'ดุสิตโพล' เผย ปปช.หนุนรัฐขยับเลือกตั้ง ปี 61 แนะปฏิรูปเสร็จก่อน - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

'ดุสิตโพล' เผย ปปช.หนุนรัฐขยับเลือกตั้ง ปี 61 แนะปฏิรูปเสร็จก่อน

"ดุสิตโพล" เผย ปปช.หนุนเลื่อนเลือกตั้งไปปี 61 เพราะจะมี พระราชพิธีสำคัญ และอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ พร้อมแนะรัฐทำปฏิรูปเสร็จก่อน เดินหน้าจัดเลือกตั้ง หวั่นขัดแย้งชุมนุมเคลื่อนไหว

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 60 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง "ประชาชนคิดอย่างไร? ต่อการปฏิรูปประเทศและการเลือกตั้ง" โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,192 คน ระหว่างวันที่ 2-7 ม.ค. 2560 พบว่า ประชาชนคิดว่าการปฏิรูปประเทศเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี โดยประชาชนมองว่า อันดับ 1 ค่อนข้างก้าวหน้า ร้อยละ 35.63 เพราะมีผลงานบางอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรม เป็นการทำงานตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ตามโรดแม็ป มีคณะทำงานที่รับผิดชอบ ฯลฯ อันดับ 2 ยังไม่ค่อยก้าวหน้า ร้อยละ 29.81 เพราะมีปัญหาที่จะต้องปฏิรูปหลายเรื่อง ปัญหาสะสมมาหลายสิบปี ต้องใช้เวลาในการดำเนินการแก้ไข ฯลฯ อันดับ 3 ก้าวหน้า ร้อยละ 17.70 เพราะ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ มีความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหา มีแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ฯลฯ อันดับ 4 ไม่ก้าวหน้า ร้อยละ 16.86 เพราะเป็นไปได้ยาก ยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม ยังมีความขัดแย้ง ประชาชนยังลำบาก ชีวิตความเป็นอยู่ยังไม่ดีขึ้น ฯลฯ

เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่าการปฏิรูปประเทศมีความเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือไม่? ประชาชนมองว่า เกี่ยวข้อง ร้อยละ 71.08 เพราะการปฏิรูปประเทศช่วยให้ระบบการเลือกตั้งมีความโปร่งใส เป็นธรรม มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด การซื้อสิทธิ์ขายเสียงอาจน้อยลง ฯลฯ ขณะที่ ร้อยละ 28.92 มองว่าไม่เกี่ยวข้องเพราะที่ผ่านมาถึงแม้จะมีมาตรการป้องกัน แต่ก็ยังมีการทุจริต การเลือกตั้งเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของนักการเมืองฯลฯ

เมื่อถามว่า ระหว่างการเลือกตั้งกับการปฏิรูปประเทศ ประชาชนคิดว่ารัฐบาลควรดำเนินการอย่างไร? อันดับ 1 ปฏิรูปประเทศก่อนแล้วค่อยเลือกตั้ง ร้อยละ 41.19 เพราะบ้านเมืองมีปัญหาหลายด้าน ควรจะแก้ปัญหาต่างๆ ให้เสร็จก่อน จะได้มีความพร้อมและไม่เกิดปัญหาขัดแย้งภายหลัง บ้านเมืองจะได้เดินหน้าอย่างมั่นคงมีเสถียรภาพ ฯลฯ อันดับ 2 เลือกตั้งก่อนแล้วค่อยปฏิรูปประเทศ ร้อยละ 38.06 เพราะจะได้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นตัวแทนของประชาชน เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ทำให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพได้รับการยอมรับ ฯลฯ อันดับ 3 เลือกตั้งและปฏิรูปประเทศไปพร้อมกัน ร้อยละ 20.75 เพราะการปฏิรูปประเทศต้องใช้เวลานาน การเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป เป็นเรื่องสำคัญที่ควรทำไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ ฯลฯ

เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่าสถานการณ์บ้านเมือง ณ วันนี้ พร้อมจะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งหรือไม่? โดยประชาชนมองว่ายังไม่พร้อม ร้อยละ 51.23 เพราะยังมีความขัดแย้ง กังวลว่าบ้านเมืองจะไม่สงบ อาจเกิดการชุมนุมเคลื่อนไหว ปัญหาการเมืองไทยแก้ไขได้ยาก สถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในภาวะที่ยังไม่พร้อม จะมีพระราชพิธีสำคัญ ฯลฯ ขณะที่ ร้อยละ 48.77 มองว่าพร้อมเลือกตั้งแล้วเพราะเป็นไปตามโรดแม็ปที่กำหนดไว้ อยากให้บ้านเมืองเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งที่มาจากความต้องการของประชาชน ประชาชนตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการเลือกตั้ง ฯลฯ
 
เมื่อถามว่า ประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร? ถ้าการเลือกตั้งจะเลื่อนออกไปเป็นปี 2561 พบว่าประชาชนเห็นด้วย ร้อยละ 36.99 เพราะปี 2560 จะมีพระราชพิธีสำคัญ ยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ นักการเมือง พรรคการเมือง และ กกต.ได้มีเวลาเตรียมความพร้อมให้มากขึ้น ฯลฯ ขณะที่ ร้อยละ 32.21 ไม่เห็นด้วย เพราะอยากให้เป็นไปตามโรดแม็ปที่กำหนดไว้ หากเลื่อนออกไปอาจมีปัญหาต่างๆ ตามมา อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ จะได้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ฯลฯ ส่วนร้อยละ 30.80 ไม่แน่ใจเพราะสถานการณ์บ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับการบริหารประเทศของรัฐบาล กังวลว่าบ้านเมืองจะไม่สงบสุข สนใจเรื่องปากท้องชีวิตความเป็นอยู่มากกว่า ฯลฯ