วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จบ...โวหาร

หลังวิวาทะสนั่นเมือง...ระหว่าง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ปราชญ์ทางโลกกับท่านอาจารย์พุทธทาส ปราชญ์ทางธรรม เรื่อง “ความว่าง” ก่อนสอนอะไร ท่านพุทธทาสต้องขอแยกคำไหนใช้ในภาษาคน

คำไหนใช้ในภาษาธรรม

เช่น...คำว่า โวหาร ที่ภาษาคนใช้ในการพูดจา...ต้นศัพท์โวหาระ เดิมๆแปลว่า การลงทุนเพื่อกำไร

(ชีวิตโวหารธรรมะใกล้มือ หนังสือเล่มน้อย ให้ผู้อื่นต่อไป แบ่งปันเป็นธรรมทาน)

ในพุทธกาล ยุคสมัยของการแสวงหา...นักบวชดิ้นรนหาความหลุดพ้นทางใจ พ่อค้าก็แสวงหาการหลุดพ้นจากโวหาร คือหยุดค้ากำไร

พ่อค้าคนไหนค้าขายจนร่ำรวย...รวยมากๆ เลยคำว่าคฤหบดี เลยคำว่าเศรษฐี ถึงจุดอิ่มตัว ก็วางมือปล่อยให้ลูกหลานทำมาค้ากำไรต่อ...ตัวเองนุ่งขาวห่มขาว...เที่ยวเดินลอยชาย หาความสนุกเพลิดเพลินไปวันๆ

คำเรียกโวหารสมุทเฉโท เป็นค่านิยมแห่งศักดิ์ศรี เป็นที่ชื่นชมของยุคสมัย

แล้วก็ให้บังเอิญ สถานที่เป็นที่รื่นรมย์น่าจะสุขสบายก็คือวัดที่พระพุทธเจ้าประทับเทศนา...วันหนึ่ง โวหารสมุทเฉโท...ท่านนั้นก็แวะเวียนไปถึง

“คฤหบดีเชิญนั่ง” พระพุทธเจ้าจะทรงรู้ หรือไม่รู้ก็ไม่มีใครรู้ แต่เกิดปฏิกิริยาไม่พอใจแขก ไม่ยอมนั่ง คำเชิญครั้งที่สอง ก็ยังไม่นั่ง ท่าทางจะโกรธยิ่งขึ้น

จบคำ คฤหบดีเชิญนั่ง ครั้งที่สาม แขกก็ตวาดแหว

“ทำไม เรียกข้าพเจ้าว่าคฤหบดี ข้าพเจ้าเป็นโวหารสมุทเฉโท...แล้ว รู้หรือไม่”

“โวหารสมุทเฉโท แบบ (โลก) ของท่าน ไม่ใช่แบบสูงสุด”

พระพุทธองค์ตรัสต่อ...การจบโวหาร คือการค้ากำไรของมนุษย์ ประโยชน์สูงสุดเทียบไม่ได้กับการจบโวหารทางธรรม คือการบรรลุมรรคผลนิพพาน

“โวหารสมุทเฉโทแบบท่าน ยังมีบ้าน ที่เรือนยังมีลูกมีเมีย ยังมีอะไรรบกวนจิตใจ กิเลสภายในก็มี กิเลสภายนอกก็มี ท่านก็ทนไม่ได้ ดูดายมันไม่ได้ จึงจะเรียกว่าจบโวหารได้หรือ”

พ่อค้านายนั้น พื้นฐานฉลาดมีปัญญา ฟังแล้วก็เห็นจริง...ลดทิฐิยอมนั่งฟังธรรม

ท่านอาจารย์พุทธทาส เล่าเรื่องนี้แล้วอธิบาย...ชีวิตทุกชีวิต ต้องมีการลงทุน หรือการพัฒนาให้สูงขึ้นไปๆ

ข้าราชการบำนาญ รับบำนาญเยอะแต่ก็ยังไม่จบ ยังอยากรับต่อ ออกไปหาลำไพ่...หาชั่วโมงทำงาน ราคาแพง

ไม่รู้ตัวเลย ถึงวันตายได้ความตายมาช่วยจึงจะจบลงได้

เมื่อพระที่มาบวชในสวนโมกข์ มาขอลาสึก...หลวงพ่อพุทธทาส ท่านก็สอนให้ใช้วิชา “ ชีวิตโวหาร” หรือคือการหากำไรในชีวิตปุถุชนสามข้อ...คือทรัพย์ ยศ และไมตรี

สึกออกไปทำมาหากิน มีทรัพย์สมบัติพอตัว มีเกียรติยศพอตัว มีไมตรีมีคนรักใคร่เป็นพรรคพวก..ซึ่งก็เป็นคำสอน...ให้ใช้ชีวิตอย่างตาพราหมณ์...โวหารสมุทเฉโท คนนั้น

คำสอนนี้ให้ประโยชน์ในโลกนี้ ประโยชน์ในโลกหน้า...ถ้าคือสวรรค์ เป็นเทพบุตรเป็นนางฟ้า ก็ยังมีกิเลส ยังรบกันอยู่กับกิเลส

ตัวอย่างล่า...นายกฯประยุทธ์ท่านตั้งใจแต่งเพลงชื่อ “สะพาน” เปรียบตัวเองเป็นสะพานมั่นคง ให้ประชาชนเดินข้ามไปสู่ความสงบสุข...จะถือว่านายกฯท่านเป็นโวหารสมุทเฉโท...หลุดพ้นแบบโลกๆก็คงได้

ซึ่งจะว่าไป ถ้าท่านทำได้จริง สัมผัสจับต้องได้จริง ก็น่าชื่นใจจริงๆ

เรื่องโวหารสมุทเฉโททางธรรม ผมว่านะ...น่าจะยกให้พระระดับสมภารบางวัดท่านจบกันเอง

ส่วนจะจบอยู่ในวัด หรือจะจบในคุกนั้น...ก็แล้วแต่อัธยาศัย เรียกว่าจบ...ได้เหมือนกัน.

กิเลน ประลองเชิง