ทรัมป์ไม่เอาการค้าเสรี - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ทรัมป์ไม่เอาการค้าเสรี

9 มกราคม 2525 บาลานซ์ (ติวเตอร์หมู) ตั้งมาให้บริการครั้งแรกจนถึงวันนี้ 9 มกราคม 2560 ก็ครบ 35 ปีแล้วครับ ตอนแรกพ่อผมสอนภาษาอังกฤษ แต่พอตอนหลังมีคนลักลอบนำข้อสอบมาเฉลยล่วงหน้าก่อนสอบ เมื่อทุจริตได้คนก็ไม่มาติวกันแล้ว ครอบครัว ผมก็หันมากวดเข้ารับราชการโดยเน้นไปทางสอบเข้าตำรวจ

เกือบทุกปีจะมีข่าวทุจริตสอบเข้าตำรวจ ทั้งที่ในวงการก็รู้กันว่าแก๊งไหนกลุ่มใด แต่ไม่เคยประกาศหรือจัดการให้สิ้นซากเด็ดขาด คดีอื่นเอาคนทำผิดมาแถลงข่าว แต่คดีอย่างนี้ซึ่งเป็นเรื่องอนาคตของบ้านเมืองและเป็นศักดิ์ศรีขององค์กร กลับเงียบเฉยไปทุกปี

เอาละครับ กลับมาเรื่องระหว่างประเทศกันบ้าง ผมว่า ความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือหรือ NAFTA น่าจะพัง ถ้าไม่พังก็จะลดความสำคัญลงไปมาก คนที่จะฆ่านาฟตาก็คือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ตอนที่ตั้งนาฟตาขึ้นมา ทุกคนก็มีความมุ่งหวังตั้งใจว่าทั้งสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก จะร่วมมือกันแสวงหาตลาดส่งออกและลดต้นทุนการผลิตเพื่อให้สินค้าที่ผลิตในทวีปอเมริกาเหนือมีราคาถูกลง จนสามารถเข้าไปแข่งขันกับตลาดโลกได้

ก่อนหน้าที่จะตั้งนาฟตา ผู้อ่านท่านคงจำได้นะครับว่า เศรษฐกิจ ในยุโรปแย่มาก สหภาพยุโรปแก้ไขปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอยด้วยการเปิดตลาดเสรีเป็นตลาดเดียว พอประเทศในทวีปยุโรปรวมตัวกันได้ ผู้นำอเมริกันก็ตระหนกตกใจรีบไปสะกิดแคนาดาและเม็กซิโกให้มาประชุมกันหน่อย โดยประชุมครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2535 จากนั้นก็พัฒนาข้อตกลงต่างๆ จนกลายเป็นความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือที่มีความมุ่งหวังตั้งใจว่า จะเปิดเสรีทางการค้าระหว่างกันให้เป็นตลาดเดียว และจะลดอัตราภาษีศุลกากรให้เหลือร้อยละ 0 ภายในเวลา 5 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2537

แต่วาจาและพฤติกรรมของทรัมป์ไม่ได้สนใจไยดีนาฟตา ในทางตรงกันข้าม กลับพูดจากีดกันเม็กซิโกและแคนาดาหลายครั้ง ล่าสุด ก็มีประเด็นเรื่องที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ส จะไปสร้างโรงงานแห่งใหม่ในรัฐบาฮา เม็กซิโก เพื่อผลิตรถยนต์โคโรลล่า และนำกลับมาขายในสหรัฐฯ เพราะต้นทุนการผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯนั้นสูงมาก ค่าจ้างแรงงานในสหรัฐฯสูงกว่าเม็กซิโก และค่าดำเนินการอื่นๆก็แพง

ไม่ใช่เฉพาะโตโยต้า มอเตอร์ส เท่านั้นนะครับ ฟอร์ดก็มีแผนจะย้ายการผลิตรถยนต์เล็กจากรัฐมิชิแกนไปเม็กซิโกด้วย

ทรัมป์เป็นว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนแรกที่ออกมาให้ข่าวว่าตนจะทำอย่างโน้นอย่างนี้ก่อนการสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง (ซึ่งทุกคนสาบานตนตรงกันในวันที่ 20 มกราคมหลังจากปีที่ได้รับการเลือกตั้ง) ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์เมื่อวันก่อนเรื่องที่โตโยต้ามอเตอร์ส จะไปตั้งโรงงานในเม็กซิโกว่า “ไม่มีทาง” แถมบอกต่ออีกว่า “จงสร้างโรงงานในสหรัฐฯ หรือไม่ก็ต้องจ่ายภาษีศุลกากรมหาศาล”

ไม่ใช่เฉพาะโตโยต้าของญี่ปุ่นเท่านั้น ทรัมป์ขู่บริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส ซึ่งผลิตรถฟอร์ดด้วยว่า จะต้องเจอภาษีศุลกากรสูงมากเช่นกัน ที่หลายคนตระหนกตกใจก็ตรงที่ทรัมป์บอกว่า จะต้องไปเจรจาเงื่อนไขข้อตกลงของนาฟตากับแคนาดาและเม็กซิโกใหม่ หรือไม่ก็เลิกนาฟตาไปเลย

การค้าเสรีเริ่มในยุคของจอร์จ บุช ผู้พ่อ ซึ่งสมัยนั้น สหรัฐฯ ใช้การค้าเสรีในการเข้าไปทะลุทะลวงการค้ากับประเทศอื่น เป็นเวลายี่สิบกว่าปีที่โลกชินกับการค้าเสรี แต่การกระดิกพลิกตัวของทรัมป์ทำให้เราเห็นว่า โลกกำลังจะเข้าสู่การกีดกันทางการค้าแบบเดิม ประเทศใหญ่จะได้เปรียบและกดดันประเทศเล็ก ระบบตัวใครตัวมันจะกลับมา

อุปสรรคทางการค้าที่เป็นภาษี (Tariff Barriers) จะกลับมามีบทบาท รวมทั้งอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers) อย่างการจำกัดโควตา การกำหนดมาตรฐานแรงงาน มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ฯลฯ จะกลับมาถูกใช้กีดกันกันอย่างแพร่หลายในอนาคต

เขตการค้าเสรีที่ตั้งกันเยอะแยะในห้วง 30 ปีที่ผ่านมา ก็อาจจะมีแค่ชื่อ แต่ในทางปฏิบัติก็จะเก็บภาษี กีดกันทางการค้าในรูปแบบต่างๆมากขึ้น

ทรัมป์จะทำให้โลกไม่มีเสถียรภาพ ความสนใจแต่ประโยชน์ของสหรัฐฯ จะทำให้รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และประเทศขนาดใหญ่อื่นๆ สนใจแต่ผลประโยชน์ของตน

พวกที่ลำบากคือ ชาติเล็กประเทศน้อยครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com