บริการข่าวไทยรัฐ

ช่องหายใจนักการเมือง

มีการโฆษณากล่าวอ้างมาตั้งแต่เริ่มต้น ในขณะที่กำลังร่างรัฐธรรมนูญใหม่ อ้างว่าเป็นฉบับปราบโกง มีมาตรการป้องกันไม่ให้คนไม่ดีหรือผู้ทุจริต ไม่ให้มีอำนาจปกครองประเทศ มีกลไกในการลงโทษผู้ทุจริต เช่น ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ก็แก้ไขปรับปรุงให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ต้องคำพิพากษาด้วย

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง ไม่ใช่นวัตกรรมใหม่ แต่มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 และสืบทอดต่อโดยฉบับ 2550 เป็นระบบศาลเดียว ไม่ต้องผ่านศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เพราะคำพิพากษาของศาลฎีกา “เป็นที่สุด” ถ้าผิดติดคุกทันที แต่รัฐธรรมนูญ 2550 แก้ไขให้อุทธรณ์ได้ ถ้ามีพยานหลักฐานใหม่ อันอาจให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนไป

แม้จะมีการแก้ไขเพื่อเปิดท่อหายใจให้ผู้ต้องคำพิพากษา แต่นักการเมืองมองว่าแทบจะไม่ได้ประโยชน์ แม้แต่เลขาธิการศาลยุติธรรม ก็เห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีหลักฐานใหม่และอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่จึงแก้ไข ให้อุทธรณ์ได้โดยอัตโนมัติ ทั้งด้านข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยไม่ต้องมีหลักฐานใหม่ คดีรับจำนำข้าวก็อุทธรณ์ได้

ก่อนหน้านี้ นักการเมืองกลัวศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯกันมาก เพราะติดคุกทันที บางคนหลบหนีออกนอกประเทศ ก่อนที่ศาลจะพิพากษา บางคนเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยุบศาลดังกล่าว โดยอ้างว่าขัดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพราะเป็นระบบศาลเดียว หารู้ไม่ว่า แม้แต่ศาลโลกที่ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา ก็ระบบศาลเดียว

ศาลฎีกาคดีอาญาการเมืองเป็นองค์กรสำคัญในการเปลี่ยนแปลง และนำการเมืองไทยเข้าสู่ยุคใหม่ ยุคที่มีการตรวจสอบเข้มข้นยิ่งขึ้น นักการเมืองระดับบิ๊กๆติดคุกไปหลายคน ต่างจากในอดีตที่ระดับอดีตนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมักจะรอดคุกแม้จะทำความผิด เพราะต้องผ่านกระบวนการปกติเช่นตำรวจ ซึ่งอยู่ใต้บัญชารัฐบาล

ตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ผู้ที่อาจถูกฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญา นักการเมืองไม่ได้มีแค่นักการเมือง แต่รวมถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และกรรมการองค์กรอิสระต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. หรือ กกต. ที่ถูกร้องเรียกกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ หรือทุจริตต่อหน้าที่ เป็นการลบล้างข้อครหาของนักการเมืองบางกลุ่ม ที่หาว่าองค์กรอิสระอยู่เหนือการตรวจสอบ

ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่เปิดช่องหายใจให้นักการเมืองที่ต้องคำพิพากษาศาลฎีกามีสิทธิอุทธรณ์ได้โดยอัตโนมัติ น่าจะทำให้นักการเมืองยอมรับมากขึ้น ขณะเดียวกัน ศาลก็ยังมีอำนาจหน้าที่ปราบโกงตามปกติ แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ถ้ามีการโละองค์กรอิสระและแต่งตั้งใหม่ โดยองค์กรที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. เช่น สนช. หรือวุฒิสภา องค์กรอิสระยังเป็นอิสระหรือไม่?