.เคร็ง แต่บ้านควนยาวกลับไม่ได้ จึงอยากวิงวอนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบ้าง สามารถติดต่อได้ที่โทร. 08-2439-6151”

ยันจระเข้สวนสัตว์ทุ่งท่าลาด มี 4 ตัว ยังอยู่ครบ

นายมนัส พงศ์ยี่หล้า รองนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เผยว่า กรณีที่มีข่าวว่ามีจระเข้ในสวนสัตว์สวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 ทุ่งท่าลาด อ.เมืองนครศรีธรรมราช ถูกน้ำท่วมหลุดออกภายนอกไป 11 ตัวนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะได้ทำกรงไว้อย่างแน่นหนาและสูงกว่าเดิมมาก ที่สำคัญจระเข้มีเพียง 4 ตัวยังอยู่ครบ ส่วนที่มีข่าว 11 ตัว ยืนยันว่าไม่ใช่ของทุ่งท่าลาดแน่นอน แต่อาจจะเป็นของฟาร์มเอกชนก็ได้ ส่วนสัตว์อื่นๆ ในสวนสัตว์ได้อพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว

ปศุสัตว์ขนหญ้าแห้ง 5 หมื่นกก. ให้สัตว์กิน

วันที่ 8 มกราคม 2560 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งระดมรถยนต์บรรทุก 9 คัน บรรทุกหญ้าแห้งที่ได้รับจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการอาหารสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 2,500 ฟ่อน หรือ 50,000 กิโลกรัม เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนอาหารสัตว์จากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมเร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ นำรถบรรทุกหญ้าแห้ง อาหารสัตว์ เวชภัณฑ์ รวมทั้งคอกสัตว์เคลื่อนที่เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ น้ำท่วมที่สูงและต่อเนื่องนาน 5 วัน ส่งผลให้สัตว์เลี้ยง วัว ตายหลายตัว เนื่องจากขาดแคลนอาหาร และถูกกระแสน้ำพัดจมช โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอชะอวดชน้ำท่วมสูง 2-3 เมตร ซึ่งหลังจากน้ำลดกลับสู่ภาวะปกติ ทางปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราชจะเข้าสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป

เปิดโรงครัว มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก

เช้าวันที่ 8 ม.ค. ร้านอาหารคันทรีโฮม อ.เมืองนครศรีธรรมราช มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ได้ประทานโรงครัวเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ทำอาหารแจกจ่ายราษฎรผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งแจกถุงยังชีพพระราชทาน และยังประทานโรงครัวเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ในพื้นที่ อ.ชะอวด อ.ทุ่งสง ทำอาหารแจกจ่ายแก่ราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างทั่วถึง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

ทหาร มทบ.41 ลุยน้ำแจกของช่วยผู้ประสบภัย

เมื่อค่ำวันที่ 7 ม.ค. พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ.41 พร้อมกำลังทหาร มทบ.41 ลุยน้ำท่วมแจกถุงยังชีพและอาหารกล่องช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เนื่องพบว่ายังมีราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมจำนวนมากยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เพราะพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมกว้างมาก และผู้ประสบภัยมีจำนวนมาก.