วอนช่วย น้องเมย์! ป่วยโรคพุ่มพวง หยุดเรียนนาน หวั่นกระทบทุนจบ ป.ตรี - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

วอนช่วย น้องเมย์! ป่วยโรคพุ่มพวง หยุดเรียนนาน หวั่นกระทบทุนจบ ป.ตรี

สุดลำเค็ญ! น้องเมย์ เด็กหญิงวัย 14 ปี ป่วยเป็นโรคพุ่มพวงอาการหนัก คันตามร่างกายจนเป็นแผล สุดทรมาน ลุกลามถึงดวงตา ทำให้มองไม่ชัดเหมือนก่อน จนไม่สามารถไปโรงเรียนได้ และหยุดเรียนมาแล้วถึง 8 เดือน หวั่นกระทบทุนที่ได้รับจนถึงป.ตรี...

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีเด็กหญิง อายุ 14 ปี ป่วยเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง มีแผลพุพองตามร่างกาย ได้รับความทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก และไม่สามารถไปโรงเรียนได้เหมือนปกติ

จากนั้น ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 98 ม.3 ต.ห้วยกรด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท พบ ด.ญ.รัตนาวดี น้อยเอี่ยม หรือ น้องเมย์ ร่างกายมีแผลพุพองเต็มตัว ทั้งแขน ขา รวมถึงที่ศีรษะ ร่างกายซูบผอม คันเพราะพิษของบาดแผล ทำให้ต้องอดทน และเกาในบางครั้ง ทรมานจนน้ำตาไหลออกมาด้วยความเจ็บแผลและคัน ตอนนี้ลุกลามมาจนถึงดวงตา ทำให้มองไม่ค่อยชัดเจนเหมือนเมื่อก่อน

ปกติแล้วน้องเมย์เป็นเด็กที่เรียนดี ตั้งใจเรียน ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ จึงเป็นที่รักของเพื่อนๆ อีกทั้ง ยังได้รับทุนการศึกษาของมูลนิธิอาสาสมัครนานาชาติช่วยงานสังคมสงเคราะห์ จนจบปริญญาตรี แต่เนื่องจากอาการป่วยภูมิแพ้ตัวเองเริ่มเป็นหนักขึ้น ทำให้ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ ต้องหยุดเรียนจนถึงปัจจุบันกว่า 8 เดือนแล้ว ถึงคราวสอบก็ไม่ได้สอบเหมือนเพื่อนๆ น้องเมย์เกรงว่า อาจจะกระทบต่อผลการศึกษาและทุนที่ได้เรียนต่อ

ด้าน นางวรรณา ช้างมาก อายุ 40 ปี กล่าวว่า ตนดูแลน้องเมย์มาตั้งแต่ศีรษะเท่ากำปั้น ด้วยอาชีพรับจ้างในตลาด ค่าแรงวันละ 300 บาท ตั้งแต่พ่อและแม่ของน้องเมย์เลิกรากัน จนตอนนี้น้องเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนห้วยกรดวิทยา ร่างกายก็เป็นปกติดี จนเมื่อช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ช่วงแรกไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลรวมแพทย์ชัยนาท ทางแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรค "แพ้ภูมิตัวเอง" รักษาได้ 3 วัน หมดค่าใช้จ่ายไป 18,000 บาท ตนเห็นว่าไม่มีเงินรักษาต่อจึงขอหมอออกจากโรงพยาบาล กลับมารักษาต่อที่โรงพยาบาลสรรคบุรี รักษาไม่กี่วันอาการดีขึ้น จึงกลับมาอยู่บ้าน แต่อาการก็กำเริบอีก จึงไปรักษาที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร และมีหนังสือส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเด็กที่กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2559 แต่ไม่มีเงินค่าเดินทาง จึงไม่ได้ไปรักษา ประกอบกับอาการน้องเมย์แย่ลง มือและเท้าเจ็บเดินไม่ค่อยไหว ตอนนี้ใช้วิธีหาซื้อยามาทาบ้างกินบ้างตามอาการ เมื่ออาการทุเลาไม่นานก็เป็นอีก

"อยากวอนขอผู้ใจบุญช่วยเหลือน้องเมย์ด้วย เพราะน้องเมย์คือแก้วตาดวงใจของตน รักเสมือนลูกในไส้ อยากให้น้องหายเพราะน้องอยากไปโรงเรียน อยากไปเจอเพื่อนๆ อยากเรียนต่อ ม.ปลาย เหมือนคนอื่นๆ" นางวรรณา กล่าว

หากผู้ใดต้องการช่วยเหลือน้องเมย์ สามารถบริจาคเงินได้ที่บัญชีของป้าน้องเมย์ ชื่อบัญชี นางวรรณา ช้างมาก ธนาคารออมสิน สาขาสรรคบุรี เลขที่บัญชี 020005097249 หรือโทรมาให้กำลังใจได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 061-594-0857