บริการข่าวไทยรัฐ

ศาสตร์พระราชา..บนดอยสูง ตามรอยพ่อ 3 ปี..ปลดหนี้หมด

ภาพรวม จ.น่าน อาจเห็นภูเขาหัวโล้นไกลสุดลูกหูลูกตา แต่ถ้าลัดเลาะตามทิวเขาไปถึง ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา อันเป็นที่ตั้งแปลงไร่นาเกษตร โครงการปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ...สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ภูเขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง จากไม้ยืนต้น ไม้ผล

“เดิมทำเกษตรเชิงเดี่ยวบนพื้นที่ป่า ปลูกข้าวไร่ ข้าวโพด ต่อมาทางการแบ่งพื้นที่ให้ใช้ประโยชน์ 20 ไร่ แต่เป็นที่ราบแค่ 3 ไร่ 2 งาน จนปี 2551 เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา ชาวบ้านแทบสิ้นเนื้อ ประดาตัว ปีถัดมามูลนิธิปิดทองหลังพระ เข้ามาส่งเสริมแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ส่งไปศึกษาดูงานที่ดอยตุง จ.เชียงราย แล้วนำสิ่งต่างๆกลับมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่จนปัจจุบัน”

ณัฏฐณิชา มังคละ เกษตรกรกรตัวอย่างในโครงการปิดทองหลังพระฯ เล่าถึงที่มาก่อนจะกลายมาเป็นแปลงไร่นาเกษตรฯให้ชาวบ้านได้เรียนรู้...หลังไปดูงานที่ดอยตุง ได้ข้อคิดที่นี่ได้เปรียบดอยตุงหลายเรื่อง โดยเฉพาะคนที่นี่อยู่กันมานานเหมือนญาติพี่น้อง ไม่ได้มีหลายเผ่าพันธุ์เหมือนดอยตุง

แต่มีจุดด้อย...บริหารจัดการน้ำไม่เป็น ยามหน้าฝนน้ำท่วม หน้าแล้งขาดน้ำ

จึงร่วมกับเพื่อนที่ไปดูงานด้วยกัน 5 คน นำดอยตุงโมเดลมาใช้ ลบข้อด้อยเรื่องบริหารจัดการน้ำ ช่วยกันสร้างฝายให้ชาวบ้านได้เห็น สิ่งที่เรียนรู้มาช่วยให้มีน้ำกินน้ำใช้จริง...จากนั้นเริ่มมีชาวบ้านเข้ามาร่วมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเครือข่ายช่วยกันอนุรักษ์น้ำและป่า

เมื่อเริ่มมีน้ำไม่ขาด ดอยตุงโมเดลเฟส 2 ก็กำเนิดขึ้น เพื่อให้เกิดป่าอนุรักษ์ 60% ป่าเศรษฐกิจ 20% ป่าใช้สอย 8% ที่ทำกิน 10% และที่อยู่อาศัย 2%...ทำเกษตรผสมผสาน พื้นที่ราบปลูกข้าว ปลูกพืชผักหมุนเวียน หลังนาปลูกข้าวโพดหวาน เลี้ยงเป็ดไข่ ไก่ไข่ เลี้ยงหมู ขุดบ่อเลี้ยงปลาและกักเก็บน้ำ เปรียบเสมือนมีซุปเปอร์มาร์เก็ตในบ้าน


พื้นที่ภูเขาลาดเอียงปลูกไม้ผล สลับกับไม้ยืนต้นเศรษฐกิจ เสมือนหยอดกระปุกเก็บเงินระยะยาว 5 ปี ขึ้นไป จึงได้ผลผลิต แถมยังเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยเป็นแนวกำบังลมฝน ไม่ให้น้ำป่าท่วมไหลหลากเช่นในอดีต ต่อมาเริ่มได้รับเครื่องสีข้าวในชุมชน นำข้าวกล่ำลืมผัวที่ผลิตได้ใส่ถุงขายเอง พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ สบู่ข้าวกล่ำ สบู่สมุนไพรท้องถิ่น ชาข้าวกล่ำ ฯลฯ

จากเดิมปลูกพืชเชิงเดี่ยว 20 ไร่ แม้บางปีจะเหลือกำไร 3,650 บาท แต่รวมแล้วตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา มีหนี้สินติดตัว 67,000 บาท...แต่พอปรับเปลี่ยนมาเดินตามรอยในหลวง รัชกาลที่ 9 ในปี 2552 เริ่มมีรายได้หลังหักต้นทุนกระเตื้องมาเป็นหลักหมื่น จนปี 2554 นอกจากล้างหนี้สินได้ทั้งหมด ยังเหลือกำไร 145,697 บาท

ล่าสุดปี 2558 ปีเดียว มีรายได้ 237,475 บาท หักต้นทุนเหลือกำไร 177,755 บาท...ทั้งที่ทำกินในพื้นที่แค่เพียง 3 ไร่ครึ่ง ไม่เหมือนอดีต 20 ปี ทำ 20 ไร่ มีแต่หนี้

เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ สะท้อนให้เห็นว่า ศาสตร์แห่งพระราชา ทำให้ราษฎรอยู่ได้อย่างมีความสุข ไม่มีหนี้สิน แม้จะไม่ทำให้รวยล้นฟ้า แต่ก็อยู่กับป่าแบบพึ่งพาอาศัยกันได้โดยไม่ขัดสน ไม่จนใจ.


กรวัฒน์ วีนิล